ชวนทำความรู้จัก Plugin ตรวจสอบ SEO

ผู้สนใจจะใช้ปลั๊กอิน SEO ควรทราบ

ปัจจุบันการทำ SEO เป็นเทคนิคสำคัญในการทำให้อันดับการสืบค้นเว็บไซต์ทางธุรกิจสูงขึ้น จากผลการวิเคราะห์ของระบบอัลกอริทึมของ Google ที่ดี ซึ่งผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดแนะนำให้ผู้ทำเว็บไซต์ออนไลน์ระบบ SEO ติดตั้ง plugin เพื่อตรวจสอบ SEO จะทำให้หาจุดบกพร่อง แก้ไขส่วนต่าง ๆ ของบทความ SEO ได้อย่างรวดเร็วและตรงจุด เพื่อส่งเสริมประสิทธิภาพด้านธุรกิจได้ดียิ่งขึ้น

โดยนักทำเว็บไซต์ SEO ทั่วโลก มีความนิยมใช้ plugin อยู่ 3 ชนิด คือ All In One SEO, Yoast SEO และ Rank Math ซึ่งมีความคล้ายคลึงกันในส่วนการวิเคราะห์ SEO พื้นฐาน คือ สามารถช่วยวิเคราะห์คุณภาพของการตั้งชื่อหัวข้อ (Title) ส่วนคำบรรยายสรุป (Meta Description) และส่วนอื่น ๆ (ซึ่งสองจุดที่กล่าวมา เป็นจุดดึงดูดสำคัญให้กลุ่มเป้าหมายคลิกเข้ามาในเว็บไซต์ ซึ่งจะปรากฏในหน้าต่างการสืบค้น หลังจากที่กลุ่มลูกค้าเป้าหมายพิมพ์ในช่อง Google Search)

นอกจากที่กล่าวมาแล้ว Plugin ตรวจสอบ SEO ทั้งสามยังมีองค์ประกอบที่ช่วยในการจัดการทางเทคนิคเกี่ยวกับโครงสร้างของเว็บไซต์ หรือที่เรียกว่า site map รวมถึง การนำส่งข้อมูล Import Export เพื่อการสำรองการตั้งค่าและใช้ในการปรับเปลี่ยนข้อมูลทางเทคนิคได้อย่างสะดวกยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ ยังมีความแตกต่างในรายละเอียดบางอย่างของแต่ละชนิด Plugin ตรวจสอบ SEO ที่ผู้สนใจจะใช้ปลั๊กอิน SEO ควรทราบ เพื่อการเลือกได้อย่างเหมาะสม ดังนี้

1. All In One SEO

คุณสมบัติโดดเด่นที่เห็นได้ชัดเจน คือ ความสะดวก ใช้งานง่าย จึงเหมาะกับผู้ที่ทำเว็บไซต์ SEO ในระยะในเบื้องต้น สามารถที่จะตั้งค่าสถานะพื้นฐานต่าง ๆ ของเว็บไซต์ได้ แม้จะเป็นมือใหม่เพิ่งเรียนรู้ โดยระบบจะมีการประมวลสรุปสถานะแบบเรียลไทม์ให้ทราบว่า Server กำลังมีการทำงานอย่างไรอยู่ แต่ก็มีจุดอ่อนตรงที่ไม่มีระบบป้องกันมัลแวร์หรือ bot ที่อาจจะทำอันตรายข้อมูลในเว็บไซต์ได้

2. Yoast SEO

เป็นปลั๊กอิน SEO ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก เนื่องจากเป็นแบรนด์แรกที่มีการเผยแพร่การใช้งาน ซึ่งสามารถเชื่อมต่อกับ Google ได้ง่าย เรียนรู้ไม่ยาก และมีฟังก์ชันพิเศษ คือ Bulk Edit ที่ทำให้นักพัฒนาเว็บไซต์ SEO สามารถแก้ไข SEO ทั้งเว็บไซต์ได้ผ่านจุดเดียว (ไม่ต้องแก้ทีละหน้าเพจ) แต่ก็มีจุดอ่อนคือ ยังวิเคราะห์ภาษาไทยไม่แม่นยำ

3. Rank Math

เป็นปลั๊กอินตรวจสอบ SEO ที่คิดค้นใหม่ล่าสุดในปี 2019 มีความสามารถเช่นเดียวกับ Yoast SEO แต่มีความโดดเด่นที่สามารถวิเคราะห์ข้อมูลบทความที่เป็นภาษาไทยได้ และมีฟังก์ชันที่รองรับการทำงานของระบบการซื้อขายผ่านอินเทอร์เน็ตระบบ 5G และ 6G ในอนาคตด้วย

จะเห็นได้ว่า plugin ตรวจสอบ SEO แต่ละชนิด มีรายละเอียดบางส่วนที่เหมือนกันและมีความโดดเด่นในคุณสมบัติบางอย่างที่แตกต่างกันบ้าง ผู้ที่ทำเว็บไซต์ SEO จึงควรพิจารณาเลือกใช้ตามความเหมาะสม และควรเรียนรู้การใช้ปลั๊กอินควบคู่กับการพัฒนาเว็บไซต์ SEO เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ทางธุรกิจที่ดียิ่งขึ้น

ชวนทำความรู้จัก Plugin ตรวจสอบ SEO

ขั้นตอนการทำ SEO อย่างง่าย อยากขายดีในโลกออนไลน์ต้องอ่าน

ขั้นตอนการทำ SEO อย่างง่าย มีดังนี้

การทำ SEO หรือ Search Engine Optimization เป็นเทคนิคการตลาดที่ไม่ต้องจ่ายค่าพื้นที่โฆษณาอย่างการทำ SEM หรือ Search Engine Marketing ผู้ที่ทำธุรกิจในโลกออนไลน์จึงควรศึกษาขั้นตอนการทำ SEO และนำไปปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ จะเพิ่มยอดขายได้เป็นอย่างดี

ขั้นตอนการทำ SEO อย่างง่าย มีดังนี้

1. การหา Keyword ที่เหมาะสมสำหรับการผลิตบทความ โดยเลือก Keyword จากการจากผลสถิติใน Google ที่กลุ่มคนเป้าหมายใช้พิมพ์เพื่อหาร้านค้าออนไลน์ที่น่าสนใจ การใช้คีย์เวิร์ดเหล่านี้ผลิตบทความจะทำให้อันดับ SEO ในหน้าต่างการค้นหาสูงขึ้น มีโอกาสปรากฏให้ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายมากขึ้น

2. ใช้ Keyword หลักมาตั้งหัวข้อที่น่าสนใจ จะยิ่งเพิ่มโอกาสในการถูกคลิกเข้ามาชม เพิ่มค่า CTR หรือ Click Through Rate ได้ มีโอกาสให้ขยายฐานลูกค้าที่จะมาเลือกใช้บริการหรือซื้อสินค้าได้มากขึ้นอีกหลายเท่าตัว

3. ปรับปรุงโครงสร้างเว็บไซต์ให้สวยงามและใช้งานง่าย ส่วนนี้อาจศึกษาด้วยตัวเองหากต้องการประหยัดค่าใช้จ่าย หรือปรึกษากับนักพัฒนาเว็บไซต์ที่มีประสบการณ์ ตัวอย่างเช่น การจัดหมวดหมู่สินค้าที่ชัดเจนแยกจากการโฆษณา และส่วนการติดต่อกับทีมงานบริหารเว็บไซต์

4. มีการใช้ AI ในการตอบคำถาม หรือ Chatbot จะช่วยให้เพิ่มภาพลักษณ์ที่ดี ดูมีความเป็นมืออาชีพมากขึ้นในสายตาลูกค้า จะทำให้ยอดขายสูงขึ้นตามมาอย่างแน่นอน

5. ออกแบบโลโก้ ตัวอักษรและธีมสีให้มีความเป็นเอกลักษณ์ นอกจากบทความต้องมีคุณภาพแล้ว การมีโลโก้ที่สวยงามจดจำง่าย ตลอดจนตัวอักษรและสีที่แตกต่างจากเว็บอื่นเป็นสิ่งสำคัญ จะเป็นเทคนิคที่ทำให้ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายนึกถึงแบรนด์ของคุณเป็นอันดับแรกเมื่อต้องการใช้สินค้า

6. ทำลิงก์หรือ Backlink เพื่อการขยายฐานลูกค้า เพิ่มโอกาสให้ลูกค้ากลุ่มใหม่ ๆ ได้รู้จักเว็บไซต์ของคุณด้วย วิธีการทั่วไปที่ใช้การคือการเข้าไปอยู่ในวงสนทนาในโลกโซเชียล เพื่อให้เรียนรู้ปัญหาและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้ใช้สินค้าที่คุณจำหน่ายขณะเดียวกัน คุณก็สามารถให้ข้อเท็จจริงและแนะนำสินค้ารุ่นใหม่ ๆ ได้ หากมีผู้ที่สนใจต้องการข้อมูลเพิ่มหรือซื้อสินค้า จะได้ติดต่อไปที่เว็บไซต์ของคุณได้

7. การทำเว็บไซต์ SEO แบบหลายภาษาเพื่อเผยแพร่ข้อมูลธุรกิจของคุณไปยังต่างประเทศได้มากขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจที่เป็นการท่องเที่ยวและการโรงแรม ซึ่งควรมีผู้ทำหน้าที่ตอบคำถามจากลูกค้าต่างชาติด้วยความเป็นมืออาชีพและมีความจริงใจให้บริการ จะทำให้ได้รับยอดการสั่งซื้อ สั่งจองสินค้าและบริการจากผู้คนได้ทั่วโลกตลอด 24 ชั่วโมง

จะเห็นได้ว่า ขั้นตอนการทำ SEO มีหลายองค์ประกอบที่สามารถทำควบคู่ไปพร้อมกัน ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดแนะนำว่าหากทำ SEO ให้เว็บไซต์อย่างสม่ำเสมอ แม้ต้องใช้เวลา 3 ถึง 6 เดือนขึ้นไปจึงจะเห็นผล แต่ก็คุ้มค่าทั้งด้านฐานลูกค้าและยอดขายที่เพิ่มขึ้นและมั่นคงในระยะยาว

ขั้นตอนการทำ SEO อย่างง่าย อยากขายดีในโลกออนไลน์ต้องอ่าน

แนะนำเว็บไชต์ให้ความรู้ SEO

แนะนำเว็บไชต์ให้ความรู้ SEO

ในโลกแห่งเทคโนโลยีความสะดวกสบายแทบทุกอย่างสามารถทำให้เกิดขึ้นได้ผ่านสมาร์ทโฟน ทั้งติดตามข่าวสาร หรือแม้แต่ซื้อของผ่านระบบออนไลน์ เมื่อโลกดิจิตอลมีอิทธิพลต่อการดำเนินชีวิต หลายคนจึงหันมาสนใจธุรกิจออนไลน์มากขึ้น ก่อให้เกิดการสร้างสรรค์เว็บไซต์ใหม่ ๆ เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าตามเป้าหมายที่วางไว้ หรือที่เรียกกันว่า SEO (Search Engine Optimization) ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่จะทำให้เว็บไซต์ของคุณมีสถิติการเข้าใช้มากขึ้นและเป็นที่รู้จักในวงกว้าง

หากคุณเป็นอีกคนที่กำลังมองหาแนวทางในการทำ SEO ด้วยตนเอง เรามีเว็บไซต์ที่มีมาตรฐานในการแนะ ให้ความรู้เกี่ยวกับ SEO

1.www.seo.co.th

ถ้าคุณไม่มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ SEO เลย ขั้นแรกต้องทำความเข้าใจเสียก่อน ลองเข้าไปศึกษาในเว็บไซต์นี้ได้ ซึ่งมีการอธิบายเกี่ยวกับที่มาของ SEO ปัจจัยในการเขียน แนวโน้มของความนิยม รวมถึงประโยชน์ที่ได้รับจากการเขียน SEO

2. www.hooktalk.com

การวางพื้นฐานเป็นสิ่งสำคัญ เว็บไซต์นี้จะสอนคุณตั้งแต่พื้นฐานการประเมินว่าควรเลือก Keyword แบบไหนมาทำ SEO มีคำแนะนำในการตั้งชื่อบทความ (Title) ให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย คำอธิบายบทความสั้นๆ(Description) รวมไปถึงการแทรก Keyword อย่างสมดุล และเป็นธรรมชาติ

3. www.webbastard.net

หากคุณมีพื้นฐานด้าน SEO อยู่แล้ว แต่ไม่แน่ใจว่าสิ่งที่คุณกำลังทำ มีแนวโน้มไปในทิศทางใด Webbastard.net สามารถเป็นไกด์ที่ดีในการให้คำแนะนำกับคุณได้ เว็บไซต์นี้จะแจกแจงให้คุณได้เข้าใจในการทำ SEO ที่ถูกต้อง และแนะนำได้ว่าแบบใดเป็นที่ต้องการในตลาด แบบใดที่ล้าสมัยและไม่เป็นที่สนใจในปัจจุบัน

4. Contentshifu.com

ถ้าคุณต้องการเพิ่มกลยุทธ์การตลาดให้กับตนเองในการทำ SEO ต้องไม่พลาดที่จะเข้าไปศึกษาในเว็บไซต์ Contentshifu ที่ได้รวบรวมเทคนิคการตลาดในการทำ SEO แต่ละประเภท มีการเปรียบเทียบและอธิบายให้เข้าใจถึงสาเหตุที่ทำ SEO แลัวอันดับไม่ขึ้น ไปจนถึงแนวทางแก้ปัญหา

5. www.1000content.com

ก่อนจะลงสนามจริงคุณควรเข้าไปดูตัวอย่างแนวทางการเขียนบทความ SEO ที่หลากหลายรูปแบบ จากเว็บไซต์ 1000 Content ที่มีตัวอย่างการเขียนบทความ SEO คุณภาพจากนักเขียนมากมากประสบการณ์กว่า 30 คน ทั้งงานเขียนรีวิวสินค้า เขียนโปรโมทเว็บไซต์ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์งานเขียนของคุณให้มีคุณภาพ ติดอันดับต้นๆในการค้นหาเรามีเว็บไซต์ที่มีมาตรฐานในการแนะ ให้ความรู้เกี่ยวกับ SEO

ไม่ว่าคุณจะมีพื้นฐานเกี่ยวกับ SEO หรือไม่ 5 เว็บไซต์นี้จะเป็นตัวช่วยในการสร้างพื้นฐานให้คุณ ทั้งนี้การจะทำ SEO ให้ประสบผลสำเร็จได้นั้น คุณต้องมีทักษะการอ่านที่ดีเพื่อเป็นแนวทางในการเขียน มีความขยันเพื่อให้การสร้างสรรค์ผลงานเป็นไปอย่างสม่ำเสมอ และความตั้งใจที่จะเป็นพลังให้เอาชนะความเหน็ดเหนื่อย ความท้อแท้ในการทำงานจนประสบผลสำเร็จ

5 เคล็ดลับทำ SEO เพิ่มยอดผู้ชมเว็บไซต์ง่ายและรวดเร็ว

เพิ่มยอดขาย โดยใช้ SEO เป็นตัวช่วย

ทุกวันนี้การตลาดดิจิทัลกำลังพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ใครไม่ตามกระแสมีโอกาสหลุดจากเครื่องมือค้นหาอย่างกูเกิล เวลาผู้ใช้ใส่คีย์เวิร์ดหาสิ่งที่ต้องการ เว็บอื่นที่แสดงผลอยู่หน้าแรกของการค้นหาแซงหน้าแย่งยอดขายไปหมดกว่าจะตกมาถึงเว็บของเรา แนะนำเคล็ดลับการทำ SEO ที่ง่ายและรวดเร็ว แม้แต่มือใหม่สามารถเริ่มต้นใช้งานได้ทันทีเพื่อปรับปรุงจำนวนผู้เข้าชมในเว็บไซต์ให้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เพิ่มโอกาสปิดการขายได้มากขึ้น ดังต่อไปนี้

1.การทำ SEO ด้วยการใส่คีย์เวิร์ดในบทความนั้นสำคัญมากกว่าที่คุณนึกถึง มีน้ำหนักในเรื่องความน่าเชื่อถืออีกด้วย การอัปเดตบทความต่อเนื่องมีผลโดยตรงต่อการจัดอันดับการค้นหาของ Google แต่การจัดอันดับไม่ได้มองว่าจะต้องใหม่ถอดด้ามเสมอไป คุณสามารถอัปเดตเนื้อหาที่ปรับแต่งเพิ่มเล็กน้อย เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในการจัดอันดับก็ได้ จุดเริ่มต้นที่ดีคือการใช้ Google Analytics เพื่อระบุเนื้อหาอันดับดีที่สุด 10 อันดับ ดูว่าคุณสามารถเปลี่ยนแปลงเนื้อหาให้ได้รับความนิยมแบบนั้นได้อย่างไร แต่ต้องระวังอย่าปรับเปลี่ยนมากเกินไปจนสูญเสียเอกลักษณ์ของตัวเอง เพราะบทความที่ดีต้องทั้งใหม่และไม่ซ้ำใคร นั่นเป็นข้อดีที่ทำให้บทความได้รับความนิยมจากผู้อ่าน

2.โครงสร้างเว็บที่ต้องมีการออกแบบการเชื่อมโยงภายในเพื่อให้ผู้ชมเข้าไปดูหน้าอื่น ๆ ในเว็บไซต์ ไม่ใช่เข้ามาดูหน้าเดียวแล้วออกไป ควรเพิ่มการเชื่อมโยงซึ่งกันและกันระหว่างเนื้อหาใหม่และเนื้อหาเก่าด้วย ยิ่งดึงดูดผู้ใช้อยู่ในเว็บไซต์ของคุณนานเท่าใด จะเป็นดัชนีสำคัญทำให้ Google จัดอันดับหน้าเว็บของคุณให้สูงขึ้นในผลการค้นหา

3.พาดหัวข่าวและหัวข้อย่อยให้โดดเด่นน่าสนใจ มีความชัดเจนและกระตุ้นให้อยากรู้แล้วคลิกเข้าอ่าน เนื้อหาควรมีความยาวระหว่าง 500-700 คำ Google มองเห็นพาดหัวและหัวข้อย่อยได้ง่ายกว่าเนื้อหาหลักของบทความ โดยตรวจสอบให้แน่ใจว่าคำหลักบนชื่อบทความและหัวข้อย่อยมีทำที่ตรงกับคีย์เวิร์ดหลัก

4.เพิ่มประสิทธิภาพการแสดงผลเว็บไซต์บนมือถือ เรื่องนี้มีความจำเป็นในการทำการตลาด อ่านง่ายและโหลดเร็วทั้งแพลตฟอร์มเดสก์ท็อปและโทรศัพท์มือถือ ในอนาคตคำค้นหาทั้งหมดจะได้รับการจัดอันดับตามฐานข้อมูลมือถือ วิเคราะห์ว่าเว็บไซต์ของคุณทำงานได้ดีแค่ไหนบนมือถือและปรับปรุงให้ดีขึ้น โดยทั่วไปมักประสบปัญหาในการใช้งานที่ช้าเนื่องจากมักเกิดจากการใช้ Javascript และ HTML

5.การจัดอันดับเริ่มเข้มงวด หลังจาก Google เริ่มใช้โครงสร้างอัลกอริทึ่ม Panda และ Penguin โดย Panda จะคัดกรองเนื้อหาที่มีเนื้อหาคุณภาพต่ำ เนื่องจากคัดลอกข้อมูลมาจากเว็บอื่น ทำให้มีบทความเต็มไปหมด แต่ไม่ได้เขียนเองเลย จะถูกตัดออกไปจากหน้าการค้นหาของกูเกิล ส่วน Penguin จะตรวจจับเว็บไซต์ที่สปินบทความ ใส่คีย์เวิร์ดมากจนอ่านไม่รู้เรื่อง หรือฝากลิงก์ เข้าข่ายว่าเป็นสแปมและถูกตัดจากการค้นหาเช่นกัน

เมื่อรู้อย่างนี้แล้ว เจ้าของธุรกิจจะต้องทำ SEO อย่างระมัดระวังยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการเขียนบทความที่มีเอกลักษณ์ ซึ่งส่งผลต่อการจัดอันดับที่ดีและเป็นประโยชน์ต่อผู้ค้นหาอย่างแท้จริง

การทำ SEO ใช้ลิงก์ให้ดีมีคุณภาพ ผลตอบรับดีแน่น

SEO-รู้ก่อนจ้าง

หากคุณเป็นมือใหม่ มีประสบการณ์น้อยในเรื่องของการทำ SEO อ่านหลักการแล้วยิ่งสับสนเพราะเห็นว่ามีแนวคิดและเทคนิคหลายแบบ ยังไม่มั่นใจว่าแบบใดที่นำมาใช้ได้กับธุรกิจของตนเอง ตัวอย่างเช่น การสร้างลิงค์ (Backlink) บางแนวคิดแนะนำว่าควรหลีกเลี่ยง บ้างก็ว่ายังคงใช้ได้ผลดีในการทำ SEO ให้ติดอันดับในการค้นหาของเว็บกูเกิ้ล อย่างนั้นเราควรจะทำอย่างไรดี

ทำความรู้จักกับเสิร์จเอนจิ้น

ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจว่าเสิร์จเอนจิ้นไม่ได้มีเฉพาะ Google อย่างเดียว ยังมีตัวอื่นที่หาข้อมูลแทนได้ เช่น Yahoo, Bing ถ้าค้นอะไรเกี่ยวกับจีนให้ใช้ Baidu ไปเลย จะได้ผลลัพธ์ดีกว่าด้วย อย่างไรก็ตาม คนส่วนใหญ่ยังคงพึ่งพากูเกิ้ล ซึ่งแน่นอนว่า การใช้ Backlinks หรือความเกี่ยวข้องของลิงก์กับเนื้อหาในเว็บยังคงมีผลต่อการจัดอันดับด้วย

หากต้องการใช้ลิงก์ให้เกิดการเชื่อมโยงโดยไม่ถูกหาว่าเป็นสแปม จำเป็นต้องรู้ว่าลิงก์แบบไหนไม่ให้ผลดี ซึ่งเราจำเป็นต้องหลีกเลี่ยง เช่น เพิ่มลิงก์จำนวนมากโดยไม่พิจารณาว่าเว็บนั้นมีคุณภาพดีหรือไม่ ทำให้เกิดผลลบต่อการอันดับได้ การใช้โปรแกรมอัตโนมัติสร้างลิงก์หรือการแลกลิงก์ที่ไม่ถูกวิธีจะทำให้กูเกิ้ลตัดสินว่าเป็นสแปมและส่งผลเสียต่อการจัดอันดับเหมือนกัน ทั้งลิงก์จากเว็บคุณภาพต่ำ ลิงก์ที่มากผิดปกติ ลิงก์จากข้อความโฆษณา ซึ่งไม่เกี่ยวกับเนื้อหาในเว็บของเราเลย ถือว่าเป็นการทำ SEO ที่ไม่มีประสิทธิภาพ ซึ่งกูเกิ้ลจะตรวจสอบในเรื่องนี้ด้วย เพื่อให้รู้ว่าเว็บไซต์ของเราเกี่ยวข้องกับอะไร ถ้าลิงก์เข้ามาจำนวนมาก อาจถูกจับได้ว่าเป็นลิงก์แบบสแปม ซึ่งจะถูกทางกูเกิ้ลลงโทษ

การสร้างลิงก์ต้องเลือกทั้งความสอดคล้องกันและมีความหลากหลายเพื่อความแนบเนียนเป็นธรรมชาติที่สุด หากเราเชื่อมโยงกับเว็บดีมีคุณภาพจะมีส่วนทำให้อันดับเว็บไซต์ของเราขึ้นไปติดอันดับต้นๆ ได้อย่างง่ายดาย หากระดมสร้างลิงก์โยงเข้ามาหาเว็บไซต์ของเราทั้งที่ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องอะไรกันเลย แน่นอนว่าคนที่ตามลิงก์เข้ามาในเว็บก็จะไม่ใช่ลูกค้าเป้าหมายโดยตรง ไม่เกิดประโยชน์ต่อยอดขายสินค้าและบริการ เท่ากับว่าทำไปเสียเปล่า ถ้าไม่อยาก โดน Google ทำโทษต้องหลีกเลี่ยงวิธีการผิดๆ เหล่านี้

ลิงก์ SEO

อย่างนั้นเราควรทำลิงก์แบบไหน? ก่อนอื่นต้องเลือกลิงก์มาจากเว็บที่มีคุณภาพ เว็บดังยิ่งดี ควรทำลิงก์กับเนื้อหาให้มีความหลากหลายเพื่อเลี่ยงการถูกจับว่าเป็นสแปม ลิงก์จากหลายที่มาจะส่งผลตอบรับแตกต่างกันไป ลิงก์เป็นทางเข้าก็เหมือนประตูเปิดรับผู้เข้าชมซึ่งจะกลายมาเป็นลูกค้า เราควรคัดเฟ้นลูกค้าคุณภาพดีตั้งแต่ตอนต้น พยายามใช้ประโยชน์จากการลิงก์กับโซเชียลมีเดีย ไม่ว่าจะเป็น Facebook , Twitter , Youtube เพราะพื้นที่โซเชียลมีบทความจำนวนมาก สามารถเลือกบทความดีๆ นำมาเชื่อมโยงกับเว็บของเราได้เลย การทำ SEO ไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่จะช่วยให้ปิดยอดขายได้สำเร็จ แต่จะต้องมีตัวช่วยหลายด้าน เช่น เนื้อหาคอนเทนต์ที่มีประโยชน์ อ่านสนุก น่าสนใจ คำนึงเรื่องการออกแบบเนื้อหาอยู่ในกรอบของหน้าจอมือถือขนาดเล็กด้วย ทำให้อ่านง่ายและโหลดเร็ว ลูกค้าเข้ามาพอใจจะกลับมาซ้ำอีกแน่นอน