การทำ SEO มีประโยชน์ต่อธุรกิจขนาดเล็กอย่างไร

การทำ SEO มีประโยชน์ต่อธุรกิจขนาดเล็กอย่างไร

ทุกวันนี้ใคร ๆ ต่างพูดถึงการทำ SEO ว่ามีความสำคัญและเป็นประโยชน์ต่อการโปรโมทสินค้าและแบรนด์ผ่านทางสื่ออินเทอร์เน็ตซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการเติบโตทางธุรกิจ แต่เจ้าของธุรกิจขนาดเล็กยังคงข้องใจว่าจำเป็นต้องลงทุนทำ SEO จริงหรือ การเพิ่มประสิทธิภาพกลไกค้นหามีความคุ้มค่าหรือไม่ ทำแล้วธุรกิจจะเติบโตได้อย่างไร มาไขข้อข้องใจเรื่องนี้ด้วยกัน

1.ค้นพบเว็บไซต์ง่ายและการเข้าชมเพิ่มขึ้น
การทำ SEO คือการทำให้เว็บไซต์ติดอันดับหน้าแรกของ Google เวลาใส่คีย์เวิร์ดค้นหาสินค้าหรือบริการจะมองเห็นเว็บไซต์ของคุณก่อนคู่แข่งทำให้มีความได้เปรียบแต่ดึงดูดปริมาณเข้าชมเว็บไซต์เพิ่มขึ้น บทบาทสำคัญของการทำ SEO คือการเขียนบทความที่มีคุณภาพ เนื้อหาน่าสนใจและเป็นประโยชน์ ทำให้ผู้ชมสนใจอ่านและอยู่ในเว็บไซต์นานขึ้นซึ่งทาง Google ประเมินว่าเป็นการเข้าชมที่มีคุณภาพส่งผลดีต่อการจัดอันดับเช่นกัน

2.เพิ่มความน่าเชื่อถือ มีโอกาสปิดยอดขายง่ายขึ้น
แน่นอนว่าการจัดอันดับบนหน้าแรกของ Google มีส่วนเพิ่มความน่าเชื่อถือเพราะถือว่าได้รับการคัดเลือกแล้วว่าเป็นเว็บไซต์มีคุณภาพที่ไว้วางใจได้ การประเมินความน่าเชื่อถือจะพิจารณาจากเนื้อหาบทความที่มีคุณภาพ ความเร็วของเว็บไซต์และการใช้งานสะดวกบนหน้าจอมือถือ แม้ว่าอัลกอริทึมของ Google ปรับเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา แต่กลยุทธ์พื้นฐานการทำ SEO อย่างถูกวิธียังคงเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจทำให้เว็บไซต์ของคุณเป็นที่รู้จักมากขึ้น อย่างไรก็ตาม การสร้างความไว้วางใจด้วยการทำ SEO ไม่ใช่กลยุทธ์ระยะสั้น กว่าจะเห็นผลต้องใช้เวลานานหลายเดือน ยิ่งเป็นสตาร์ทอัพหรือธุรกิจขนาดเล็กต้องมีความอดทนและโพสต์บทความน่าอ่านในเว็บไซต์อย่างต่อเนื่อง ยิ่งแบรนด์ของคุณเป็นที่รู้จักทางออนไลน์มากขึ้นเท่าไร จะยิ่งได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภคมากขึ้นเท่านั้น

3.สร้างประสบการณ์บนเว็บไซต์ให้ลูกค้าจดจำ
การทำ SEO มุ่งเน้นไปที่เครื่องมือค้นหาและการจัดอันดับของ Google เท่านั้น แต่ผู้ที่เข้าชมเว็บไซต์ได้รับประสบการณ์ที่ดี ทั้งข้อมูลที่ละเอียด มีประโยชน์ เนื้อหาที่สดใหม่ ตลอดจนโครงสร้างเว็บไซต์ที่ใช้งานง่ายและมีลิงก์ไปยังหน้าที่เกี่ยวข้องทำให้ผู้เข้าเว็บไซต์เกิดความพอใจและกลับเข้ามาใช้บริการซ้ำอีก หากเว็บไซต์ไม่เป็นมิตรกับผู้ใช้ โดยเฉพาะมือใหม่ที่ไม่คุ้นเคยกับเทคโนโลยีและอินเทอร์เน็ตมาก่อน ต่อให้เว็บไซต์อยู่ในหน้าแรกของ Google ก็ตาม เมื่อเข้ามาแล้วรู้สึกว่างง มีหน้ามากเกินไปทำให้สับสน รายการเมนูซับซ้อนและยุ่งยากทำให้ไม่อยากกลับมาใช้อีก ด้วยเหตุนี้กลยุทธ์ SEO ที่มีคุณภาพจึงต้องรวมเอาประสบการณ์ของผู้ใช้มาเป็นส่วนหนึ่งด้วย

4.SEO ทำให้ธุรกิจขนาดเล็กแข่งขันได้มากขึ้น
ธุรกิจขนาดเล็กอาจไม่อยู่ในสายตาของผู้บริโภคมาก่อน แต่ถ้าอยู่ในหน้าแรกของ Google จะสร้างโอกาสให้ธุรกิจขนาดเล็กได้รับโอกาสและมีศักยภาพการแข่งขันมากขึ้น คนส่วนใหญ่ค้นหาสิ่งที่ต้องการจากหน้าแรกใน Google ไม่เคยเลื่อนผ่านไปหน้าอื่นเลย ยิ่งอยู่ในตำแหน่งบนสุดด้วย อัตราการเลื่อนผ่านยิ่งน้อยลงไปอีก การทำ SEO ช่วยให้เลื่อนอันดับขึ้นทำให้ผู้ชมคลิกเข้าเว็บไซต์มากขึ้นเท่ากับว่าตัดจำนวนคู่แข่งน้อยลงในคราวเดียวกัน

หากการทำ SEO ช่วยปรับปรุงสถานะออนไลน์ทำให้ตำแหน่งในหน้าแรกของ Google จะสร้างความแตกต่างอย่างมากในการเรียกคนเข้าชมเว็บไซต์มากขึ้น ข้อสำคัญคือแบรนด์เป็นที่รู้จักมากขึ้น ต้องพร้อมธุรกิจให้พร้อมสำหรับผู้บริโภคมากขึ้นด้วย

รวมเทคนิคปั้นเว็บไซต์ให้ติดหน้าแรกด้วยการทำคอนเทนต์แบบเทพ ๆ

รวมเทคนิคปั้นเว็บไซต์ให้ติดหน้าแรกด้วยการทำคอนเทนต์แบบเทพ ๆ

ในยุคที่การตลาดออนไลน์มาแรง การทำ SEO จึงเป็นเครื่องมือหนึ่งที่ได้รับความนิยมมาก เพราะเป็นการปั้นเว็บไซต์เพื่อให้แสดงผลหน้าแรกของ Search Engine เพราะการติดหน้าแรกนอกจากจะทำให้กลุ่มเป้าหมายมีโอกาสเห็นเว็บไซต์ได้มากกว่าแล้ว ยังเพิ่มความน่าเชื่อถือ โดยหลักในการทำ SEO มีด้วยกันหลายอย่าง แต่ที่ดูจะเป็นหัวใจสำคัญอันดับต้น ๆ ต้องยกให้การทำคอนเทนต์ เพราะหากคอนเทนต์น่าสนใจ แน่นอนว่าจำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์จะมากขึ้น ส่งผลให้มีโอกาสติดหน้าแรกของการค้นหาได้มากขึ้นเช่นกัน

และเพราะคอนเทนต์เป็นหัวใจสำคัญในการทำ SEO ทุกธุรกิจจึงให้ความสำคัญในการผลิตคอนเทนต์ แต่จะผลิตคอนเทนต์อย่างไรให้เพิ่มโอกาสติดหน้าแรกของ Search Engine วันนี้เรารวมเทคนิคสุดเจ๋งมาให้ เพื่อเป็นประโยชน์แก่คนทำเว็บไซต์

เริ่มต้นด้วยการวิเคราะห์คีย์เวิร์ด
ก่อนเริ่มต้นผลิตคอนเทนต์ แนะนำให้วิเคราะห์คีย์เวิร์ด เพื่อพิจารณาว่าคีย์เวิร์ดใดได้รับการค้นหาเป็นอันดับต้น ๆ ซึ่งปัจจุบันมีหลายเครื่องมือเป็นตัวช่วยการค้นหา เช่น Google Keyword Planner หรือ Google Trends เป็นต้น โดยการวิเคราะห์คีย์เวิร์ดจะช่วยให้คิดคอนเทนต์ได้โดนใจกลุ่มเป้าหมายและมีโอกาสเจอกลุ่มเป้าหมายได้เร็วยิ่งขึ้น

จัดทำคอนเทนต์น่าสนใจ
เพราะคอนเทนต์คือหัวใจสำคัญในการทำให้กลุ่มเป้าหมายคลิกเข้ามายังหน้าเว็บไซต์ การผลิตคอนเทนต์ให้น่าสนใจ อินเทรนด์ และตอบโจทย์ความต้องการกลุ่มเป้าหมาย จะช่วยให้กลุ่มเป้าหมายอยากคลิกเข้ามาอ่านและติดตามเว็บไซต์คุณอยู่เสมอ

แทรกคีย์เวิร์ดลงในคอนเทนต์
เมื่อคิดหัวข้อคอนเทนต์ที่น่าจะโดนใจกลุ่มเป้าหมายได้แล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการใส่คีย์เวิร์ดเหล่านั้นลงในคอนเทนต์ โดยการใส่คีย์เวิร์ดที่ดีควรกระจายคีย์เวิร์ดให้ทั่วบทความ โดยเฉพาะชื่อหัวข้อ ย่อหน้าแรก และย่อหน้าสุดท้าย และความถี่ที่ใส่ไม่ควรเกิน 2-2.5 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนคำทั้งหมด เพื่อไม่ให้ดูแน่นเกินไป

คอนเทนต์มีคุณภาพ ไม่ลอก ไม่ซ้ำ
นอกจากคอนเทนต์โดนใจคนอ่านแล้วยังต้องได้คุณภาพ ไม่ลอกเลียนแบบเว็บไซต์อื่นและไม่คัดลอกบทความจากที่อื่นมาลง เพราะหาก Search Engine ตรวจพบอาจทำให้เว็บไซต์คุณโดนแบนและไม่มีโอกาสติดหน้าแรกการค้นหาอีกเลย

คอนเทนต์ยาวดีกว่าคอนเทนต์สั้น
ความยาวของคอนเทนต์มีส่วนไม่น้อยในการทำให้ติดหน้าแรกการค้นหา เพราะ Search Engine ชอบคอนเทนต์เชิงลึกและตอบโจทย์ความต้องการผู้อ่านได้ ความยาวคอนเทนต์ที่เหมาะสมคือไม่ควรต่ำกว่า 500 คำ หากเป็นไปได้ควรเขียนให้ได้ 1,000-1,500 คำ จะส่งผลดีต่อเว็บไซต์คุณมากยิ่งขึ้น

ใครที่กำลังพยายามผลักดันเว็บไซต์ให้ติดหน้าแรกผลการค้นหา แนะนำให้นำเทคนิคดี ๆ เหล่านี้ไปใช้ ควบคู่กับวิธีอื่น ๆ เพื่อให้การทำ SEO ประสบความสำเร็จรวดเร็วยิ่งขึ้น และอย่าลืมว่าการทำ SEO จำเป็นต้องใช้เวลาและความสม่ำเสมอ เพราะฉะนั้นควรหมั่นอัปเดตคอนเทนต์เป็นประจำเพื่อให้ติดหน้าแรกผลการค้นหาได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

3 ตัวช่วยค้นหาคีย์เวิร์ด SEO แบบฟรี ๆ ปั้นเว็บให้ติดหน้าแรก

3 ตัวช่วยค้นหาคีย์เวิร์ด SEO แบบฟรี ๆ ปั้นเว็บให้ติดหน้าแรก

ในยุคนี้ต้องยอมรับว่าการตลาดออนไลน์ได้เข้ามามีบทบาทเป็นอย่างมากในทุกธุรกิจ และรูปแบบการตลาดออนไลน์ที่นิยมต้องยกให้การทำ SEO หรือการผลักดันเว็บไซต์ให้ติดหน้าแรกผลการค้นหา แม้ว่าการทำ SEO จะจำเป็นต้องใช้องค์ประกอบหลายอย่าง แต่หัวใจสำคัญอันดับต้น ๆ คือการค้นหาคีย์เวิร์ด เพราะคีย์เวิร์ดที่ใช่จะช่วยเพิ่มโอกาสให้กลุ่มเป้าหมายค้นหาเว็บไซต์คุณเจอได้ง่ายยิ่งขึ้น โดยการค้นหาหรือวิเคราะห์คีย์เวิร์ด นักการตลาดจำเป็นต้องมีตัวช่วยดี ๆ และสำหรับใครที่กำลังมองหาตัวช่วยแบบไม่มีค่าใช้จ่าย ขอแนะนำ 3 ตัวช่วยค้นหาคีย์เวิร์ดแบบฟรี ๆ ที่ต้องถูกใจนักปั้น SEO อย่างแน่นอน

1.Google Keyword Planner
เครื่องมือยอดนิยมจาก Search Engine ชื่อดังอย่าง Google เปิดให้ใช้งานแบบฟรี ๆ โดยเครื่องมือนี้จะอยู่ใน Google Ads จุดเด่นคือเหมาะอย่างยิ่งสำหรับนักการตลาดออนไลน์มือใหม่ที่ต้องการค้นหาคีย์เวิร์ดแบบไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย อีกทั้งใช้งานง่ายไม่ซับซ้อน แต่มีข้อแม้คือต้องสมัครบัญชี Google Ads ก่อน สำหรับใครที่มีไอเดียอยู่แล้วว่าจะเลือกใช้คีย์เวิร์ดใดก็สามารถกดค้นหาเพื่อดูความนิยมได้ ในขณะเดียวกันหากยังไม่ทราบว่าจะเลือกคีย์เวิร์ดไหนดี ก็สามารถกดค้นหาคีย์เวิร์ดยอดนิยมได้เช่นกัน

2.Google Trends
อีกหนึ่งเครื่องมือจาก Google ออกแบบมาเพื่อการใช้งานแบบไม่มีค่าใช้จ่าย จุดเด่นคือเป็นเครื่องมือที่สามารถค้นหาได้ว่าพื้นที่ไหนนิยมค้นหาคีย์เวิร์ดใด พร้อมสถิติการค้นหาเพื่อพิจารณาเลือกคีย์เวิร์ดที่น่าจะโดนใจกลุ่มเป้าหมายมากที่สุด นอกจากนี้ยังค้นหาคีย์เวิร์ดใกล้เคียงและคีย์เวิร์ดที่อยู่ในหมวดหมู่เดียวกันได้ ด้านการแสดงผลก็ได้เปรียบเครื่องมืออื่น เพราะเลือกแสดงผลรูปแบบกราฟได้ เห็นแนวโน้มความนิยมแต่ละช่วงเวลา นอกจากใช้งานฟรีแถมยังมีฟีเจอร์ดี ๆ แบบนี้ บอกเลยว่านักการตลาดออนไลน์ห้ามพลาดให้เป็นตัวช่วยเพื่อการปั้นเว็บไซต์ให้ติดอันดับ

3.Answer the Public
เครื่องมือเปิดใช้งานฟรีสำหรับการค้นหาคีย์เวิร์ด จุดเด่นของเครื่องมือนี้คือใช้งานง่าย ไม่ยุ่งยาก เพียงกรอกคีย์เวิร์ดที่ต้องการ เครื่องมือจะแนะนำคีย์เวิร์ดยอดนิยมมาให้ทันที นอกจากนี้ยังเหมาะกับการค้นหาคีย์เวิร์ดประเภทคำถามและสามารถเลือกค้นหาคีย์เวิร์ดแบ่งตามประเทศได้ โดยข้อมูลที่ได้จากการใช้เครื่องมือนี้สามารถนำไปต่อยอดจัดทำแผนการตลาดได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังใช้วางแผนจัดทำคอนเทนต์เพื่อให้โดนใจกลุ่มเป้าหมายได้อีกด้วย

สำหรับใครที่เป็นนักปั้นเว็บไซต์มือใหม่ สามารถเลือกใช้เครื่องมือทั้ง 3 ชนิดนี้ได้ทันที เพราะใช้งานง่าย เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้น แถมมีข้อดีคือไม่มีค่าใช้จ่าย แต่หากในอนาคตต้องการตัวช่วยแบบมืออาชีพมากขึ้นก็สามารถเลือกใช้เครื่องมือที่มีค่าบริการได้ ซึ่งแน่นอนว่ามาพร้อมฟีเจอร์เทพ ๆ ที่จะทำให้คุณต่อยอด SEO ได้แบบมือโปรยิ่งกว่าเดิม

เปลี่ยนเว็บไซต์ให้ปัง เพิ่มยอดขายให้กระฉูดด้วย SEO

เปลี่ยนเว็บไซต์ให้ปัง เพิ่มยอดขายให้กระฉูดด้วย SEO

สำหรับคนที่กำลังมองหาตัวช่วยดี ๆ ที่จะทำให้ธุรกิจ แบรนด์สินค้าต่าง ๆ ของตนเองเติบโตได้ในระยะยาว นอกเหนือจากการทำโฆษณาที่ต้องใช้งบประมาณค่อนข้างสูงแล้ว การทำ SEO ก็ถือว่าเป็นทางเลือกที่คุ้มค่ากว่าในระยะยาว ด้วยที่ว่าเป็นวิธีการที่จะทำให้เว็บไซต์ธุรกิจของเราสามารถที่จะติดในหน้าการค้าหาได้ง่ายขึ้น มีโอกาสที่ผู้คนจะพบเห็นเว็บไซต์ของคุณมากยิ่งขึ้น มีโอกาสในการที่จะสร้างยอดขาย กำไรให้เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ เช่นนั้นแล้ว มาทำความรู้จักกับ SEO ให้มากขึ้นพร้อมทั้งแนวทางต่าง ๆ ในการใช้ประโยชน์จาก SEO กันตั้งแต่ตอนนี้ เพื่อให้นำหน้าคู่แข่งไปอีกก้าว

SEO เป็นตัวย่อมาจาก Search Engine Optimization เป็นวิธีที่จะสร้างให้คุณได้เป็นผู้นำในตลาดดิจิทัล เมื่อมีการค้นหาสินค้าหรือบริการใน Google โดยที่เราไม่ต้องไปซื้อพื้นที่โฆษณา Google Ads แต่อย่างใด ซึ่งวิธีการทำ SEO นั้นประกอบไปด้วยองค์ประกอบหลาย ๆ อย่าง เน้นไปที่ความสม่ำเสมอ มีการลงเนื้อหาและบทความต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง ดังนั้นเนื้อหาที่อยู่ในเว็บไซต์นั้น ๆ จึงเป็นสิ่งที่มีความสำคัญมาก เพราะนอกจากที่จะให้ความรู้กับกลุ่มลูกค้าหรือกลุ่มเป้าหมายของเราแล้ว ยังช่วยในการสร้างประสิทธิภาพและศักยภาพให้กับเว็บไซต์เราได้อีกด้วย 

เนื้อหาที่มีการใส่คีย์เวิร์ดที่เหมาะสมจะช่วยให้เนื้อหานั้นสามารถช่วยให้เว็บไซต์ของเราเลื่อนลำดับได้เร็วยิ่งขึ้น แม้ว่าการทำการไต่อันดับขึ้นไปติดอันดับเว็บไซต์ในหน้าแรกนั้นจะเป็นเรื่องยาก แต่ถ้าเรามีวิธีการในการทำเนื้อหาที่ถูกต้อง การติดหน้าแรกของการค้นหาก็ไม่ใช่เรื่องไกลเกินเอื้อม หลาย ๆ คนคงสงสัยว่าคีย์เวิร์ดที่เหมาะสมเป็นอย่างไร ต้องบอกเลยว่าคือคีย์เวิร์ดที่เหมาะสมคือ คีย์เวิร์ดที่มีผู้คนใช้ในการกดค้นหาจริง เป็นคีย์เวิร์ดยอดนิยม ไม่ใช่คีย์เวิร์ดที่เราคิดขึ้นมาเอง ต้องให้มีความสอดคล้องกับเว็บไซต์และเนื้อหาที่เราต้องการนำเสนอด้วย นอกจากนี้แล้วในส่วนของปริมาณคีย์เวิร์ดที่ใส่ลงไปในเนื้อหาก็ควรที่จะมีไม่มากหรือน้อยจนเกินไป ยกตัวอย่างเช่นมีการสอดแทรกคีย์เวิร์ดอยู่ในทุกย่อหน้า ปริมาณย่อหน้าละ 1-2 คีย์เวิร์ดเป็นต้น และมีความหลากหลาย เช่น บ้าน บ้านพักอาศัย บ้านเดี่ยว ซึ่งสื่อความหมายถึง “บ้าน” เหมือนกัน แต่มีการขยายความให้หลากหลายมากขึ้น 

ทั้งนี้ถ้าหากเนื้อหานั้น ๆ น่าอ่าน ชวนให้ติดตาม เป็นที่สนใจของผู้คน มียอดไลก์ ยอดแชร์ ทั้งตัวลิงก์และเว็บไซต์ก็จะช่วยเพิ่มคะแนนให้กับเว็บไซต์ของเราให้สามารถไปติดอันดับต้น ๆ ในผลการค้นหาหน้าแรกได้ไวขึ้น 

การทำ SEO นั้น ต้องใช้ความพยายามและความสม่ำเสมอ ซึ่งอาจจะยังไม่เห็นผลทันทีในช่วงแรก แต่ถ้าในวันหนึ่งที่เราเก็บสะสมข้อมูลเพิ่มมากขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพของเว็บไซต์จนถึงจุดที่เหมาะสมแล้ว ก็จะทำให้เราก้าวกระโดดขึ้นมาอยู่แถวหน้าของผลการค้นหาได้อย่างไม่ยาก

ข้อดีของการทำ SEO ให้เว็บไซต์

ข้อดีของการทำ SEO ให้เว็บไซต์

ในปัจจุบัน ผู้ทำธุรกิจขายของออนไลน์จำนวนมากพูดถึงการทำ SEO เพราะเป็นสิ่งจำเป็นในการทำให้เว็บไซต์อยู่ในอันดับต้น ๆ ของการสืบค้นด้วย Google โดยเฉพาะในยุคไวรัสโควิค-19 ระบาด การขายออนไลน์จะประหยัดค่าใช้จ่ายในการทำธุรกิจ ควบคุมต้นทุน และเข้าถึงลูกค้าที่หันมาสั่งซื้อสินค้าออนไลน์มากขึ้น แต่สำหรับพ่อค้าแม่ค้ามือใหม่อาจยังไม่เข้าใจเรื่องนี้มากนัก เราจึงได้รวบรวมข้อดีของการทำ SEO มาฝากกัน ซึ่งจะทำให้ท่านได้เห็นประโยชน์ของการทำ SEO ให้กับเว็บไซต์ เพื่อช่วยให้ธุรกิจเติบโตได้ตามที่มุ่งหวัง

1.SEO ทำให้เข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น
หากเว็บไซต์ใดปรากฏในอันดับต้น ๆ เมื่อมีการค้นหาผ่าน Google ก็มักจะถูกคลิกเข้าไปชมเนื้อหา ค้นหาข้อมูลและอ่านรายละเอียดของสินค้าต่าง ๆ มากกว่าอันดับรองลงไปหลายเท่าตัว และสัมพันธ์กับยอดสั่งสินค้าที่มีการศึกษาพบว่าเว็บไซต์ที่อยู่ในอันดับที่ 1 นั้นจะมีลูกค้าเข้าไปสั่งซื้อสินค้ามากกว่าอันดับที่ 2 และ 3 มากกว่า 80% เลยทีเดียว นั่นแสดงว่า ถ้าคุณสามารถเรียนรู้การทำ SEO ได้อย่างถูกต้อง จะมียอดขายมากกว่าเว็บไซต์อื่นที่อยู่ในลำดับรอง ๆ ลงไป

2.SEO ประหยัดต้นทุนในการทำธุรกิจ
ในอดีตนั้น หากคิดทำธุรกิจจะต้องมีการเช่าพื้นที่หน้าร้าน มีการเดินทางจากบ้านไปยังหน้าร้าน ต้องจ้างคนดูแลบริหารจัดการในร้าน และดูแลบริการลูกค้า ต้องมีพื้นที่ในการเก็บสต๊อกสินค้า ฯลฯ แต่ปัญหาทั้งหมดที่ว่ามานั้นจะไม่เกิดขึ้นสำหรับการทำธุรกิจออนไลน์ เพราะคุณสามารถทำได้บนอุปกรณ์ไอทีและลดจำนวนคนได้ เช่น การทำธุรกิจเป็นตัวกลางในการสั่งซื้อและจัดส่งสินค้า โดยไม่ต้องสต๊อกสินค้า ไม่ต้องจ้างลูกน้องเป็นจำนวนมาก และยังสามารถควบคุมการซื้อขายได้ด้วยตัวเองบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ เป็นต้น

3.สามารถสร้างแบรนด์ได้ดียิ่งขึ้น
หากคุณเปิดร้านค้าทั่วไป อาจจะเป็นที่รู้จักในชุมชน แต่ถ้าเปิดเป็นเว็บไซต์ออนไลน์ คุณมีโอกาสที่จะเป็นที่รู้จักแต่คนทั้งประเทศได้ โดยเฉพาะหากคุณมีหน้าเพจที่ทำ SEO ด้วยก็จะมีอันดับที่ดียิ่งขึ้น ไม่ว่าจะสืบค้นหาด้วย Google, Facebook หรือ Instagram การเรียนรู้ระบบ SEO ในแต่ละ platform และทำอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ จะช่วยให้คุณเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้เร็วและมากกว่าเดิม เพิ่มโอกาสในการบอกต่อและมีลูกค้าใหม่เข้ามาได้เรื่อย ๆ ตลอดทั้งปี

4.เปิดตลาดใหม่ในต่างประเทศง่าย
เนื่องจากระบบอินเทอร์เน็ตเชื่อมโยงกันได้ทั่วโลก เว็บไซต์ธุรกิจของคุณจึงมีโอกาสที่ถูกสืบค้นเจอได้จากลูกค้าที่อยู่นอกประเทศ เช่น ชาวยุโรป สหรัฐอเมริกา จีน ญี่ปุ่น เกาหลี ถ้าเป็นการซื้อขายด้วยธุรกิจแบบเดิม โอกาสในการประชาสัมพันธ์ในประเทศเหล่านี้ จะต้องใช้ต้นทุนที่สูงมาก การทำเว็บไซต์ SEO จึงช่วยให้แบรนด์ธุรกิจโด่งดังได้ง่ายในต่างประเทศ

การทำเว็บไซต์ SEO มีข้อดีรอบด้าน ทำให้คุณเข้าถึงทั้งลูกค้าทั้งในไทยและลูกค้าต่างประเทศมากยิ่งขึ้น เพิ่มช่องทางการขยายตลาด และสามารถมีโอกาสสร้างฐานลูกค้ารายใหม่ได้ตลอดเวลา และยังควบคุมค่าใช้จ่ายได้เป็นอย่างดีด้วย

SEO ช่วยให้เพจ Facebook ติดอันดับบน Googleได้อย่างไร

SEO ช่วยให้เพจ Facebook ติดอันดับบน Googleได้อย่างไร

ด้วยเหตุผลจากข้อมูลของ Forbes ที่ระบุว่า Facebook เหมาะแก่การทำการตลาดออนไลน์สำหรับผลิตภัณฑ์และบริการที่มีกลุ่มเป้าหมายอยู่ใน Gen X และ Y ซึ่งมีอายุตั้งแต่ 30 ปีขึ้นไปที่ยังคงใช้ชีวิตเสมือนจริงอยู่ในแพลตฟอร์มนี้ มากกว่าบน Instragram และ Tiktok จึงทำให้เกิดการผสมผสานความคิดในการนำ SEO หรือ “Search Engine Optimization” คือ วิธีการปรับแต่งเว็บไซต์ เพื่อให้เว็บไซต์ติดอยู่ในอันดับต้น ๆ บน Search Result Page บนแพลตฟอร์มต่าง ๆ โดยเฉพาะ Google มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพทางการตลาด แต่จะด้วยวิธีใด เรามีข้อมูลมาแนะนำค่ะ

วิธีที่จะการทำการตลาดออนไลน์โดยการทำให้เพจเฟซบุ๊กติดอันดับการค้นหาบน Google เป็นวิธีที่นักการตลาดยุคใหม่นิยมใช้ เพราะมันการันตีได้ว่ามีคนเห็นเพจและผลิตภัณฑ์ที่ลงโปรโมท และที่สำคัญไม่เสียค่าโฆษณานั่นเอง ซึ่งมีแนวทางดังนี้

  • การตั้งชื่อเพจโดยใช้ Keyword เพื่อให้ลูกค้าหาง่าย ช่วยให้ติด Facebook SEO ได้ง่ายขึ้น ซึ่งจะเป็นปัจจัยช่วยทำให้มีผู้เข้ามาเยี่ยมชมจำนวนมากและมีโอกาสเพิ่มยอดการซื้อสินค้ามากขึ้น
  • ตั้ง URL ของเพจเฟซบุ๊ก หรือ username ที่สั้น ๆ แต่ได้ใจความ จะช่วยให้ค้นหาสินค้าและบริการในเฟซบุ๊กได้อย่างรวดเร็ว และเพิ่มโอกาสติดอันดับต้น ๆ ใน Google ได้
  • การใส่ Description พร้อมระบุข้อมูลสินค้า โดยแทรกคีย์เวิร์ดที่เกี่ยวข้องลงไปด้วย ซึ่งการใส่รายละเอียดให้ตรงกับคำที่ลูกค้านิยมใช้พิมพ์ค้นหา ก็จะทำให้ Google มองว่ามีความตรงประเด็นกับสิ่งที่ผู้ค้นหากำลังต้องการ
  • การใส่ข้อมูลเว็บไซต์ที่ถูกต้อง นอกจากจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการค้นหาแล้ว ยังสร้างความน่าเชื่อถือให้กับผู้เข้าชมเว็บไซต์ ซึ่งวิธีนี้เป็นที่ยอมรับไปทั่วโลกในการช่วยให้เพจเฟซบุ๊กของเราติดอันดับต้น ๆ ในการค้นหาบน Google
  • ควรติดแฮชแท็ก (Hashtag) หรือเครื่องหมาย # ตามด้วยคำที่เกี่ยวข้องและตรงประเด็น เช่น #ร้านขายกุนเชียงหมู 3 ตัว #อาหารแนะนำ #รองเท้ามือสองลดราคา เป็นต้น เพื่อให้มีความเชื่อมโยงกับเนื้อหาของเพจอื่น ๆ ในเฟซบุ๊กที่ใช้แท็กเดียวกัน ทำให้ผู้ที่ติดตามเนื้อหาผ่านแฮชแท็กมีโอกาสมาเจอโพสต์และแฟนเพจของเรามากขึ้น
  • การใส่ที่อยู่และเบอร์โทรศัพท์ของร้าน จะช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับร้านและแฟนเพจของเรามากขึ้น
  • ใส่คีย์เวิร์ดหรือคำค้นหาในโพสต์อย่างสม่ำเสมอ โดยเขียนให้สอดคล้องและน่าอ่านไปพร้อมกับเนื้อหาของโพสต์ อย่าสแปมคีย์เวิร์ด จะช่วยให้ติดอันดับในผลการค้นหาดีขึ้น
  • การปรับโครงสร้างและเนื้อหา เพื่อให้ SEO ช่วยเสริมประสิทธิภาพให้เพจ Facebook ติดอันดับการค้นหาบน Google อย่างง่ายดาย ตัวอย่างเช่น
    • Facebook Page Title = บ้านสุขภาพล้างพิษตับ
    • Keyword = ล้างพิษตับ
    • Brand = บ้านสุขภาพล้างพิษตับ
  • การอัปโหลดรูปภาพเป็นประจำและสม่ำเสมอ จะได้รับการจัดอันดับได้ดีกว่าเพจที่ไม่จะค่อยอัปเดตภาพ หรือเพจที่มีรูปภาพน้อย ๆ นั่นเอง

หลักการดังกล่าวข้างต้นเป็นแนวทางให้เกิดทำความเข้าใจการทำงานของ SEO บน Facebook ได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น แต่เมื่อลงมือทำไปสักระยะหนึ่ง ก็ต้องคอยอัปเดตข้อมูล เนื้อหา และภาพใหม่ ๆ พร้อมทั้งหากิจกรรมเสริมเพื่อดึงดูดความสนใจของลูกค้าเป็นระยะ ๆ เพื่อไม่ให้เพจล้าหลังหรือหลุดกรอบความสนใจจากผู้ชม หลังจากปรับแต่งแล้วก็รอประเมินผลและปรับปรุงอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ดียิ่งขึ้น

SEO และไลฟ์สด เสริมกลยุทธ์การตลาดออนไลน์

SEO และไลฟ์สด เสริมกลยุทธ์การตลาดออนไลน์

ก่อนยุคการแพร่ระบาดของ Covid -19 ธุรกิจออนไลน์ก็เป็นที่นิยมในระดับหนึ่ง แต่มาระยะหลังที่มนุษย์ต้องพึ่งพาการทำธุรกิจบนโซเชียลมีเดียมากขึ้น ไม่ว่าจะแบรนด์ดังหรือร้านค้าน้อยใหญ่ต่างก็ปรับตัวอย่างรวดเร็ว โดยหันมาทำออนไลน์มาร์เก็ตติ้งเกือบ 80-90 เปอร์เซ็นต์ก็ว่าได้ ส่งผลให้กลยุทธ์การตลาดออนไลน์ขับเคลื่อนและพัฒนาด้านการวางแผนการจัดการ การใช้สื่อ การทำ SEO การสร้างคอนเทนต์ การใช้โปรแกรมฯสำเร็จรูปและการไลฟ์สด เข้ามาเสริมกลยุทธ์เพื่อการตลาดออนไลน์ ซึ่งกลยุทธ์ที่ว่านี้มีอะไรบ้างเรามีข้อมูลให้ศึกษาเพิ่มเติมกัน

SEO (Search Engine Optimization) เป็นกลยุทธ์ทางการตลาดออนไลน์ที่ได้รับความนิยมมาตลอด 10 ปีที่ผ่านมาจนถึงปัจุบัน เป็นวิธีการทำให้เว็บไซต์ของธุรกิจหรือแบรนด์สินค้าได้รับการจัดอันดับอยู่ในอันดับต้น ๆ บน Search Engines เช่น Google เพื่อเพิ่มโอกาสให้มีคนเข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์มากขึ้น และทำให้สามารถขายสินค้าและบริการได้มากยิ่งขึ้น ที่ผ่านมา เราอาจจะคุ้นเคยกับการใส่คีย์เวิร์ดที่ต้องการ โดยสอดคล้องกับชื่อหรือเนื้อหาของบทความส่งเสริมการขาย ทั้งนี้เพื่อช่วยให้เว็บไซต์ติดอันดับต้น ๆ ในหน้าแรกของ Google นั่นเอง แต่นี่ก็ไม่ใช่ทั้งหมดของ SEO และไม่ใช่สูตรสำเร็จตายตัว เพราะกลยุทธ์ทางการตลาดออนไลน์ในปัจจุบันได้เปลี่ยนไปแล้ว เรียกได้ว่ามีหลากหลายวิธีมากขึ้นทั้งร่วมกับ SEO และเป็นวิธีเฉพาะทางที่ไม่เกี่ยวกับ SEO โดยตรง ซึ่งมีประเด็นที่น่าสนใจ ดังนี้

  • กลยุทธ์ในการทำ SEO สามารถปรับเปลี่ยนได้ เพื่อให้สอดคล้องกับอัลกอริทึมใหม่ ๆ ของ Google ทั้งนี้ตั้งอยู่บนพื้นฐานการนำเสนอเนื้อหาที่มีคุณภาพและคำนึงถึงผู้ใช้เป็นศูนย์กลาง
  • กำหนดกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน ในการทำ SEO โดยใช้ Google Analytics ช่วยในการค้นหาข้อมูลเชิงลึกทางการตลาด ซึ่งจะเสริมประสิทธิภาพการทำ SEO ได้ตรงกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น
  • ความสำคัญในการเลือกใช้ Keyword ให้มีประสิทธิภาพ ควรพิจารณาเลือกใช้ คีย์เวิร์ดให้สอดคล้องกับคอนเทนต์ของแบรนด์ หรือเพื่อสร้างการรับรู้และดึงดูดให้ผู้บริโภคสนใจเข้าชมเว็บไซต์ นอกจากนี้การเลือกใช้คีย์เวิร์ดยังต้องสัมพันธ์กับคีย์เวิร์ดที่กลุ่มลูกค้านิยมใช้ในการค้นหา เพื่อนำไปสู่การตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น
  • การสร้างเว็บไซต์ในการทำ SEO ในยุคนี้ควรคำนึงถึงหน้าจอแสดงผลบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ เช่น มือถือ นาฬิกาสมาร์ทวอทช์ แท็บเล็ต เป็นต้น โดยออกแบบเว็บไซต์ให้เป็นแบบ Responsive Web Design ที่สามารถปรับให้เหมาะสมกับอุปกรณ์ต่าง ๆ เน้นแนวคิดเรื่องความรวดเร็วในการโหลดข้อมูล ใช้ง่าย ไม่สับสน
  • การทำ SEO บนสื่อโซเชียลมีเดีย เนื่องจากปัจจุบัน โซเชียลมีเดียมีอิทธิพลต่อวิถีชีวิตของคนเรา และเอื้อต่อการนำไปใช้เป็นเครื่องมือทางการตลาด เพื่อสร้างฐานความเชื่อมั่นต่อองค์กร จึงต้องศึกษาวิธีการสร้างคอนเทนต์ในโซเชียลมีเดียให้สอดคล้องกับ Search Engine ตามหลัก SEO ด้วย เพื่อให้หน้าแฟนเพจติดอันดับต้น ๆ ในผลการค้นหา
  • การสร้าง Backlink ให้มีคุณภาพ โดยการสร้างเนื้อหาที่ดีและแชร์ผ่านสื่อโซเชียลอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงการโปรโมทด้วยวิธีต่าง ๆ เพื่อดึงดูดเว็บไซต์อื่นที่ต้องการคอนเทนต์คุณภาพดีไปอ้างอิง เป็นการขยายเครือข่าย Backlink ให้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและเป็นธรรมชาติ ซึ่งเป็นผลดีกับเว็บไซต์ในระยะยาว
  • กิจกรรมไลฟ์สด เป็นสิ่งปลุกเร้าให้ผู้ชมและผู้บริโภคตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา เป็นการตอกย้ำคีย์เวิร์ด และชื่อแบรนด์ไปพร้อมกัน การไลฟ์สดจึงกลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยกระตุ้นยอดขายที่แต่เดิมชะงักงันและสงบนิ่ง ให้กลับมามีชีวิตชีวา ก่อให้เกิดความคิดสร้างสรรค์และความสนุกในการทำงาน ที่สำคัญคือการสร้างยอดขายและสร้างการมีส่วนร่วมกับกิจกรรมของแบรนด์ไปในตัว

จากที่กล่าวมาข้างต้นจะเห็นได้ว่า เมื่อธุรกิจออนไลน์หันมาใช้กลยุทธ์ SEO ผสมผสานการไลฟ์สด ก็จะยิ่งเพิ่มมูลค่าทางการตลาดด้วยความน่าสนใจ ความสนุก และมีการโต้ตอบอย่างปัจจุบันทันที ส่งผลให้สามารถปิดการขายได้อย่างรวดเร็ว เป็นที่จดจำและอยากกลับมาใช้บริการซ้ำอีก นอกจากนี้ยังมีเรื่องที่ต้องไม่ลืมคือ คุณภาพของสินค้าและบริการ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการส่งมอบประสบการณ์ที่ดีแก่ผู้บริโภค

SEO และ Google Ads เหมือนหรือต่างกันอย่างไร

เหมือนหรือต่างกันอย่างไร
SEO และ Google Ads เหมือนหรือต่างกันอย่างไร

หลายคนที่เพิ่งเริ่มทำธุรกิจบนเว็บไซต์หรือแพลตฟอร์มออนไลน์มักจะมีคำถามว่าการทำ “SEO” และ “Google Ads” นั้นต่างกันอย่างไร เนื่องจากทั้งสองรูปแบบล้วนเป็นกิจกรรมออนไลน์ที่มีเป้าหมายในการดันเว็บไซต์ของเราให้ขึ้นไปติดอันดับหน้าแรก ๆ ของการค้นหาใน Search Engine โดยเฉพาะ Google ที่เรามักพบเห็นได้ทั่วไป แถมบางคนก็สับสนถึงขนาดคิดว่าทั้ง “SEO” และ “Google Ads” นั้นเป็นอย่างเดียวกันอีกต่างหาก ดังนั้น วันนี้เราจะมาลองเปรียบเทียบถึงวิธีดันเว็บไซต์ทั้งสองวิธีนี้ พร้อมดูข้อดีและข้อด้อยของทั้งคู่กัน

1.“SEO” อธิบายง่าย ๆ คือ การใช้เทคนิคใส่ “คำ” หรือ “คีย์เวิร์ด” ที่ผู้ใช้งานมักค้นหาบ่อย ๆ ผ่านการผลิตเนื้อหา “คอนเทนต์” เพื่อดันให้ระบบ “อัลกอริทึม” (Algorithm) ของ Google ที่คอยทำหน้าที่จัดลำดับและแสดงผลการค้นหาที่สอดคล้องกับความต้องการของผู้ใช้งานมากที่สุด จัดให้เว็บไซต์หรือคอนเทนต์ของเราปรากฏอยู่ในหน้าแรก ๆ ของการค้นหา ส่วนใหญ่มักอาศัยประสบการณ์ ความชำนาญ และทักษะด้านการเขียนพอสมควร โดยข้อดีของการทำ SEO คือ ไม่เสียเงิน เพราะเป็นการใช้เทคนิคและความคุ้นเคยที่เรามีต่อระบบอัลกอริทึม ที่ทำหน้าที่เชื่อมโยงคำหรือคีย์เวิร์ดที่ผู้ใช้งานค้นหาใน Google นั่นเอง แถมยังช่วยเพิ่มโอกาสให้ผู้ใช้งานเห็นเว็บไซต์หรือคอนเทนต์ของเรามากขึ้นด้วย แต่ข้อเสียคือไม่สามารถการันตีได้ว่าจะได้ผลตามที่ต้องการเสมอไป โดยเฉพาะคำหรือคีย์เวิร์ดที่มีการใช้กันแพร่หลาย ทำให้การแข่งขันทำ SEO สูงและซ้ำซ้อนกันมาก ยิ่งหากคอนเทนต์ของเราไม่มีคุณภาพพอก็อาจจะไม่ปรากฏบนหน้าผลการค้นหาเลยก็ได้

2.“Google Ads” คือ การซื้อโฆษณากับทาง Google เพื่อให้เว็บไซต์หรือคอนเทนต์ของเราปรากฏอยู่หน้าแรกบริเวณช่องโฆษณาในหน้าค้นหาของผู้ใช้งาน เพียงแค่เราตั้งค่าคำหรือคีย์เวิร์ดที่เราต้องการ Google ก็จะยิงโฆษณาไปปรากฏที่ด้านบนของการค้นหา เรียกว่า Paid Search โดย “ข้อดี” ของ Google Ads คือ การันตีได้ว่าเว็บไซต์หรือคอนเทนต์ของเราจะปรากฏอยู่ในหน้าแรกของการค้นหาแน่นอน ทำให้มีโอกาสสูงที่จะมีผู้สนใจเข้ามาซื้อสินค้าหรือบริการของเรา แถมยังกำหนมกลุ่มเป้าหมายได้ชัดเจนเพื่อให้ตรงกับสินค้าหรือบริการของเราอีกด้วย ส่วนข้อเสียคือเสียเงินค่อนข้างสูง แถมการแข่งขันยิงโฆษณาก็มีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อย ๆ ใช่ว่าเมื่อจ่ายเงินแล้วจะได้อันดับดีเสมอไป ทำให้ก่อนจะตัดสินใจซื้อโฆษณา จะต้องศึกษาเรื่องการตลาดและกลุ่มผู้บริโภคอย่างถ่องแท้เสียก่อน

อย่างไรก็ตาม ทั้ง “SEO” และ “Google Ads” ต่างก็เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้การทำธุรกิจออนไลน์ประสบความสำเร็จได้ ขึ้นอยู่กับการเลือกใช้งานตามความเหมาะสม รวมถึงการวางแผนอย่างรอบด้าน ทุกธุรกิจควรใช้เครื่องมือทั้งสองอย่างนี้ โดยมี SEO เป็นพื้นฐานและใช้ Google Ads กระตุ้นยอดผู้ชมเป็นครั้งคราวไปหรือต่อเนื่องในช่วงเวลาหนึ่ง เช่น เทศกาลที่มีคนจับจ่ายหาซื้อของขวัญ หรือเมื่อมีสินค้าออกใหม่ หรือมีโปรโมชันพิเศษ เป็นต้น

การทำ SEO มีข้อดีอย่างไรต่อธุรกิจออนไลน์

การทำ SEO มีข้อดีอย่างไรต่อธุรกิจออนไลน์

ในปัจจุบันนักการตลาดจำนวนไม่น้อยแนะนำให้ผู้คนทำ SEO ให้กับเว็บไซต์ของตัวเอง โดยไม่ได้กล่าวถึงรายละเอียดอย่างชัดเจน ผู้ที่เข้าสู่วงการขายของออนไลน์มือใหม่จึงยังไม่แน่ใจเพราะขาดความรู้ที่ลึกซึ้งถึงข้อดีและความคุ้มค่าของการทำ SEO

เราจึงได้รวบรวมข้อดีและประโยชน์ที่จะได้รับจากการทำ SEO ให้เว็บไซต์ของคุณมาฝากกันแบบเข้าใจง่าย ดังนี้

1.SEO ช่วนปูพื้นฐานที่เป็นระเบียบเรียบร้อย ทำให้เว็บไซต์น่าเข้ามาใช้บริการ
การทำ SEO ทำให้เว็บไซต์เป็นระเบียบตั้งแต่ต้น เหมาะสมต่อการพัฒนาต่อยอดขึ้นไปในระยะยาว เพราะการวางโครงสร้างของเว็บไซต์ต้องเหมาะสมกับธุรกิจ เช่น คุณทำธุรกิจขายสินค้าเพื่อแม่และเด็ก ก็ควรสร้างภาพลักษณ์ให้มีความน่าเชื่อถือและเป็นกันเอง ควรวางคอลัมน์หมวดหมู่บทความและสินค้าให้ค้นหาได้ง่าย ใช้สีสันและฟอนด์น่ารักตรงกับรสนิยมของกลุ่มเป้าหมาย คือ คุณแม่ยุคใหม่ การทำ SEO ตั้งแต่ต้นจึงช่วยประหยัดเวลาและเพิ่มประสิทธิภาพในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างตรงจุด

2.ช่วยประหยัดค่าโฆษณา ประชาสัมพันธ์ และการใช้พรีเซนเตอร์คนดัง
การทำ SEO จะทำให้เว็บไซต์ของคุณถูกจัดอันดับด้านบนในหน้าต่างการสืบค้นของ Google จึงไม่จำเป็นต้องประมูลพื้นที่โฆษณาที่ต้องจ่ายให้แก่ Google แบบ Pay Per Click หรือตามจำนวนครั้งการคลิก ซึ่งคุณจะประหยัดค่าใช้จ่ายได้หลักหมื่นถึงแสนบาทต่อเดือน และไม่จำเป็นต้องไปจ้างพรีเซ็นเตอร์ที่มีค่าตัวสูงเพื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์อีก ขอเพียงทำ SEO อย่างถูกต้องและสม่ำเสมอ

3.ช่วยให้เข้าถึงลูกค้าต่างประเทศได้โดยไม่ต้องเดินทาง
คุณสามารถทำเว็บไซต์หลายภาษาได้ เช่น ภาษาจีน ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส นอกจากภาษาไทย เพื่อเข้าถึงลูกค้าในประเทศต่าง ๆ ที่คุณต้องการ โดยควรให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ด้านสาระความรู้มากกว่าเน้นขายสินค้า จะทำให้ลูกค้าประทับใจ มีความเชื่อมั่นและอยากสนับสนุนธุรกิจออนไลน์ของคุณมากยิ่งขึ้น แม้คุณจะไม่ได้ไปประชาสัมพันธ์สินค้าถึงต่างประเทศ แต่การทำเว็บไซต์ที่มีคุณภาพสูง ก็ช่วยสร้างความเชื่อมั่นได้ในโลกยุค 5G

4.ช่วยให้แบรนด์เป็นที่จดจำและได้ส่วนแบ่งการตลาดมากขึ้น
การใช้คีย์เวิร์ดที่เหมาะสมทำบทความ จะทำให้คุณเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้ดี เช่น คุณเป็นบริษัทตัวแทนจำหน่ายสินค้ากลุ่มไอที ก็ควรใช้ชื่อรุ่นและแบรนด์ของสินค้า ทั้งโน้ตบุ๊ก มือถือ หูฟัง คีย์บอร์ด ฯลฯ เป็น keyword รวมถึง มีคำว่าเกมส์ออนไลน์, กีฬาอีสปอร์ต, esport อยู่ด้วย จะทำให้เข้าถึงกลุ่มคนยุคใหม่ที่มีกำลังซื้อสูงได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งมีไลฟ์สไตล์ชอบเล่นเกมส์และใช้ผลิตภัณฑ์ Gadget ไอทีเหล่านี้เป็นประจำอยู่แล้ว

จะเห็นได้ว่าการทำ SEO ดีต่อการเพิ่มคุณภาพของเว็บไซต์ การสร้างแบรนด์ให้เป็นที่จดจำ การขยายตลาดไปถึงลูกค้ากลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจนและรวดเร็ว โดยทุกท่านควรเริ่มทำ SEO ตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อทำฐานของธุรกิจออนไลน์ให้แข็งแรง และศึกษากลยุทธ์ SEO ให้ลึกซึ้งเพื่อปรับปรุงและพัฒนาประสิทธิภาพของเว็บไซต์อย่างต่อเนื่อง

ทำไมเว็บไซต์ ที่ติดอันดับหน้าแรก ได้โอกาสจากลูกค้ามากกว่า

ทำไมเว็บไซต์ ที่ติดอันดับหน้าแรก ได้โอกาสจากลูกค้ามากกว่า

ไม่ใช่เรื่องยากถึงขนาดต้องจ้างทำ เพราะเป็นกระบวนการที่ทุกคนสามารถทำได้เอง เพียงเริ่มต้นจากการทำเว็บไซต์ประมาณหลักพันต้นจนถึงหมื่นบาทก็สามารถทำได้แล้ว ยิ่งในปัจจุบันเว็บไซต์ทั่วโลกมีมากมาย โดยเฉพาะประเทศไทยมีเป็นจำนวนหลักล้านเว็บไซต์เลยทีเดียว บางคนมีมากกว่าหนึ่งเว็บไซต์ด้วยซ้ำโดยไม่จำเป็นต้องเป็นบริษัทที่มีขนาดใหญ่ โดยเว็บไซต์ที่สามารถค้นหาเจอหรือติดอันดับ จะได้เปรียบในด้านการรับโอกาสจากลูกค้ามากกว่าเว็บไซต์ที่ไม่สามารถค้นหาเจอด้วย Google เพราะเหตุผลที่เรากำลังจะกล่าวถึง ดังต่อไปนี้

การบริการเข้าถึงลูกค้า

หากมีการเปรียบเทียบเว็บไซต์ที่ทำ SEO กับไม่ทำ SEO แม้ว่าผู้ให้บริการทั้งสองรายมีมาตรฐานที่ไม่แตกต่างกัน แต่จะมีความแตกต่างในด้านการค้นหาหรือการติดอันดับของ Google

  • ตัวอย่างที่ 1 สมมติว่าช่วงนี้เป็นวันปีใหม่ อยากจะจัดงานปีใหม่ที่บ้านเพื่อฉลองกับเพื่อน และมีความต้องการหาคนมาจัดงานปีใหม่ในบ้าน ไม่ว่าจะเป็น การจัดอาหาร การจัดสถานที่ จึงค้นหาใน Google ว่ามีบริการจัดงานปีใหม่หรือไม่ ด้วยการพิมพ์คำว่า “รับจัดงานเลี้ยง” ซึ่งแน่นอนเว็บไซต์ที่ขึ้นมาในหน้าแรกจากการค้นหาย่อมได้รับโอกาสจากลูกค้ามากกว่าเว็บไซต์ที่ให้บริการเดียวกันแต่ไม่ติดอันดับ โดยอันดับที่ 1 มักจะถูกคลิกมากที่สุด และลดหลั่นลงไปตามลำดับ
  • ตัวอย่างที่ 2 สมมติว่า มีผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตท่านหนึ่ง กำลังรู้สึกหิวมากและมีความต้องการที่จะสั่งอาหาร จึงค้นหาคำว่า “แซลมอนเดลิเวอรี่” ซึ่งเว็บไซต์ที่ขึ้นมาหน้าแรกหรือติดอันดับหนึ่ง สองหรือสาม โอกาสที่จะได้รับเงินจากลูกค้าย่อมมีมากกว่าเว็บไซต์ที่ขายปลาแซลมอนเหมือนกัน แต่ติดอันดับอยู่ในหน้าที่ 2 หรือมากกว่านั้น
  • ตัวอย่างที่ 3 เว็บไซต์ ทีเด็ดบอลวันนี้ หากมีการติดอันดับหน้าแรกในคีย์ทีเด็ดบอลต่างๆ คนย่อมเข้าถึงเยอะกว่า และหากเนื้อหาภายในเว็บดี ก็ยิ่งทำให้คนติดใจได้ง่าย และเว็บไซต์ก็จะโตเร็วขึ้นอย่างทวีคูณ เป็นโอกาสที่เพิ่มมูลค่าโฆษณากรณีมีผู้สนใจต้องการติดแบนเนอร์

สะดวกในการสั่งซื้อสินค้าเพิ่ม

SEO ติดอันดับจะให้ความสะดวกกับลูกค้าที่จะสั่งซื้อสินค้าเพิ่มเติมหรือกลับมาซื้อซ้ำ เมื่อค้นหาอีกครั้งใน Google ก็เจอเว็บไซต์เราทันที จึงได้รับโอกาสในด้านการเพิ่มรายได้ให้มากขึ้น ที่เป็นเช่นนี้เพราะการทำ SEO มีประโยชน์ให้กับคนที่ทำเว็บไซต์เมื่อได้อยู่หน้าแรกหรือติดอันดับหนึ่ง สองหรือสาม ก็จะทำให้สามารถเพิ่มจำนวนคนเข้าเว็บไซต์อย่างมหาศาล จากเว็บไซต์เงียบ ๆ ก็กลายเป็นเว็บไซต์ที่คึกคักหรือคนรู้จักเว็บไซต์มากขึ้น ลูกค้าเก่าก็หาเว็บเจอง่าย ไม่ต้องเสียเวลาค้นหานาน

เว็บไซต์ติดอันดับในอดีตได้รับความสนใจจนมีช่วงหนึ่งที่บริษัทรับจ้างทำ SEO มีงานมากจนทำให้ร่ำรวยรุ่งเรือง แต่ปัจจุบันเทรนด์ได้เปลี่ยนไปแล้ว ทำให้ผู้คนนิยมทำ SEO ด้วยตัวเองมากขึ้น เพียงปรับแต่งเว็บไซต์ทั้งภายในและภายนอกด้วยการทำ content หรือเนื้อหาเพื่อที่จะดันเว็บไซต์ให้ติดอันดับได้ แต่อย่างไรก็ตาม การทำ SEO ต้องอาศัยความอดทนพอสมควร เพราะไม่ได้เห็นผลเพียงวันหรือสองวันแรก แต่ต้องใช้เวลารอคอยพอประมาณ บางทีอาจจะต้องรอ 1 – 3 เดือนเลยทีเดียว