SEO และไลฟ์สด เสริมกลยุทธ์การตลาดออนไลน์

SEO และไลฟ์สด เสริมกลยุทธ์การตลาดออนไลน์

ก่อนยุคการแพร่ระบาดของ Covid -19 ธุรกิจออนไลน์ก็เป็นที่นิยมในระดับหนึ่ง แต่มาระยะหลังที่มนุษย์ต้องพึ่งพาการทำธุรกิจบนโซเชียลมีเดียมากขึ้น ไม่ว่าจะแบรนด์ดังหรือร้านค้าน้อยใหญ่ต่างก็ปรับตัวอย่างรวดเร็ว โดยหันมาทำออนไลน์มาร์เก็ตติ้งเกือบ 80-90 เปอร์เซ็นต์ก็ว่าได้ ส่งผลให้กลยุทธ์การตลาดออนไลน์ขับเคลื่อนและพัฒนาด้านการวางแผนการจัดการ การใช้สื่อ การทำ SEO การสร้างคอนเทนต์ การใช้โปรแกรมฯสำเร็จรูปและการไลฟ์สด เข้ามาเสริมกลยุทธ์เพื่อการตลาดออนไลน์ ซึ่งกลยุทธ์ที่ว่านี้มีอะไรบ้างเรามีข้อมูลให้ศึกษาเพิ่มเติมกัน

SEO (Search Engine Optimization) เป็นกลยุทธ์ทางการตลาดออนไลน์ที่ได้รับความนิยมมาตลอด 10 ปีที่ผ่านมาจนถึงปัจุบัน เป็นวิธีการทำให้เว็บไซต์ของธุรกิจหรือแบรนด์สินค้าได้รับการจัดอันดับอยู่ในอันดับต้น ๆ บน Search Engines เช่น Google เพื่อเพิ่มโอกาสให้มีคนเข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์มากขึ้น และทำให้สามารถขายสินค้าและบริการได้มากยิ่งขึ้น ที่ผ่านมา เราอาจจะคุ้นเคยกับการใส่คีย์เวิร์ดที่ต้องการ โดยสอดคล้องกับชื่อหรือเนื้อหาของบทความส่งเสริมการขาย ทั้งนี้เพื่อช่วยให้เว็บไซต์ติดอันดับต้น ๆ ในหน้าแรกของ Google นั่นเอง แต่นี่ก็ไม่ใช่ทั้งหมดของ SEO และไม่ใช่สูตรสำเร็จตายตัว เพราะกลยุทธ์ทางการตลาดออนไลน์ในปัจจุบันได้เปลี่ยนไปแล้ว เรียกได้ว่ามีหลากหลายวิธีมากขึ้นทั้งร่วมกับ SEO และเป็นวิธีเฉพาะทางที่ไม่เกี่ยวกับ SEO โดยตรง ซึ่งมีประเด็นที่น่าสนใจ ดังนี้

  • กลยุทธ์ในการทำ SEO สามารถปรับเปลี่ยนได้ เพื่อให้สอดคล้องกับอัลกอริทึมใหม่ ๆ ของ Google ทั้งนี้ตั้งอยู่บนพื้นฐานการนำเสนอเนื้อหาที่มีคุณภาพและคำนึงถึงผู้ใช้เป็นศูนย์กลาง
  • กำหนดกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน ในการทำ SEO โดยใช้ Google Analytics ช่วยในการค้นหาข้อมูลเชิงลึกทางการตลาด ซึ่งจะเสริมประสิทธิภาพการทำ SEO ได้ตรงกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น
  • ความสำคัญในการเลือกใช้ Keyword ให้มีประสิทธิภาพ ควรพิจารณาเลือกใช้ คีย์เวิร์ดให้สอดคล้องกับคอนเทนต์ของแบรนด์ หรือเพื่อสร้างการรับรู้และดึงดูดให้ผู้บริโภคสนใจเข้าชมเว็บไซต์ นอกจากนี้การเลือกใช้คีย์เวิร์ดยังต้องสัมพันธ์กับคีย์เวิร์ดที่กลุ่มลูกค้านิยมใช้ในการค้นหา เพื่อนำไปสู่การตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น
  • การสร้างเว็บไซต์ในการทำ SEO ในยุคนี้ควรคำนึงถึงหน้าจอแสดงผลบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ เช่น มือถือ นาฬิกาสมาร์ทวอทช์ แท็บเล็ต เป็นต้น โดยออกแบบเว็บไซต์ให้เป็นแบบ Responsive Web Design ที่สามารถปรับให้เหมาะสมกับอุปกรณ์ต่าง ๆ เน้นแนวคิดเรื่องความรวดเร็วในการโหลดข้อมูล ใช้ง่าย ไม่สับสน
  • การทำ SEO บนสื่อโซเชียลมีเดีย เนื่องจากปัจจุบัน โซเชียลมีเดียมีอิทธิพลต่อวิถีชีวิตของคนเรา และเอื้อต่อการนำไปใช้เป็นเครื่องมือทางการตลาด เพื่อสร้างฐานความเชื่อมั่นต่อองค์กร จึงต้องศึกษาวิธีการสร้างคอนเทนต์ในโซเชียลมีเดียให้สอดคล้องกับ Search Engine ตามหลัก SEO ด้วย เพื่อให้หน้าแฟนเพจติดอันดับต้น ๆ ในผลการค้นหา
  • การสร้าง Backlink ให้มีคุณภาพ โดยการสร้างเนื้อหาที่ดีและแชร์ผ่านสื่อโซเชียลอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงการโปรโมทด้วยวิธีต่าง ๆ เพื่อดึงดูดเว็บไซต์อื่นที่ต้องการคอนเทนต์คุณภาพดีไปอ้างอิง เป็นการขยายเครือข่าย Backlink ให้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและเป็นธรรมชาติ ซึ่งเป็นผลดีกับเว็บไซต์ในระยะยาว
  • กิจกรรมไลฟ์สด เป็นสิ่งปลุกเร้าให้ผู้ชมและผู้บริโภคตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา เป็นการตอกย้ำคีย์เวิร์ด และชื่อแบรนด์ไปพร้อมกัน การไลฟ์สดจึงกลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยกระตุ้นยอดขายที่แต่เดิมชะงักงันและสงบนิ่ง ให้กลับมามีชีวิตชีวา ก่อให้เกิดความคิดสร้างสรรค์และความสนุกในการทำงาน ที่สำคัญคือการสร้างยอดขายและสร้างการมีส่วนร่วมกับกิจกรรมของแบรนด์ไปในตัว

จากที่กล่าวมาข้างต้นจะเห็นได้ว่า เมื่อธุรกิจออนไลน์หันมาใช้กลยุทธ์ SEO ผสมผสานการไลฟ์สด ก็จะยิ่งเพิ่มมูลค่าทางการตลาดด้วยความน่าสนใจ ความสนุก และมีการโต้ตอบอย่างปัจจุบันทันที ส่งผลให้สามารถปิดการขายได้อย่างรวดเร็ว เป็นที่จดจำและอยากกลับมาใช้บริการซ้ำอีก นอกจากนี้ยังมีเรื่องที่ต้องไม่ลืมคือ คุณภาพของสินค้าและบริการ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการส่งมอบประสบการณ์ที่ดีแก่ผู้บริโภค

SEO และ Google Ads เหมือนหรือต่างกันอย่างไร

เหมือนหรือต่างกันอย่างไร
SEO และ Google Ads เหมือนหรือต่างกันอย่างไร

หลายคนที่เพิ่งเริ่มทำธุรกิจบนเว็บไซต์หรือแพลตฟอร์มออนไลน์มักจะมีคำถามว่าการทำ “SEO” และ “Google Ads” นั้นต่างกันอย่างไร เนื่องจากทั้งสองรูปแบบล้วนเป็นกิจกรรมออนไลน์ที่มีเป้าหมายในการดันเว็บไซต์ของเราให้ขึ้นไปติดอันดับหน้าแรก ๆ ของการค้นหาใน Search Engine โดยเฉพาะ Google ที่เรามักพบเห็นได้ทั่วไป แถมบางคนก็สับสนถึงขนาดคิดว่าทั้ง “SEO” และ “Google Ads” นั้นเป็นอย่างเดียวกันอีกต่างหาก ดังนั้น วันนี้เราจะมาลองเปรียบเทียบถึงวิธีดันเว็บไซต์ทั้งสองวิธีนี้ พร้อมดูข้อดีและข้อด้อยของทั้งคู่กัน

1.“SEO” อธิบายง่าย ๆ คือ การใช้เทคนิคใส่ “คำ” หรือ “คีย์เวิร์ด” ที่ผู้ใช้งานมักค้นหาบ่อย ๆ ผ่านการผลิตเนื้อหา “คอนเทนต์” เพื่อดันให้ระบบ “อัลกอริทึม” (Algorithm) ของ Google ที่คอยทำหน้าที่จัดลำดับและแสดงผลการค้นหาที่สอดคล้องกับความต้องการของผู้ใช้งานมากที่สุด จัดให้เว็บไซต์หรือคอนเทนต์ของเราปรากฏอยู่ในหน้าแรก ๆ ของการค้นหา ส่วนใหญ่มักอาศัยประสบการณ์ ความชำนาญ และทักษะด้านการเขียนพอสมควร โดยข้อดีของการทำ SEO คือ ไม่เสียเงิน เพราะเป็นการใช้เทคนิคและความคุ้นเคยที่เรามีต่อระบบอัลกอริทึม ที่ทำหน้าที่เชื่อมโยงคำหรือคีย์เวิร์ดที่ผู้ใช้งานค้นหาใน Google นั่นเอง แถมยังช่วยเพิ่มโอกาสให้ผู้ใช้งานเห็นเว็บไซต์หรือคอนเทนต์ของเรามากขึ้นด้วย แต่ข้อเสียคือไม่สามารถการันตีได้ว่าจะได้ผลตามที่ต้องการเสมอไป โดยเฉพาะคำหรือคีย์เวิร์ดที่มีการใช้กันแพร่หลาย ทำให้การแข่งขันทำ SEO สูงและซ้ำซ้อนกันมาก ยิ่งหากคอนเทนต์ของเราไม่มีคุณภาพพอก็อาจจะไม่ปรากฏบนหน้าผลการค้นหาเลยก็ได้

2.“Google Ads” คือ การซื้อโฆษณากับทาง Google เพื่อให้เว็บไซต์หรือคอนเทนต์ของเราปรากฏอยู่หน้าแรกบริเวณช่องโฆษณาในหน้าค้นหาของผู้ใช้งาน เพียงแค่เราตั้งค่าคำหรือคีย์เวิร์ดที่เราต้องการ Google ก็จะยิงโฆษณาไปปรากฏที่ด้านบนของการค้นหา เรียกว่า Paid Search โดย “ข้อดี” ของ Google Ads คือ การันตีได้ว่าเว็บไซต์หรือคอนเทนต์ของเราจะปรากฏอยู่ในหน้าแรกของการค้นหาแน่นอน ทำให้มีโอกาสสูงที่จะมีผู้สนใจเข้ามาซื้อสินค้าหรือบริการของเรา แถมยังกำหนมกลุ่มเป้าหมายได้ชัดเจนเพื่อให้ตรงกับสินค้าหรือบริการของเราอีกด้วย ส่วนข้อเสียคือเสียเงินค่อนข้างสูง แถมการแข่งขันยิงโฆษณาก็มีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อย ๆ ใช่ว่าเมื่อจ่ายเงินแล้วจะได้อันดับดีเสมอไป ทำให้ก่อนจะตัดสินใจซื้อโฆษณา จะต้องศึกษาเรื่องการตลาดและกลุ่มผู้บริโภคอย่างถ่องแท้เสียก่อน

อย่างไรก็ตาม ทั้ง “SEO” และ “Google Ads” ต่างก็เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้การทำธุรกิจออนไลน์ประสบความสำเร็จได้ ขึ้นอยู่กับการเลือกใช้งานตามความเหมาะสม รวมถึงการวางแผนอย่างรอบด้าน ทุกธุรกิจควรใช้เครื่องมือทั้งสองอย่างนี้ โดยมี SEO เป็นพื้นฐานและใช้ Google Ads กระตุ้นยอดผู้ชมเป็นครั้งคราวไปหรือต่อเนื่องในช่วงเวลาหนึ่ง เช่น เทศกาลที่มีคนจับจ่ายหาซื้อของขวัญ หรือเมื่อมีสินค้าออกใหม่ หรือมีโปรโมชันพิเศษ เป็นต้น

SEO กับ SEM ช่วยให้ธุรกิจออนไลน์เติบโตได้อย่างไร

SEO กับ SEM ช่วยให้ธุรกิจออนไลน์เติบโตได้อย่างไร

คนที่สนใจการตลาดออนไลน์ยุคใหม่ต้องรู้จักหลักการ SEO และ SEM ที่จะทำให้คุณมีข้อได้เปรียบเหนือคู่แข่งและทำให้ธุรกิจโตได้แบบก้าวกระโดด โดยทั้งสองแบบเป็นวิธีที่คนกำลังนิยมมากในขณะนี้
สำหรับผู้ที่เพิ่งเข้ามาในวงการตลาดออนไลน์ เรามาดูกันว่าเหตุใดวิธีทั้งสองจึงช่วยให้ธุรกิจของคุณเติบโตขึ้นได้

  1. เว็บไซต์ทันสมัยตอบโจทย์ผู้ใช้งาน

SEO หรือ search engine optimization ช่วยให้พัฒนาคุณภาพเว็บไซต์ทั้งในส่วนของโครงสร้างที่ใช้ง่ายและสวยงาม เนื้อหาทันสมัยทันเหตุการณ์ที่กำลังอยู่ในกระแส การทำคลิปวิดีโอตรงกับ keyword ที่ลูกค้าเป้าหมายพิมพ์ค้นหาในช่อง Google search เหล่านี้ เป็นสิ่งที่สร้างความประทับใจแก่ผู้ใช้งานเว็บไซต์ธุรกิจคุณ ซึ่งจะได้ผลลัพธ์นี้เมื่อทำ SEO ต่อเนื่อง

  1. เน้นขายเพิ่มช่วงเทศกาล

SEM หรือ search engine marketing เป็นการโฆษณาโดยการประมูลพื้นที่บนหน้าจอแสดงผลของ Google เมื่อประมูลได้มา ก็สามารถลงโฆษณาได้อย่างเต็มที่ โดยใช้คีย์เวิร์ดที่เหมาะสม และเสียค่าโฆษณาตามจำนวนการคลิก หรือที่เรียกว่า Pay per click เพิ่มโอกาสสร้างยอดขายและกำไร วิธีนี้คุ้มค่ากับการโฆษณาในช่วงเทศกาล เช่น ช่วงปีใหม่ คริสต์มาส วันวาเลนไทน์ ฯลฯ

  1. ตัดคู่แข่งทางธุรกิจได้

เนื่องจากการทำ SEO ต้องใช้ระยะเวลาในการสะสมข้อมูล เพื่อให้ระบบ algorithm ของ Google มาทำการบันทึก แล้วนำไปจัดอันดับเทียบกับเว็บไซต์อื่น ๆ ที่มีการใช้ keyword เดียวกัน เว็บไซต์ที่ทำ SEO สม่ำเสมอ ก็จะถูกจัดอยู่ในอันดับต้น ๆ เป็นการได้เปรียบคู่แข่งทางธุรกิจได้อย่างมาก ดังนั้น หากเริ่มทำ SEO เร็วและทำอย่างต่อเนื่อง ก็ยิ่งได้ส่วนแบ่งการตลาดมากขึ้นนั่นเอง

  1. บริหารการเงินได้เป็นระบบ

การทำ SEO สามารถทำได้เองโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย หรือจะจ้างบริษัทมืออาชีพทำก็ได้ โดยมีค่าใช้จ่ายตามแพ็กเกจ ส่วน SEM เป็นการจ่ายตามวงเงินที่ควบคุมได้เอง หากกำหนดแผนงานในการทำ SEO และ SEM อย่างเป็นระบบ ก็เท่ากับสามารถบริหารการเงินได้อย่างรัดกุม ช่วยควบคุมต้นทุนในการทำธุรกิจออนไลน์ได้ดียิ่งขึ้น

  1. สร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้า

หากกลุ่มเป้าหมายพิมพ์ค้นหาข้อมูลครั้งใด ก็ปรากฏชื่อแบรนด์เว็บไซต์ธุรกิจคุณอยู่ในอันดับต้น ๆ จากการทำ SEO หรือถูกนำเสนอในจุดที่เห็นได้ชัดจากการทำโฆษณา SEM ก็จะเกิดการจดจำแบรนด์และเพิ่มความเชื่อมั่นจนอยากใช้สินค้าและบริการจากเว็บไซต์ของคุณมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจน้องใหม่หรือเป็นแบรนด์ที่มีมานานแล้ว ก็ย่อมได้ผลดีจากการทำเทคนิคนี้

จะเห็นได้ว่าการทำ SEO และ SEM ต่างมีข้อดีที่สามารถปรับใช้ผสมผสานควบคู่กันได้ เพื่อให้ธุรกิจออนไลน์ของคุณเติบโตทั้งด้านชื่อเสียงของแบรนด์และการเข้าถึงลูกค้าใหม่ ๆ เพิ่มโอกาสกลับมาใช้บริการซ้ำของลูกค้าประจำ ฯลฯ ขอเพียงศึกษาให้เข้าใจและปรับใช้ให้เหมาะสมเท่านั้น

ทำไมเว็บไซต์ ที่ติดอันดับหน้าแรก ได้โอกาสจากลูกค้ามากกว่า

ทำไมเว็บไซต์ ที่ติดอันดับหน้าแรก ได้โอกาสจากลูกค้ามากกว่า

ไม่ใช่เรื่องยากถึงขนาดต้องจ้างทำ เพราะเป็นกระบวนการที่ทุกคนสามารถทำได้เอง เพียงเริ่มต้นจากการทำเว็บไซต์ประมาณหลักพันต้นจนถึงหมื่นบาทก็สามารถทำได้แล้ว ยิ่งในปัจจุบันเว็บไซต์ทั่วโลกมีมากมาย โดยเฉพาะประเทศไทยมีเป็นจำนวนหลักล้านเว็บไซต์เลยทีเดียว บางคนมีมากกว่าหนึ่งเว็บไซต์ด้วยซ้ำโดยไม่จำเป็นต้องเป็นบริษัทที่มีขนาดใหญ่ โดยเว็บไซต์ที่สามารถค้นหาเจอหรือติดอันดับ จะได้เปรียบในด้านการรับโอกาสจากลูกค้ามากกว่าเว็บไซต์ที่ไม่สามารถค้นหาเจอด้วย Google เพราะเหตุผลที่เรากำลังจะกล่าวถึง ดังต่อไปนี้

การบริการเข้าถึงลูกค้า

หากมีการเปรียบเทียบเว็บไซต์ที่ทำ SEO กับไม่ทำ SEO แม้ว่าผู้ให้บริการทั้งสองรายมีมาตรฐานที่ไม่แตกต่างกัน แต่จะมีความแตกต่างในด้านการค้นหาหรือการติดอันดับของ Google

  • ตัวอย่างที่ 1 สมมติว่าช่วงนี้เป็นวันปีใหม่ อยากจะจัดงานปีใหม่ที่บ้านเพื่อฉลองกับเพื่อน และมีความต้องการหาคนมาจัดงานปีใหม่ในบ้าน ไม่ว่าจะเป็น การจัดอาหาร การจัดสถานที่ จึงค้นหาใน Google ว่ามีบริการจัดงานปีใหม่หรือไม่ ด้วยการพิมพ์คำว่า “รับจัดงานเลี้ยง” ซึ่งแน่นอนเว็บไซต์ที่ขึ้นมาในหน้าแรกจากการค้นหาย่อมได้รับโอกาสจากลูกค้ามากกว่าเว็บไซต์ที่ให้บริการเดียวกันแต่ไม่ติดอันดับ โดยอันดับที่ 1 มักจะถูกคลิกมากที่สุด และลดหลั่นลงไปตามลำดับ
  • ตัวอย่างที่ 2 สมมติว่า มีผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตท่านหนึ่ง กำลังรู้สึกหิวมากและมีความต้องการที่จะสั่งอาหาร จึงค้นหาคำว่า “แซลมอนเดลิเวอรี่” ซึ่งเว็บไซต์ที่ขึ้นมาหน้าแรกหรือติดอันดับหนึ่ง สองหรือสาม โอกาสที่จะได้รับเงินจากลูกค้าย่อมมีมากกว่าเว็บไซต์ที่ขายปลาแซลมอนเหมือนกัน แต่ติดอันดับอยู่ในหน้าที่ 2 หรือมากกว่านั้น
  • ตัวอย่างที่ 3 เว็บไซต์ ทีเด็ดบอลวันนี้ หากมีการติดอันดับหน้าแรกในคีย์ทีเด็ดบอลต่างๆ คนย่อมเข้าถึงเยอะกว่า และหากเนื้อหาภายในเว็บดี ก็ยิ่งทำให้คนติดใจได้ง่าย และเว็บไซต์ก็จะโตเร็วขึ้นอย่างทวีคูณ เป็นโอกาสที่เพิ่มมูลค่าโฆษณากรณีมีผู้สนใจต้องการติดแบนเนอร์

สะดวกในการสั่งซื้อสินค้าเพิ่ม

SEO ติดอันดับจะให้ความสะดวกกับลูกค้าที่จะสั่งซื้อสินค้าเพิ่มเติมหรือกลับมาซื้อซ้ำ เมื่อค้นหาอีกครั้งใน Google ก็เจอเว็บไซต์เราทันที จึงได้รับโอกาสในด้านการเพิ่มรายได้ให้มากขึ้น ที่เป็นเช่นนี้เพราะการทำ SEO มีประโยชน์ให้กับคนที่ทำเว็บไซต์เมื่อได้อยู่หน้าแรกหรือติดอันดับหนึ่ง สองหรือสาม ก็จะทำให้สามารถเพิ่มจำนวนคนเข้าเว็บไซต์อย่างมหาศาล จากเว็บไซต์เงียบ ๆ ก็กลายเป็นเว็บไซต์ที่คึกคักหรือคนรู้จักเว็บไซต์มากขึ้น ลูกค้าเก่าก็หาเว็บเจอง่าย ไม่ต้องเสียเวลาค้นหานาน

เว็บไซต์ติดอันดับในอดีตได้รับความสนใจจนมีช่วงหนึ่งที่บริษัทรับจ้างทำ SEO มีงานมากจนทำให้ร่ำรวยรุ่งเรือง แต่ปัจจุบันเทรนด์ได้เปลี่ยนไปแล้ว ทำให้ผู้คนนิยมทำ SEO ด้วยตัวเองมากขึ้น เพียงปรับแต่งเว็บไซต์ทั้งภายในและภายนอกด้วยการทำ content หรือเนื้อหาเพื่อที่จะดันเว็บไซต์ให้ติดอันดับได้ แต่อย่างไรก็ตาม การทำ SEO ต้องอาศัยความอดทนพอสมควร เพราะไม่ได้เห็นผลเพียงวันหรือสองวันแรก แต่ต้องใช้เวลารอคอยพอประมาณ บางทีอาจจะต้องรอ 1 – 3 เดือนเลยทีเดียว

SEO สุดยอดตัวช่วยการเติบโตของธุรกิจ

SEO สุดยอดตัวช่วยการเติบโตของธุรกิจ

ไม่ว่าใครก็คงอยากที่จะทำธุรกิจออกมาแล้วรุ่ง ปัง ๆ กันทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่ก็ตาม ซึ่งในปัจจุบันนี้เราจะพบเห็นการแข่งขันที่ค่อนข้างสูงมาก ๆ ใครที่มีกลยุทธ์ทางการตลาดหรือมีไอเดียที่ดีกว่าในเรื่องของการโปรโมทก็จะล้ำนำหน้าไปเสมอ สำหรับธุรกิจที่มีสินค้าและบริการที่ดี มีคุณภาพสูงก็อาจจะไม่สามารถเติบโตได้อย่างที่ต้องการ ถ้าหากขาดตัวช่วยที่สำคัญ โดยเฉพาะการทำ SEO ให้กับเว็บไซต์ของธุรกิจ ที่จะช่วยให้ผู้คนสามารถค้นเจอสินค้าหรือบริการของเราได้มากขึ้นนั่นเอง

ทำความรู้จักกับ SEO

หลาย ๆ คนอาจจะคุ้นเคยกับ SEO ในชื่อ Search Engine Optimization ซึ่งเป็นการปรับเนื้อหา รายละเอียด องค์ประกอบต่าง ๆ ของเว็บไซต์ให้เป็นไปตามที่ search engine นั้นต้องการ ยกตัวอย่าง เวลาที่เราค้นหา keyword หรือคำใด ๆ ลงไปใน Google ซึ่งเป็นเว็บ search engine เราจะพบเว็บไซต์ที่ขึ้นมาติดการค้นหาในหน้าแรก ๆ อยู่อันดับแรก ๆ ที่ไม่ใช่การโฆษณา ซึ่งเว็บไซต์เหล่านี้จะเป็นเว็บไซต์ที่มีการทำ SEO ที่ดี ส่งผลให้เพิ่มโอกาสที่ผู้คนจะค้นเจอเว็บไซต์ได้มากขึ้น

ทั้งนี้ก็ยังรวมถึงบทความที่มีความเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการต่าง ๆ ด้วย สามารถที่จะทำ SEO ได้เช่นเดียวกัน ด้วยพฤติกรรมของผู้บริโภคที่มักจะค้นคว้าข้อมูลในโลกออนไลน์ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อสินค้าจริง เมื่อค้นหาสินค้าหรือบริการใด ๆ แล้วพบรีวิวสินค้าหรือบทความของบริษัทใดขึ้นมาเป็นลำดับแรก ๆ ก็มักจะนำมาเป็นตัวเลือกในการพิจารณาอันดับแรก ๆ เช่นกัน นอกจากนี้แล้วก็ยังมีพฤติกรรมของผู้บริโภคบางประเภทที่เน้นในเรื่องของความสะดวกสบายและรวดเร็ว คือค้นเจอสินค้าจากแบรนด์ไหนก่อนก็ตัดสินใจซื้อเลย ดังนั้นสินค้าหรือบริการใด ๆ ที่ติดลำดับการค้นหาในหน้าแรกหรือหน้าสองก็จะมีโอกาสเพิ่มยอดขายได้มากกว่า

ลงทุนน้อยแต่ได้ผลตอบแทนมาก

การทำ SEO ไม่ได้ใช้งบประมาณที่สูงอย่างที่คิด สามารถที่จะทำได้ในธุรกิจทุก ๆ ประเภท ในระยะยาวแล้วมีความคุ้มค่ากว่าการทำโฆษณาอย่างมากเลยทีเดียว ไม่ต้องไปซื้อโฆษณาแพง ๆ หรือไปลงประกาศโฆษณาตามส่วนต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น หนังสือ นิตยสาร ซึ่งไม่รู้ว่าจะมีคนที่สามารถเข้าถึงได้ทั้งหมดกี่คน ซึ่งการลงทุนกับ SEO นั้นถือเป็นการลงทุนที่มีความคุ้มค่าอย่างมากเลยทีเดียว

การเติบโตของธุรกิจแม้จะต้องอาศัยองค์ประกอบหลายอย่างและอาจจะมีปัจจัยภายนอกต่าง ๆ เข้ามาเกี่ยวข้องมากมาย แต่ถ้าเรามีตัวช่วยที่ดี มีประสิทธิภาพ สามารถใช้งานได้จริง อย่าง SEO ที่ช่วยทำให้เว็บไซต์และเนื้อหาต่าง ๆ ของเรามีความแตกต่างและความพิเศษกว่าเนื้อหาของเว็บไซต์อื่น ๆ ก็จะสามารถช่วยส่งเสริมองค์ประกอบหลาย ๆ อย่างในธุรกิจของเราให้สมบูรณ์และเติบโตมากยิ่งขึ้นได้

ไอเดีย หาสินค้าขายดี สำหรับทำ SEO

ไอเดีย หาสินค้าขายดี สำหรับทำ SEO

สำหรับผู้มีปัญหาทางการเงิน การหารายได้เสริมเป็นทางออกที่ช่วยเพิ่มจำนวนเงินเพื่อให้เพียงพอต่อการจับจ่ายใช้สอย “การขายของออนไลน์” เป็นวิธีการหารายได้เสริมที่ไม่ต้องอิงกับเวลาหรือสถานที่ และสามารถเริ่มต้นได้ทันทีโดยใช้เงินลงทุนน้อยที่สุด ทั้งนี้การหาสินค้าที่สามารถสร้างกำไรได้ ควรเป็นสินค้าที่มีลูกค้าต้องการ ซึ่งไอเดียการหาสินค้าสำหรับนำมาขาย มีดังนี้

สินค้าที่กำลังได้รับความนิยม สินค้าทุกประเภทจะมีช่วงเวลาที่สามารถเกิดขึ้นมาเป็นกระแสได้ เช่น หน้ากากอนามัย เจลแอลกอฮอล์ เครื่องฟอกอากาศ ดอกมุรากามิ เป็นต้น ซึ่งการจับกระแสสินค้าให้ทัน จะสามารถสร้างกำไรได้ค่อนข้างเยอะ แต่สินค้าประเภทนี้ก็มีข้อเสียเช่นกัน เพราะสินค้าประเภทนี้มีคู่แข่งค่อนข้างมาก จึงทำให้เกิดการตัดราคาเกิดขึ้นตามมา

สินค้าเฉพาะกลุ่ม งานอดิเรกหรือสินค้าที่จำเป็นต้องใช้ในช่วงเวลาเฉพาะ เช่น พิธีแต่งงาน หรือพิธีกรรมทางศาสนา เป็นสินค้าที่สามารถขายได้ตลอดปี เพียงแต่กำไรที่ได้ต่อชิ้นมากน้อยขึ้นอยู่กับจำนวนสินค้าที่มีอยู่ในท้องตลาด

สินค้าจำพวกของสะสม เป็นสินค้าที่มีคู่แข่งน้อย เนื่องจากเป็นสินค้าเฉพาะกลุ่มจึงสามารถสร้างกำไรได้เยอะ ทั้งนี้การขายสินค้าเฉพาะกลุ่มจำเป็นต้องศึกษาให้ดี เนื่องจากเป็นการจำหน่ายสินค้าที่เกิดขึ้นจากความชอบส่วนตัวของลูกค้า ทำให้ลูกค้ารู้ถึงรายละเอียดของสินค้าเป็นอย่างดี

สินค้างานฝีมือต่าง ๆ สินค้าจำพวกงานฝีมือเป็นสินค้าที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งสินค้าประเภทนี้จะได้รับความนิยมมาก โดยเฉพาะงานฝีมือที่ใช้สำหรับประดับตกแต่งต่าง ๆ

เมื่อได้สินค้าที่ต้องการขายออนไลน์เรียบร้อย การสร้างเว็บไซต์เป็นวิธีที่จะช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับสินค้าที่จำหน่ายได้ โดยเทคนิคในการทำเว็บไซต์สำหรับเพิ่มยอดขายสินค้า มีดังนี้

สร้างเว็บไซต์สำหรับ E-commerce สำหรับผู้ขายใหม่อาจใช้บริการเว็บไซต์สำหรับขายสินค้าฟรีไปก่อน เพื่อลดความยุ่งยากในการสร้างเว็บไซต์และยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากกว่า

ใส่ข้อมูลเกี่ยวกับสินค้า ไม่ว่าจะเลือกขายค้าประเภทไหนก็ควรเขียนบทความเกี่ยวกับสินค้าของตัวเองลงเว็บไซต์อย่างสม่ำเสมอ เพราะการเขียนบทความอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายเจอเว็บไซต์ของคุณได้ง่ายขึ้น รวมถึงการศึกษาพื้นฐานการทำ Search Engine Optimization หรือ SEO และทำตามขั้นตอน จะช่วยเพิ่มยอดขายจากลูกค้ากลุ่มเป้าหมายเพิ่มมากขึ้น

เลือกสินค้าเพียงประเภทเดียว การขายของออนไลน์เป็นการขายที่ต้องสร้างความน่าเชื่อถือค่อนข้างสูง การโพสต์ขายสินค้าเพียงประเภทเดียวจะช่วยสร้างความมั่นใจและน่าเชื่อถือให้กับลูกค้าได้มากกว่า

ไม่ว่าจะขายสินค้าประเภทใดก็ตาม การนำเทคนิคในการหาสินค้าผสานกับการทำ SEO มาผสมผสานกัน จะช่วยสร้างผลกำไรจากการขายของออนไลน์ได้มากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

นอกจาก SEO ยังต้องรู้จัก Facebook Broadcast ลูกเล่นใหม่ล่าสุดปี 2020

นอกจาก SEO ยังต้องรู้จัก Facebook Broadcast

Facebook เป็น Social Media ที่มีจำนวน User กว่าหลายล้านคน ทำให้เหล่านักการตลาดและแบรนด์สินค้าหรือบริการต่าง ๆ จึงใช้ Facebook ในการสร้างฐานลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย ทำให้ Facebook ได้พัฒนาลูกเล่นใหม่ให้กับ User นักธุรกิจ แบรนด์สินค้าหรือนักการตลาด ใครที่คุ้นเคยกับ SEO อย่างเดียวนั้น ไม่เพียงพอแล้ว

Facebook Broadcast ลูกเล่นใหม่ล่าสุดในปี 2020 ที่นักการตลาดหลายคนใช้เพื่อแจ้งให้กลุ่มเป้าหมายทราบถึงสาระความรู้ของสินค้าหรือบริการ และแจ้งโปรโมชั่นใหม่

ข้อดีของการทำ Facebook Broadcast มีดังนี้

เจอกลุ่มเป้าหมายได้ง่ายขึ้น แม้ว่าการทำ SEO ให้กับคอนเทนต์ในเว็บไซต์หรือ Social จะช่วยดึงความสนใจจากกลุ่มเป้าหมายได้ แต่การใช้ Broadcast เพื่อแจ้งรายละเอียดที่น่าสนใจ เช่น โปรโมชั่นล่าสุด หรือคอนเทนต์ที่น่าสนใจให้กับกลุ่มเป้าหมายได้ทราบ และยังเป็นวิธีที่ช่วยกระตุ้นความสนใจกลุ่มเป้าหมายหรือลูกค้าเก่าให้กลับมาใช้บริการหรือซื้อสินค้าซ้ำได้

ช่วยลดความยุ่งยากในการตอบคำถาม เนื่องจาก Broadcast สามารถตั้งค่าให้ตอบคำถามอัตโนมัติได้ ทำให้นักขายของออนไลน์จึงไม่ต้องเสียเวลาในการตอบคำถามลูกค้าทั้งหมดด้วยตัวเอง

Facebook Broadcast เป็นบริการใหม่ล่าสุดที่ยังไม่มีการเรียกเก็บค่าบริการ ทำให้นักการตลาดหรือนักขายของออนไลน์ได้ลองใช้ได้แบบฟรี ๆ ซึ่งหากทำควบคู่ไปกับการทำ SEO บนเว็บไซต์ โดยนำบทความหรือคอนเทนต์ SEO ที่กลุ่มเป้าหมายสนใจ Broadcast ไปยัง Inbox จะช่วยสร้าง Traffic เข้าสู่เว็บไซต์หลักด้วย

เทคนิคการตลาดที่ควรทำควบคู่ไปกับการ Broadcast มีดังนี้

คัดสรรกลุ่มเป้าหมายหลักด้วยการสร้างกลุ่ม Facebook ตั้งเป้าหมายหลักในการสร้างกลุ่มเกิดขึ้นเพื่อลดปัญหาความขัดแย้งระหว่างกลุ่มผู้ใช้ที่มีความคิดเห็นแตกต่างกันในเรื่องต่าง ๆ ซึ่งการสร้างกลุ่ม สามารถช่วยให้นักการตลาดหรือนักขายของออนไลน์สามารถนำคอนเทนต์ SEO ที่น่าสนใจและมีความเฉพาะเจาะจงเพื่อดึงดูดกลุ่มเป้าหมายให้เข้ามาหาได้ เมื่อมีกลุ่มเป้าหมายหลักอยู่ในมือ การขายสินค้าหรือบริการก็สามารถสร้างยอดขายได้ดีกว่าการโพสต์ขายสาธารณะ เช่น การสร้างกลุ่มเพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับการขายของออนไลน์ สามารถขายหนังสือ E-book หรือคอร์สเรียนแบบเจาะลึกให้กับสมาชิกในกลุ่ม เป็นต้น การทำ Facebook Broadcast ควบคู่ไปกับการสร้างกลุ่ม เนื่องจากสมาชิกในกลุ่มบางคนอาจไม่มีเวลามากพอในการติดตามเนื้อหาที่มากมายในกลุ่ม การ Broadcast เฉพาะเนื้อหาที่น่าสนใจให้กับสมาชิกใน Inbox จึงเป็นวิธีในการทำการตลาดที่ช่วยสร้างการย้ำเตือนและกระตุ้นให้สมาชิกดังกล่าวกลับมาให้ความสนใจอีกครั้ง

VDO Content สร้างการรับรู้ ด้วยไลฟ์สไตล์ของคนในยุคปัจจุบันมีความเร่งรีบมากขึ้นและหมดความสนใจง่าย การสร้างวีดีโอที่มีความยาว 2 – 3 นาทีแต่มีเนื้อหาที่น่าสนใจ จะช่วยให้ส่งผลดีต่อสินค้าหรือบริการได้มากกว่า

ใช้เทคนิค Call to Action แม้ว่า Facebook Broadcast จะสามารถเรียกร้องความสนใจกลุ่มเป้าหมายได้เป็นอย่างดี แต่ก็ควรสร้างปุ่ม Call to Action เพื่อกระตุ้นการตอบสนองของกลุ่มเป้าหมาย เพื่อเร่งเร้าให้เกิดการตัดสินใจที่รวดเร็วมากขึ้นด้วย

การศึกษาวิธีใช้ Facebook Broadcast ควบคู่ไปกับเทคนิคการสร้าง SEO คอนเทนต์ เป็นวิธีที่ช่วยลดระยะเวลาในการสร้างฐานลูกค้า และยังทำให้นักการตลาดและนักขายของออนไลน์สามารถสร้างรายได้ให้มากขึ้นได้

ข้อดีของการทำ Facebook Broadcast

รู้หรือไม่? ทำไมทำ SEO แต่อันดับไม่ขึ้น

เหตุผลที่ทำ SEO แต่อันดับไม่ขึ้น

Keyword เป็นเครื่องมือสำคัญและเป็นหลักพื้นฐานในการทำ SEO ทำให้การเลือก Keyword ที่ดี มีจำนวนผู้ค้นหาเยอะและการแข่งขันน้อยจะทำให้เว็บไซต์ติดอันดับได้ง่าย ซึ่งวิธีการหาไอเดีย Keyword ที่มือโปรใช้จะดูจาก Google Suggest และนำไปเช็คใน Keyword Research ซึ่งมีทั้งแบบไม่เสียค่าใช้จ่ายและเสียค่าใช้จ่าย เพื่อให้ได้ Keyword ที่ดีที่สุด

เว็บไซต์กับ Search Engine Optimization หรือ SEO เป็นของคู่กัน ทำให้ทั้งนักการตลาดมือใหม่และมือเก่าจำเป็นที่ต้องเรียนรู้พื้นฐานของ SEO เพื่อนำมาปรับใช้กับเว็บไซต์ของตนเอง ซึ่งข้อดีหลักที่นักการตลาดทราบกันดี คือ จะทำให้เว็บไซต์ติดอันดับการค้นหาบนหน้าแรกของ Search Engine แต่ก็มีหลายคนที่ทำ SEO ให้กับเว็บไซต์ แต่กลับไม่สามารถทำให้เพิ่มอันดับการค้นหาบน Search Engine ได้เนื่องจากสาเหตุดังต่อไปนี้

เหตุผลที่ทำ SEO แต่อันดับไม่ขึ้น

การทำคอนเทนต์ไม่มีคุณภาพ จริงอยู่ที่การเขียน บทความ SEO จะช่วยให้เว็บไซต์ติดอันดับได้ แต่หากคอนเทนต์เหล่านั้นไม่มีคุณภาพตามที่ Search Engine และกลุ่มเป้าหมายต้องการ ก็ไม่สามารถทำให้เว็บไซต์ติดอันดับได้เช่นกัน ซึ่งองค์ประกอบหลักของการทำคอนเทนต์ให้มีคุณภาพ คือ มีจำนวนคำที่เหมาะสม โดยค่าเฉลี่ยของคำที่เหมาะสมจะอยู่ที่ประมาณ 300 – 500 คำต่อหนึ่งบทความ มีภาพประกอบที่เกี่ยวข้องและเหมาะสมกับเนื้อหาและใช้ Keyword ในปริมาณที่พอเหมาะ ไม่มากหรือน้อยจนเกินไป โดยส่วนใหญ่แล้วการใช้ Keyword ควรอยู่ที่ประมาณ 1% ของจำนวนคำทั้งหมดในหนึ่งบทความ

เว็บไซต์โหลดหน้าช้าเกินไป คนสมัยใหม่รออะไรไม่ได้นาน การที่เว็บไซต์ไม่สามารถตอบสนองได้ทันท่วงที อาจทำให้กลุ่มเป้าใหม่เลิกให้ความสนใจในที่สุด โดยเฉพาะเว็บไซต์ที่ไม่เอื้อต่อการใช้งานบนมือถือยิ่งทำให้เว็บไซต์ด้อยคุณภาพ เนื่องจากในยุคปัจจุบันคนส่วนใหญ่ใช้งานเว็บไซต์บนมือถือมากกว่าอุปกรณ์อื่น ๆ

จัดเรียงเนื้อหาไม่น่าสนใจหรืออ่านยาก การเขียนบทความยาวตามคุณภาพที่ Search Engine ตั้งเป้าไว้เป็นเรื่องดี แต่หากไม่จัดเนื้อหาให้อ่านง่ายและมีความง่ายต่อการทำความเข้าใจ จะทำให้เว็บไซต์กลายเป็นเว็บที่ไม่มีคุณภาพ เนื่องจากมีจำนวนผู้ที่ใช้เวลาในเว็บไซต์น้อย

ใช้บทความซ้ำ การอัปโหลดบทความเป็นประจำทุกวันจะทำให้เว็บไซต์ติดอันดับได้ แต่การใช้บทความซ้ำบ่อย ๆ ไม่อาจทำให้เว็บไซต์ติดอันดับได้ เนื่องจากบทความหรือคอนเทนต์ที่ Search Engine ต้องการนั้น ต้องเป็นบทความที่มีความสดใหม่ ดังนั้นหากต้องการนำบทความเดิมมาใช้อาจต้องรีไรท์ให้เกิดความแตกต่างจากบทความเดิมให้มากที่สุด ซึ่ง https://smallseotools.com/plagiarism-checker/ เป็นเครื่องมือที่จะช่วยตรวจสอบข้อความซ้ำได้ดีระดับหนึ่ง สามารถนำผลการตรวจไปปรับปรุงการเขียนได้

การทำ SEO ให้กับเว็บไซต์ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของการทำคอนเทนต์หรือบทความเท่านั้น แต่การทำ SEO ครอบคลุมไปถึงการตั้งค่าและการจัดระเบียบภายในเว็บไซต์ด้วย ดังนั้น หากต้องการให้เว็บไซต์ติดอันดับ การหลีกเลี่ยงข้อควรระวังข้างต้น จะทำให้เว็บไซต์มีคุณภาพมากขึ้น

รู้หรือไม่ ทำไมทำ SEO แต่อันดับไม่ขึ้น

เว็บไซต์ออนไลน์ ทำ SEO แล้วดีอย่างไร

การซื้อขายสินค้าออนไลน์ เป็นช่องทางหลักของรายได้สำหรับผู้ประกอบการในปัจจุบัน เนื่องจากไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคนิยมหาข้อมูลร้านค้าและคลิกซื้อขายจากหน้าจอมือถือ ที่พกพาประจำตัวตลอด 24 ชั่วโมง

หากต้องการประสบความสำเร็จในการขายสินค้าออนไลน์ จึงต้องมีเว็บไซต์ที่ทำ SEO หรือ Search Engine Optimization ที่จะทำให้มีโอกาสแสดงผลเว็บไซต์เป็นอันดับต้น ๆ Top5 Top10 ของหน้าแรกได้ ทำให้ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายมีความเชื่อถือและมีโอกาสได้รับออเดอร์สินค้ามากกว่าเว็บไซต์อันดับล่าง ๆ

นอกจากที่กล่าวมาแล้ว ข้อดีที่เว็บไซต์ที่ทำ SEO จะได้รับ ยังมีอีกมากมาย ดังนี้

1. ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการจ้างโฆษณา เนื่องจากการทำ SEO ที่ Search Engine อย่าง Bing, Yahoo และ Google กำหนดกฎเกณฑ์ไว้ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้ประกอบการเว็บไซต์ออกแบบโครงสร้างและใส่เนื้อหาที่มีความทันสมัย ไม่มีการคัดลอกเนื้อหาจากบทความที่มีลิขสิทธิ์อื่น ๆ ผู้ที่ทำได้ตามหลักเกณฑ์ ระบบอัลกอริทึมจะวิเคราะห์ให้เป็นเว็บไซต์ที่มีคุณภาพและแสดงผลอยู่อันดับต้น ๆ เมื่อมีการสืบค้น จึงไม่จำเป็นต้องโฆษณาให้เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

2. เป็นการสร้างฐานลูกค้าที่กว้างขวาง ทั้งในไทยและต่างประเทศ โดยเฉพาะเว็บไซต์ที่ทำเป็นระบบหลายภาษา จะสามารถเข้าถึงลูกค้าที่ใช้ภาษาต่างประเทศได้ทั่วโลก การทำ SEO จะทำให้การค้นหาเว็บไซต์ของคุณเจอได้ง่ายยิ่งขึ้นหลายเท่าตัว จึงทำให้แบรนด์สินค้าเป็นที่รู้จักและเกิดฐานลูกค้าที่กว้างขึ้นตามไปด้วย

3. ทำให้แบรนด์เป็นที่น่าเชื่อถือ ลูกค้าในปัจจุบันมักมีการหาข้อมูลจากการรีวิวสินค้า และการอัปเดตข้อมูลที่ทันสมัยอยู่เสมอ การทำ SEO เป็นสิ่งที่ต้องทำอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ระบบเก็บข้อมูลแบบสะสม สำหรับการประมวลผลเป็นระยะ ซึ่งหากอันดับอยู่ด้านบนของหน้าจอสืบค้นเสมอ ก็แสดงถึงความใส่ใจในคุณภาพของเว็บไซต์ ที่ทำให้ลูกค้ารู้สึกไว้วางใจ ว่าจะได้สินค้าดี มีคุณภาพ และมีบริการที่น่าประทับใจด้วย

4. ทำให้ปรับภาพลักษณ์ใหม่ สำหรับเว็บไซต์ที่เปิดมานานนับสิบปี มักมีรูปแบบที่ไม่ดึงดูดใจลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย การพัฒนาเว็บไซต์ให้เข้าสู่ระบบ SEO จะทำให้เกิดการสร้างภาพลักษณ์ใหม่ มีการออกแบบเว็บไซต์ให้สวยงาม แยกหมวดหมู่สินค้าที่ชัดเจน แยกจากแบนเนอร์โฆษณา และมีการคิดโลโก้ที่ตรงใจเป็นที่จดจำของลูกค้าเป้าหมายมากขึ้น ที่สำคัญ คือ การให้ความสำคัญกับบทความ SEO ที่ต้องใช้ Keyword ที่เหมาะสม และมีความทันสมัยของเนื้อหา จะทำให้ลูกค้าประจำมีความเชื่อมั่นและติดตามการเคลื่อนไหวของแบรนด์ยาวนานขึ้น และทำให้มีลูกค้าใหม่มากขึ้นเรื่อย ๆ อย่างแน่นอน

จะเห็นได้ว่า การทำ SEO ให้เว็บไซต์ มีประโยชน์รอบด้าน ทั้งกับเว็บไซต์เก่าและใหม่ ที่จำหน่ายสินค้าและบริการทุกประเภท ขอเพียงศึกษาหลักการทำ SEO อย่างถูกต้องและสม่ำเสมอในการพัฒนาเว็บไซต์ ก็จะประสบผลสำเร็จในธุรกิจตามมา

ข้อดีที่เว็บไซต์ที่ทำ SEO จะได้รับ

Plugin yoast SEO ใช้งานอย่างไรเพื่อพัฒนาเว็บไซต์ SEO

Plugin yoast SEO ใช้งานอย่างไรเพื่อพัฒนาเว็บไซต์ SEO

การทำเว็บไซต์ SEO เป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้ธุรกิจออนไลน์ประสบความสำเร็จได้ตามหลักเกณฑ์ที่ search engine อย่าง Google กำหนด ทั้งนี้มี plugin yoast SEO ที่คนไทยที่ทำเว็บไซต์ออนไลน์นิยมใช้ สำหรับการตรวจสอบประสิทธิภาพขององค์ประกอบต่าง ๆ ในเว็บไซต์ SEO โดยเฉพาะการผลิตบทความบนโปรแกรม wordpress เราจึงได้รวบรวมข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับการใช้ plugin yoast SEO มาฝากกัน ดังนี้

1. หลังติดตั้ง plugin yoast SEO แล้วการเขียนบทความจะแสดงอยู่ในกล่องที่เรียกว่า yoast metabox ซึ่งจะมีช่องให้เขียนส่วนหัวเรื่อง หรือ title และ description เป็นการย่อเรื่องราวของเนื้อหาในเพจลงมาเป็นคำสั้น ๆ เพียงไม่กี่ประโยค เพื่อให้ผู้อ่านได้รู้ว่าหากคลิกเข้ามาในเว็บไซต์ แล้วจะได้รับข้อมูลความรู้เกี่ยวกับเรื่องใดบ้าง

2. มีสีแดงเขียวโชว์ผลแบบชัดเจน การใส่ข้อมูลและการปรับแต่งต่าง ๆ ใน plugin yoast SEO ทำได้ง่ายดายผ่านปุ่ม edit snippet ที่จะมีผลโชว์ในทันทีเป็นสีแดงและสีเขียว หากเป็นสีเขียวก็แสดงว่าควรเติมข้อมูลต่อไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งเป็นสีแดงก็ควรหยุด (ถอยกลับมาให้เป็นสีเขียวจึงดีที่สุด) ซึ่งมาจากการวิเคราะห์อ้างอิงกับระบบ SEO ของ Google

3. สามารถใช้เพื่อใส่ข้อมูลสำหรับการโชว์บนแพลตฟอร์มอื่นที่ไม่ใช่เว็บไซต์ เช่น Facebook ได้ การใช้ plugin yoast SEO เชื่อมสู่ Facebook มีข้อดี คือ การเข้าหากลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้สะดวกรวดเร็วขึ้น โดยใช้ plugin yoast SEO ในการปรับแต่งค่าต่าง ๆ ให้มีความแตกต่างจากการปรากฏบนเว็บไซต์ปกติ โดยสามารถเลือก Facebook title เพื่อคิดหัวเรื่องแบบสั้นกระชับสั้นใน Facebook ส่วน Facebook descriptionเพื่อใส่เนื้อหาสรุปที่จูงใจผู้อ่าน และการใส่รูปหน้าปกที่ดึงดูดกลุ่มเป้าหมาย โดยคลิกที่ Facebook image ก็จะทำการ upload ได้สำเร็จอย่างง่ายดาย

4. การตั้งค่า sitemap ใน plugin yoast SEO มีฟังก์ชั่นที่สามารถช่วยสร้างหน้าสารบัญได้ในพริบตา ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการให้ search engine อย่าง Google มาเก็บข้อมูลอย่างรวดเร็ว แล้วนำไปวิเคราะห์ด้วยระบบ algorithm ทำให้เห็นผลการเปลี่ยนแปลงอันดับ SEO ได้ไวขึ้น วิธีการ คือ ให้กดปุ่ม enable เพื่อให้ระบบ plugin yoast SEO สร้างหน้า sitemap ให้โดยอัตโนมัติ หลังจากนั้นต้องคลิกที่ปุ่ม xml sitemap เพื่อดูผลลัพธ์การตั้งสารบัญ ก่อนจะทำการคัดลอก URL เพื่อกรอกลงในโปรแกรม Google search console เพื่อให้ AI ของ search engine มาเก็บข้อมูลต่อไป

การใช้ plugin yoast SEO มาฝาก

จะเห็นได้ว่า plugin yoast SEO เป็นตัวช่วยที่ดี สำหรับการวิเคราะห์คุณภาพขององค์ประกอบและช่วยพัฒนาเว็บไซต์ SEO ทำให้อันดับเว็บไซต์ทางธุรกิจดียิ่งขึ้นได้ ที่สำคัญคือ การเรียนรู้เพื่อใช้ประโยชน์ plugin yoast SEO ด้วยความเข้าใจอย่างถ่องแท้ ที่จะทำให้เห็นผลการเปลี่ยนแปลงเพิ่มยอดขาย ควบคู่กับการขยายฐานลูกค้าประจำและลูกค้าใหม่ได้อย่างต่อเนื่อง