การทำ SEO มีข้อดีอย่างไรต่อธุรกิจออนไลน์

การทำ SEO มีข้อดีอย่างไรต่อธุรกิจออนไลน์

ในปัจจุบันนักการตลาดจำนวนไม่น้อยแนะนำให้ผู้คนทำ SEO ให้กับเว็บไซต์ของตัวเอง โดยไม่ได้กล่าวถึงรายละเอียดอย่างชัดเจน ผู้ที่เข้าสู่วงการขายของออนไลน์มือใหม่จึงยังไม่แน่ใจเพราะขาดความรู้ที่ลึกซึ้งถึงข้อดีและความคุ้มค่าของการทำ SEO

เราจึงได้รวบรวมข้อดีและประโยชน์ที่จะได้รับจากการทำ SEO ให้เว็บไซต์ของคุณมาฝากกันแบบเข้าใจง่าย ดังนี้

1.SEO ช่วนปูพื้นฐานที่เป็นระเบียบเรียบร้อย ทำให้เว็บไซต์น่าเข้ามาใช้บริการ
การทำ SEO ทำให้เว็บไซต์เป็นระเบียบตั้งแต่ต้น เหมาะสมต่อการพัฒนาต่อยอดขึ้นไปในระยะยาว เพราะการวางโครงสร้างของเว็บไซต์ต้องเหมาะสมกับธุรกิจ เช่น คุณทำธุรกิจขายสินค้าเพื่อแม่และเด็ก ก็ควรสร้างภาพลักษณ์ให้มีความน่าเชื่อถือและเป็นกันเอง ควรวางคอลัมน์หมวดหมู่บทความและสินค้าให้ค้นหาได้ง่าย ใช้สีสันและฟอนด์น่ารักตรงกับรสนิยมของกลุ่มเป้าหมาย คือ คุณแม่ยุคใหม่ การทำ SEO ตั้งแต่ต้นจึงช่วยประหยัดเวลาและเพิ่มประสิทธิภาพในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างตรงจุด

2.ช่วยประหยัดค่าโฆษณา ประชาสัมพันธ์ และการใช้พรีเซนเตอร์คนดัง
การทำ SEO จะทำให้เว็บไซต์ของคุณถูกจัดอันดับด้านบนในหน้าต่างการสืบค้นของ Google จึงไม่จำเป็นต้องประมูลพื้นที่โฆษณาที่ต้องจ่ายให้แก่ Google แบบ Pay Per Click หรือตามจำนวนครั้งการคลิก ซึ่งคุณจะประหยัดค่าใช้จ่ายได้หลักหมื่นถึงแสนบาทต่อเดือน และไม่จำเป็นต้องไปจ้างพรีเซ็นเตอร์ที่มีค่าตัวสูงเพื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์อีก ขอเพียงทำ SEO อย่างถูกต้องและสม่ำเสมอ

3.ช่วยให้เข้าถึงลูกค้าต่างประเทศได้โดยไม่ต้องเดินทาง
คุณสามารถทำเว็บไซต์หลายภาษาได้ เช่น ภาษาจีน ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส นอกจากภาษาไทย เพื่อเข้าถึงลูกค้าในประเทศต่าง ๆ ที่คุณต้องการ โดยควรให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ด้านสาระความรู้มากกว่าเน้นขายสินค้า จะทำให้ลูกค้าประทับใจ มีความเชื่อมั่นและอยากสนับสนุนธุรกิจออนไลน์ของคุณมากยิ่งขึ้น แม้คุณจะไม่ได้ไปประชาสัมพันธ์สินค้าถึงต่างประเทศ แต่การทำเว็บไซต์ที่มีคุณภาพสูง ก็ช่วยสร้างความเชื่อมั่นได้ในโลกยุค 5G

4.ช่วยให้แบรนด์เป็นที่จดจำและได้ส่วนแบ่งการตลาดมากขึ้น
การใช้คีย์เวิร์ดที่เหมาะสมทำบทความ จะทำให้คุณเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้ดี เช่น คุณเป็นบริษัทตัวแทนจำหน่ายสินค้ากลุ่มไอที ก็ควรใช้ชื่อรุ่นและแบรนด์ของสินค้า ทั้งโน้ตบุ๊ก มือถือ หูฟัง คีย์บอร์ด ฯลฯ เป็น keyword รวมถึง มีคำว่าเกมส์ออนไลน์, กีฬาอีสปอร์ต, esport อยู่ด้วย จะทำให้เข้าถึงกลุ่มคนยุคใหม่ที่มีกำลังซื้อสูงได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งมีไลฟ์สไตล์ชอบเล่นเกมส์และใช้ผลิตภัณฑ์ Gadget ไอทีเหล่านี้เป็นประจำอยู่แล้ว

จะเห็นได้ว่าการทำ SEO ดีต่อการเพิ่มคุณภาพของเว็บไซต์ การสร้างแบรนด์ให้เป็นที่จดจำ การขยายตลาดไปถึงลูกค้ากลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจนและรวดเร็ว โดยทุกท่านควรเริ่มทำ SEO ตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อทำฐานของธุรกิจออนไลน์ให้แข็งแรง และศึกษากลยุทธ์ SEO ให้ลึกซึ้งเพื่อปรับปรุงและพัฒนาประสิทธิภาพของเว็บไซต์อย่างต่อเนื่อง

ทำไมเว็บไซต์ ที่ติดอันดับหน้าแรก ได้โอกาสจากลูกค้ามากกว่า

ทำไมเว็บไซต์ ที่ติดอันดับหน้าแรก ได้โอกาสจากลูกค้ามากกว่า

ไม่ใช่เรื่องยากถึงขนาดต้องจ้างทำ เพราะเป็นกระบวนการที่ทุกคนสามารถทำได้เอง เพียงเริ่มต้นจากการทำเว็บไซต์ประมาณหลักพันต้นจนถึงหมื่นบาทก็สามารถทำได้แล้ว ยิ่งในปัจจุบันเว็บไซต์ทั่วโลกมีมากมาย โดยเฉพาะประเทศไทยมีเป็นจำนวนหลักล้านเว็บไซต์เลยทีเดียว บางคนมีมากกว่าหนึ่งเว็บไซต์ด้วยซ้ำโดยไม่จำเป็นต้องเป็นบริษัทที่มีขนาดใหญ่ โดยเว็บไซต์ที่สามารถค้นหาเจอหรือติดอันดับ จะได้เปรียบในด้านการรับโอกาสจากลูกค้ามากกว่าเว็บไซต์ที่ไม่สามารถค้นหาเจอด้วย Google เพราะเหตุผลที่เรากำลังจะกล่าวถึง ดังต่อไปนี้

การบริการเข้าถึงลูกค้า

หากมีการเปรียบเทียบเว็บไซต์ที่ทำ SEO กับไม่ทำ SEO แม้ว่าผู้ให้บริการทั้งสองรายมีมาตรฐานที่ไม่แตกต่างกัน แต่จะมีความแตกต่างในด้านการค้นหาหรือการติดอันดับของ Google

  • ตัวอย่างที่ 1 สมมติว่าช่วงนี้เป็นวันปีใหม่ อยากจะจัดงานปีใหม่ที่บ้านเพื่อฉลองกับเพื่อน และมีความต้องการหาคนมาจัดงานปีใหม่ในบ้าน ไม่ว่าจะเป็น การจัดอาหาร การจัดสถานที่ จึงค้นหาใน Google ว่ามีบริการจัดงานปีใหม่หรือไม่ ด้วยการพิมพ์คำว่า “รับจัดงานเลี้ยง” ซึ่งแน่นอนเว็บไซต์ที่ขึ้นมาในหน้าแรกจากการค้นหาย่อมได้รับโอกาสจากลูกค้ามากกว่าเว็บไซต์ที่ให้บริการเดียวกันแต่ไม่ติดอันดับ โดยอันดับที่ 1 มักจะถูกคลิกมากที่สุด และลดหลั่นลงไปตามลำดับ
  • ตัวอย่างที่ 2 สมมติว่า มีผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตท่านหนึ่ง กำลังรู้สึกหิวมากและมีความต้องการที่จะสั่งอาหาร จึงค้นหาคำว่า “แซลมอนเดลิเวอรี่” ซึ่งเว็บไซต์ที่ขึ้นมาหน้าแรกหรือติดอันดับหนึ่ง สองหรือสาม โอกาสที่จะได้รับเงินจากลูกค้าย่อมมีมากกว่าเว็บไซต์ที่ขายปลาแซลมอนเหมือนกัน แต่ติดอันดับอยู่ในหน้าที่ 2 หรือมากกว่านั้น
  • ตัวอย่างที่ 3 เว็บไซต์ ทีเด็ดบอลวันนี้ หากมีการติดอันดับหน้าแรกในคีย์ทีเด็ดบอลต่างๆ คนย่อมเข้าถึงเยอะกว่า และหากเนื้อหาภายในเว็บดี ก็ยิ่งทำให้คนติดใจได้ง่าย และเว็บไซต์ก็จะโตเร็วขึ้นอย่างทวีคูณ เป็นโอกาสที่เพิ่มมูลค่าโฆษณากรณีมีผู้สนใจต้องการติดแบนเนอร์

สะดวกในการสั่งซื้อสินค้าเพิ่ม

SEO ติดอันดับจะให้ความสะดวกกับลูกค้าที่จะสั่งซื้อสินค้าเพิ่มเติมหรือกลับมาซื้อซ้ำ เมื่อค้นหาอีกครั้งใน Google ก็เจอเว็บไซต์เราทันที จึงได้รับโอกาสในด้านการเพิ่มรายได้ให้มากขึ้น ที่เป็นเช่นนี้เพราะการทำ SEO มีประโยชน์ให้กับคนที่ทำเว็บไซต์เมื่อได้อยู่หน้าแรกหรือติดอันดับหนึ่ง สองหรือสาม ก็จะทำให้สามารถเพิ่มจำนวนคนเข้าเว็บไซต์อย่างมหาศาล จากเว็บไซต์เงียบ ๆ ก็กลายเป็นเว็บไซต์ที่คึกคักหรือคนรู้จักเว็บไซต์มากขึ้น ลูกค้าเก่าก็หาเว็บเจอง่าย ไม่ต้องเสียเวลาค้นหานาน

เว็บไซต์ติดอันดับในอดีตได้รับความสนใจจนมีช่วงหนึ่งที่บริษัทรับจ้างทำ SEO มีงานมากจนทำให้ร่ำรวยรุ่งเรือง แต่ปัจจุบันเทรนด์ได้เปลี่ยนไปแล้ว ทำให้ผู้คนนิยมทำ SEO ด้วยตัวเองมากขึ้น เพียงปรับแต่งเว็บไซต์ทั้งภายในและภายนอกด้วยการทำ content หรือเนื้อหาเพื่อที่จะดันเว็บไซต์ให้ติดอันดับได้ แต่อย่างไรก็ตาม การทำ SEO ต้องอาศัยความอดทนพอสมควร เพราะไม่ได้เห็นผลเพียงวันหรือสองวันแรก แต่ต้องใช้เวลารอคอยพอประมาณ บางทีอาจจะต้องรอ 1 – 3 เดือนเลยทีเดียว

SEO สุดยอดตัวช่วยการเติบโตของธุรกิจ

SEO สุดยอดตัวช่วยการเติบโตของธุรกิจ

ไม่ว่าใครก็คงอยากที่จะทำธุรกิจออกมาแล้วรุ่ง ปัง ๆ กันทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่ก็ตาม ซึ่งในปัจจุบันนี้เราจะพบเห็นการแข่งขันที่ค่อนข้างสูงมาก ๆ ใครที่มีกลยุทธ์ทางการตลาดหรือมีไอเดียที่ดีกว่าในเรื่องของการโปรโมทก็จะล้ำนำหน้าไปเสมอ สำหรับธุรกิจที่มีสินค้าและบริการที่ดี มีคุณภาพสูงก็อาจจะไม่สามารถเติบโตได้อย่างที่ต้องการ ถ้าหากขาดตัวช่วยที่สำคัญ โดยเฉพาะการทำ SEO ให้กับเว็บไซต์ของธุรกิจ ที่จะช่วยให้ผู้คนสามารถค้นเจอสินค้าหรือบริการของเราได้มากขึ้นนั่นเอง

ทำความรู้จักกับ SEO

หลาย ๆ คนอาจจะคุ้นเคยกับ SEO ในชื่อ Search Engine Optimization ซึ่งเป็นการปรับเนื้อหา รายละเอียด องค์ประกอบต่าง ๆ ของเว็บไซต์ให้เป็นไปตามที่ search engine นั้นต้องการ ยกตัวอย่าง เวลาที่เราค้นหา keyword หรือคำใด ๆ ลงไปใน Google ซึ่งเป็นเว็บ search engine เราจะพบเว็บไซต์ที่ขึ้นมาติดการค้นหาในหน้าแรก ๆ อยู่อันดับแรก ๆ ที่ไม่ใช่การโฆษณา ซึ่งเว็บไซต์เหล่านี้จะเป็นเว็บไซต์ที่มีการทำ SEO ที่ดี ส่งผลให้เพิ่มโอกาสที่ผู้คนจะค้นเจอเว็บไซต์ได้มากขึ้น

ทั้งนี้ก็ยังรวมถึงบทความที่มีความเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการต่าง ๆ ด้วย สามารถที่จะทำ SEO ได้เช่นเดียวกัน ด้วยพฤติกรรมของผู้บริโภคที่มักจะค้นคว้าข้อมูลในโลกออนไลน์ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อสินค้าจริง เมื่อค้นหาสินค้าหรือบริการใด ๆ แล้วพบรีวิวสินค้าหรือบทความของบริษัทใดขึ้นมาเป็นลำดับแรก ๆ ก็มักจะนำมาเป็นตัวเลือกในการพิจารณาอันดับแรก ๆ เช่นกัน นอกจากนี้แล้วก็ยังมีพฤติกรรมของผู้บริโภคบางประเภทที่เน้นในเรื่องของความสะดวกสบายและรวดเร็ว คือค้นเจอสินค้าจากแบรนด์ไหนก่อนก็ตัดสินใจซื้อเลย ดังนั้นสินค้าหรือบริการใด ๆ ที่ติดลำดับการค้นหาในหน้าแรกหรือหน้าสองก็จะมีโอกาสเพิ่มยอดขายได้มากกว่า

ลงทุนน้อยแต่ได้ผลตอบแทนมาก

การทำ SEO ไม่ได้ใช้งบประมาณที่สูงอย่างที่คิด สามารถที่จะทำได้ในธุรกิจทุก ๆ ประเภท ในระยะยาวแล้วมีความคุ้มค่ากว่าการทำโฆษณาอย่างมากเลยทีเดียว ไม่ต้องไปซื้อโฆษณาแพง ๆ หรือไปลงประกาศโฆษณาตามส่วนต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น หนังสือ นิตยสาร ซึ่งไม่รู้ว่าจะมีคนที่สามารถเข้าถึงได้ทั้งหมดกี่คน ซึ่งการลงทุนกับ SEO นั้นถือเป็นการลงทุนที่มีความคุ้มค่าอย่างมากเลยทีเดียว

การเติบโตของธุรกิจแม้จะต้องอาศัยองค์ประกอบหลายอย่างและอาจจะมีปัจจัยภายนอกต่าง ๆ เข้ามาเกี่ยวข้องมากมาย แต่ถ้าเรามีตัวช่วยที่ดี มีประสิทธิภาพ สามารถใช้งานได้จริง อย่าง SEO ที่ช่วยทำให้เว็บไซต์และเนื้อหาต่าง ๆ ของเรามีความแตกต่างและความพิเศษกว่าเนื้อหาของเว็บไซต์อื่น ๆ ก็จะสามารถช่วยส่งเสริมองค์ประกอบหลาย ๆ อย่างในธุรกิจของเราให้สมบูรณ์และเติบโตมากยิ่งขึ้นได้

ไอเดีย หาสินค้าขายดี สำหรับทำ SEO

ไอเดีย หาสินค้าขายดี สำหรับทำ SEO

สำหรับผู้มีปัญหาทางการเงิน การหารายได้เสริมเป็นทางออกที่ช่วยเพิ่มจำนวนเงินเพื่อให้เพียงพอต่อการจับจ่ายใช้สอย “การขายของออนไลน์” เป็นวิธีการหารายได้เสริมที่ไม่ต้องอิงกับเวลาหรือสถานที่ และสามารถเริ่มต้นได้ทันทีโดยใช้เงินลงทุนน้อยที่สุด ทั้งนี้การหาสินค้าที่สามารถสร้างกำไรได้ ควรเป็นสินค้าที่มีลูกค้าต้องการ ซึ่งไอเดียการหาสินค้าสำหรับนำมาขาย มีดังนี้

สินค้าที่กำลังได้รับความนิยม สินค้าทุกประเภทจะมีช่วงเวลาที่สามารถเกิดขึ้นมาเป็นกระแสได้ เช่น หน้ากากอนามัย เจลแอลกอฮอล์ เครื่องฟอกอากาศ ดอกมุรากามิ เป็นต้น ซึ่งการจับกระแสสินค้าให้ทัน จะสามารถสร้างกำไรได้ค่อนข้างเยอะ แต่สินค้าประเภทนี้ก็มีข้อเสียเช่นกัน เพราะสินค้าประเภทนี้มีคู่แข่งค่อนข้างมาก จึงทำให้เกิดการตัดราคาเกิดขึ้นตามมา

สินค้าเฉพาะกลุ่ม งานอดิเรกหรือสินค้าที่จำเป็นต้องใช้ในช่วงเวลาเฉพาะ เช่น พิธีแต่งงาน หรือพิธีกรรมทางศาสนา เป็นสินค้าที่สามารถขายได้ตลอดปี เพียงแต่กำไรที่ได้ต่อชิ้นมากน้อยขึ้นอยู่กับจำนวนสินค้าที่มีอยู่ในท้องตลาด

สินค้าจำพวกของสะสม เป็นสินค้าที่มีคู่แข่งน้อย เนื่องจากเป็นสินค้าเฉพาะกลุ่มจึงสามารถสร้างกำไรได้เยอะ ทั้งนี้การขายสินค้าเฉพาะกลุ่มจำเป็นต้องศึกษาให้ดี เนื่องจากเป็นการจำหน่ายสินค้าที่เกิดขึ้นจากความชอบส่วนตัวของลูกค้า ทำให้ลูกค้ารู้ถึงรายละเอียดของสินค้าเป็นอย่างดี

สินค้างานฝีมือต่าง ๆ สินค้าจำพวกงานฝีมือเป็นสินค้าที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งสินค้าประเภทนี้จะได้รับความนิยมมาก โดยเฉพาะงานฝีมือที่ใช้สำหรับประดับตกแต่งต่าง ๆ

เมื่อได้สินค้าที่ต้องการขายออนไลน์เรียบร้อย การสร้างเว็บไซต์เป็นวิธีที่จะช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับสินค้าที่จำหน่ายได้ โดยเทคนิคในการทำเว็บไซต์สำหรับเพิ่มยอดขายสินค้า มีดังนี้

สร้างเว็บไซต์สำหรับ E-commerce สำหรับผู้ขายใหม่อาจใช้บริการเว็บไซต์สำหรับขายสินค้าฟรีไปก่อน เพื่อลดความยุ่งยากในการสร้างเว็บไซต์และยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากกว่า

ใส่ข้อมูลเกี่ยวกับสินค้า ไม่ว่าจะเลือกขายค้าประเภทไหนก็ควรเขียนบทความเกี่ยวกับสินค้าของตัวเองลงเว็บไซต์อย่างสม่ำเสมอ เพราะการเขียนบทความอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายเจอเว็บไซต์ของคุณได้ง่ายขึ้น รวมถึงการศึกษาพื้นฐานการทำ Search Engine Optimization หรือ SEO และทำตามขั้นตอน จะช่วยเพิ่มยอดขายจากลูกค้ากลุ่มเป้าหมายเพิ่มมากขึ้น

เลือกสินค้าเพียงประเภทเดียว การขายของออนไลน์เป็นการขายที่ต้องสร้างความน่าเชื่อถือค่อนข้างสูง การโพสต์ขายสินค้าเพียงประเภทเดียวจะช่วยสร้างความมั่นใจและน่าเชื่อถือให้กับลูกค้าได้มากกว่า

ไม่ว่าจะขายสินค้าประเภทใดก็ตาม การนำเทคนิคในการหาสินค้าผสานกับการทำ SEO มาผสมผสานกัน จะช่วยสร้างผลกำไรจากการขายของออนไลน์ได้มากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ทำไมแบรนด์ส่วนใหญ่หันมาทำ SEO

ทำไมแบรนด์ส่วนใหญ่หันมาทำ SEO

เราจะเห็นตามเว็บไซต์ประกาศรับสมัครงานรวมถึงการตามหาผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้มาเป็นคนทำ SEO ให้กับแบรนด์หลายแบรนด์ ซึ่งสัญญาณนี้ถือเป็นสัญญาณที่ดีในการทำการตลาดออนไลน์มากเลยทีเดียวล่ะ ว่าแต่จะเป็นเพราะอะไร ทำไมแบรนด์ถึงหันมาทำ SEO กันมากขึ้น มาติดตามกันเลยดีกว่า

เหตุผลที่แบรนด์ทำไมต้องทำ SEO

ให้ผลลัพธ์ในระยะยาวที่ดีกว่าการโฆษณา : การทำโฆษณานั้น จะทำให้เว็บไซต์ของคุณขึ้นไปอยู่บนหน้าแรกของ Google ในช่วงระยะเวลาที่เงินเหลือเท่านั้น แต่เมื่อไหร่ที่คุณไม่จ่ายเงินต่อ ก็มีโอกาสทำให้เว็บไซต์ร่วงออกไปจากหน้าแรก ๆ ของ Google ได้ โดยเราสามารถสรุปได้สั้น ๆ ว่าการทำโฆษณามีประโยชน์ก็จริง แต่มันอาจไม่ยั่งยืนในระยะยาวนั่นเอง

รองรับการค้นหาของลูกค้าแบบ organic : พฤติกรรมของคนสมัยนี้มีการเปลี่ยนแปลงวิธีหาข้อมูลของสินค้าหรือบริการที่ตัวเองสนใจมาเป็นการค้นหาบนช่องทางออนไลน์รวมถึง Google ด้วย ไม่ว่าจะซื้อสินค้าหรือมีปัญหาอะไร คนเรามีแนวโน้มที่จะใช้ช่องทางออนไลน์เป็นพื้นที่สื่อสารของตัวเองมากขึ้นไปเรื่อย ๆ ฉะนั้นการติดอันดับ SEO ได้ก็มีโอกาสทำให้กลุ่มเป้าหมายรู้จักคุณมากขึ้น

ต้นทุนไม่สูงเหมือนค่าโฆษณา : หากเปรียบเทียบเรื่องของต้นทุนในรูปแบบของเงินนั้น เราสามารถบอกได้ว่า SEO จะทำให้คุณประหยัดเงินในระยะยาวได้มากกว่าหลายเท่าเลยทีเดียว เพราะการโฆษณานั้น คุณจะต้องประมูลค่าโฆษณาแข่งกับคู่แข่งตลอดเวลา อีกทั้งยังต้องใช้งบประมาณที่สูงกว่าสำหรับ keyword ที่เป็นคำสั้น ๆ อีกด้วย

SEO เป็นส่วนหนึ่งของการทำการตลาดออนไลน์ที่ได้ผล : มีแบรนด์ส่วนใหญ่ที่หันมาทำ SEO แล้วได้ลูกค้าเป็นจำนวนมาก นั่นเป็นเพราะลูกค้าให้ความเชื่อมั่นกับอันดับที่เป็น organic มากกว่าอันดับที่มาจากโฆษณา และเมื่อติด อันดับ SEO แล้ว โอกาสที่ลูกค้าจะกดซื้อหรือกรอกข้อมูลเพื่อขอซื้อบริการก็ย่อมมีมากกว่าแบรนด์ที่ไม่ได้อยู่บนหน้าแรก ๆ ของ Google เลย

การทำ SEO ให้ติดหน้าแรกของ search engine ถือเป็น digital asset ของแบรนด์ : ทรัพย์สินที่มีค่าอย่างหนึ่งของแบรนด์บนโลกออนไลน์นั่นก็คือเว็บไซต์ หากธุรกิจของคุณเป็นธุรกิจประเภทที่ต้องมีการรวมทุนหรือสร้างขึ้นมาเพื่อขายไป การติดอันกับ SEO จะทำให้เว็บไซต์ของคุณรวมถึงแบรนด์มีมูลค่าที่สูงขึ้นตามไปด้วย แล้วยังมีอำนาจต่อรองบนช่องทางออนไลน์กับนักลงทุนมากกว่าอีกด้วย

เห็นไหมว่าการทำ SEO นั้นไม่ได้เป็นเพียงแค่การไต่ขึ้นไปอยู่บนหน้าแรกของ search engine เพื่อเป็นเว็บไซต์ที่กลุ่มเป้าหมายของคุณจะเลือกคลิกเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างคุณค่าให้กับแบรนด์และมีข้อดีหลายข้อมากเลยทีเดียว และนี่ก็คือสาเหตุสำคัญที่แบรนด์ต่าง ๆ หันมาทำ SEO กัน

เหตุผลที่แบรนด์ทำไมต้องทำ SEO

นอกจาก SEO ยังต้องรู้จัก Facebook Broadcast ลูกเล่นใหม่ล่าสุดปี 2020

นอกจาก SEO ยังต้องรู้จัก Facebook Broadcast

Facebook เป็น Social Media ที่มีจำนวน User กว่าหลายล้านคน ทำให้เหล่านักการตลาดและแบรนด์สินค้าหรือบริการต่าง ๆ จึงใช้ Facebook ในการสร้างฐานลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย ทำให้ Facebook ได้พัฒนาลูกเล่นใหม่ให้กับ User นักธุรกิจ แบรนด์สินค้าหรือนักการตลาด ใครที่คุ้นเคยกับ SEO อย่างเดียวนั้น ไม่เพียงพอแล้ว

Facebook Broadcast ลูกเล่นใหม่ล่าสุดในปี 2020 ที่นักการตลาดหลายคนใช้เพื่อแจ้งให้กลุ่มเป้าหมายทราบถึงสาระความรู้ของสินค้าหรือบริการ และแจ้งโปรโมชั่นใหม่

ข้อดีของการทำ Facebook Broadcast มีดังนี้

เจอกลุ่มเป้าหมายได้ง่ายขึ้น แม้ว่าการทำ SEO ให้กับคอนเทนต์ในเว็บไซต์หรือ Social จะช่วยดึงความสนใจจากกลุ่มเป้าหมายได้ แต่การใช้ Broadcast เพื่อแจ้งรายละเอียดที่น่าสนใจ เช่น โปรโมชั่นล่าสุด หรือคอนเทนต์ที่น่าสนใจให้กับกลุ่มเป้าหมายได้ทราบ และยังเป็นวิธีที่ช่วยกระตุ้นความสนใจกลุ่มเป้าหมายหรือลูกค้าเก่าให้กลับมาใช้บริการหรือซื้อสินค้าซ้ำได้

ช่วยลดความยุ่งยากในการตอบคำถาม เนื่องจาก Broadcast สามารถตั้งค่าให้ตอบคำถามอัตโนมัติได้ ทำให้นักขายของออนไลน์จึงไม่ต้องเสียเวลาในการตอบคำถามลูกค้าทั้งหมดด้วยตัวเอง

Facebook Broadcast เป็นบริการใหม่ล่าสุดที่ยังไม่มีการเรียกเก็บค่าบริการ ทำให้นักการตลาดหรือนักขายของออนไลน์ได้ลองใช้ได้แบบฟรี ๆ ซึ่งหากทำควบคู่ไปกับการทำ SEO บนเว็บไซต์ โดยนำบทความหรือคอนเทนต์ SEO ที่กลุ่มเป้าหมายสนใจ Broadcast ไปยัง Inbox จะช่วยสร้าง Traffic เข้าสู่เว็บไซต์หลักด้วย

เทคนิคการตลาดที่ควรทำควบคู่ไปกับการ Broadcast มีดังนี้

คัดสรรกลุ่มเป้าหมายหลักด้วยการสร้างกลุ่ม Facebook ตั้งเป้าหมายหลักในการสร้างกลุ่มเกิดขึ้นเพื่อลดปัญหาความขัดแย้งระหว่างกลุ่มผู้ใช้ที่มีความคิดเห็นแตกต่างกันในเรื่องต่าง ๆ ซึ่งการสร้างกลุ่ม สามารถช่วยให้นักการตลาดหรือนักขายของออนไลน์สามารถนำคอนเทนต์ SEO ที่น่าสนใจและมีความเฉพาะเจาะจงเพื่อดึงดูดกลุ่มเป้าหมายให้เข้ามาหาได้ เมื่อมีกลุ่มเป้าหมายหลักอยู่ในมือ การขายสินค้าหรือบริการก็สามารถสร้างยอดขายได้ดีกว่าการโพสต์ขายสาธารณะ เช่น การสร้างกลุ่มเพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับการขายของออนไลน์ สามารถขายหนังสือ E-book หรือคอร์สเรียนแบบเจาะลึกให้กับสมาชิกในกลุ่ม เป็นต้น การทำ Facebook Broadcast ควบคู่ไปกับการสร้างกลุ่ม เนื่องจากสมาชิกในกลุ่มบางคนอาจไม่มีเวลามากพอในการติดตามเนื้อหาที่มากมายในกลุ่ม การ Broadcast เฉพาะเนื้อหาที่น่าสนใจให้กับสมาชิกใน Inbox จึงเป็นวิธีในการทำการตลาดที่ช่วยสร้างการย้ำเตือนและกระตุ้นให้สมาชิกดังกล่าวกลับมาให้ความสนใจอีกครั้ง

VDO Content สร้างการรับรู้ ด้วยไลฟ์สไตล์ของคนในยุคปัจจุบันมีความเร่งรีบมากขึ้นและหมดความสนใจง่าย การสร้างวีดีโอที่มีความยาว 2 – 3 นาทีแต่มีเนื้อหาที่น่าสนใจ จะช่วยให้ส่งผลดีต่อสินค้าหรือบริการได้มากกว่า

ใช้เทคนิค Call to Action แม้ว่า Facebook Broadcast จะสามารถเรียกร้องความสนใจกลุ่มเป้าหมายได้เป็นอย่างดี แต่ก็ควรสร้างปุ่ม Call to Action เพื่อกระตุ้นการตอบสนองของกลุ่มเป้าหมาย เพื่อเร่งเร้าให้เกิดการตัดสินใจที่รวดเร็วมากขึ้นด้วย

การศึกษาวิธีใช้ Facebook Broadcast ควบคู่ไปกับเทคนิคการสร้าง SEO คอนเทนต์ เป็นวิธีที่ช่วยลดระยะเวลาในการสร้างฐานลูกค้า และยังทำให้นักการตลาดและนักขายของออนไลน์สามารถสร้างรายได้ให้มากขึ้นได้

ข้อดีของการทำ Facebook Broadcast

เคล็ดลับ 5 ข้อ ทำ SEO อย่างไรไม่ให้หลงทาง

เคล็ดลับ 5 ข้อ ทำ SEO อย่างไรไม่ให้หลงทาง

การทำ SEO นั้นไม่ต่างอะไรกับการทำงานตามฏิทินที่ไม่เพียงแค่การสร้างเนื้อหาที่ต้องแข่งกับเวลาเท่านั้น แต่ยังต้องแข่งกับคู่แข่งด้วยเหมือนกัน ฉะนั้นการวางแผนจึงเป็นสิ่งสำคัญในการปักหมุดให้การทำ SEO เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด เอาล่ะ! ทีนี้เรามาดูกันดีกว่าว่ามีเคล็ดลับอะไรบ้างที่ ทำ SEO แล้วจะไม่หลงทางให้เสียเวลา

ทำ SEO ให้อยู่ในกรอบ

ตั้งเป้าหมายในการทำ SEO – ใคร ๆ ก็บอกว่าการทำ SEO มันดีกับแบรนด์ แต่ถ้าคุณทำไปโดยไม่รู้ว่ามันมีประโยชน์อะไรกับแบรนด์หรือเว็บไซต์ของคุณ ก็อาจจะทำให้คุณเสียเวลาเปล่า เพราะจะทำให้คุณผลิตเนื้อหาโดยไม่รู้ทิศทางและวิธีการที่ถูกต้อง การตั้งเป้าหมายในการทำ SEO ก่อนผลิตเนื้อหาสักชิ้นไปอยู่บนเว็บไซต์ของคุณ จึงเป็นเรื่องสำคัญอันดับแรก

รู้จักกลุ่มเป้าหมาย – หากคุณผลิตเนื้อหาออกมาได้เป็นอย่างดีแต่ไม่มีใครเข้ามาอ่าน หรือผลิตเนื้อหาออกมาแล้วแต่ไม่สามารถส่งไปถึงยังกลุ่มเป้าหมายได้นั้น ก็เป็นเรื่องที่น่าเสียดายอยู่ไม่น้อย ฉะนั้นการรู้จุดประสงค์ในการทำ SEO อย่างเดียวคงไม่พอ แต่ต้องรู้จักกลุ่มเป้าหมายที่จะเข้ามาอ่านเนื้อหาของคุณด้วย

วางแผนช่องทางสื่อที่คุณต้องการใช้เป็นตัวช่วยในการทำ SEO – ในช่วงแรกการใช้สื่อช่องทางต่าง ๆ ที่จะเป็นตัวช่วยในการดึง traffic เข้ามายังเว็บไซต์ของคุณได้ แต่ในระยะยาวนั้น ก็ยังคงเป็นตัวช่วยเพื่อดึงกลุ่มเป้าหมายให้เข้ามาทำความรู้จักเว็บไซต์ของคุณได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งช่องทางเหล่านี้ส่วนใหญ่จะเป็น social media เช่น Facebook, medium, linkedin เป็นต้น

นำผลลัพธ์ที่ได้มาวิเคราะห์ – มีเครื่องมือหลายตัวที่คุณสามารถนำมาใช้ในการวิเคราะห์ผลลัพธ์จากากการทำ SEO ได้ เช่น Google analytics ที่เป็นตัวช่วยวิเคราะห์ว่ากลุ่มคนที่เข้ามายังเว็บไซต์นั้นตรงกับกลุ่มเป้าหมายที่คุณวางเอาไว้มากน้อยแค่ไหน แล้วยังดูได้ด้วยว่าคีย์เวิร์ดที่คุณใช้ในการทำ SEO นั้นช่วยดึงคนเข้าไปยังเว็บไซต์ของคุณได้หรือไม่

เช็ค feedback ที่คุณได้รับ – ผลตอบรับที่คุณได้รับจากคนอ่านหรือคนติดตามนั้นเป็นสิ่งสำคัญมากเลยทีเดียวล่ะ เพราะมันช่วยบอกได้ว่าเนื้อหา SEO ที่คุณผลิตออกมานั้นสามารถตอบโจทย์ความต้องการของพวกเขาได้หรือไม่นั่นเอง อีกทั้งระหว่างการเช็คผลตอบรับ ก็ยังเป็นหนึ่งในวิธีที่ช่วยสร้างปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับคนอ่านเช่นกัน

นักการตลาดที่ดีนั้นควรมีการวางแผนการทำงานให้มองเห็นเป้าหมายที่ชัดเจนมากขึ้น หากคุณเป็นนักการตลาดหรือเจ้าของธุรกิจที่กำลังทำ SEO อยู่ล่ะก็ อย่าลืมนำเคล็ดลับทั้ง 5 ข้อนี้ไปใช้กับการสร้างเนื้อหา SEO ของคุณดู แล้วคุณจะมองเห็นเว็บไซต์ของคุณไปอยู่หน้าแรกของ search engine ได้อย่างแน่นอน

ทำ SEO ให้อยู่ในกรอบ

ทำ SEO อย่างไรให้สำเร็จ ตอบโจทย์ทุกธุรกิจในปัจจุบัน

ขั้นตอนการทำ SEO ที่ทุกธุรกิจต้องรู้

พื้นฐานของการทำธุรกิจที่สำคัญอย่างหนึ่งก็คือการโฆษณา ไม่ว่าจะธุรกิจใหญ่โตติดระดับโลกแค่ไหนก็ยังต้องมีการโฆษณาทั้งนั้น เป็นไปไม่ได้เลยที่เราจะทำธุรกิจใดธุรกิจหนึ่งโดยไม่มีการโฆษณา ไม่ต้องมีใครรู้จักสินค้าหรือบริการของเราเลย ถ้าเป็นอย่างนั้นธุรกิจจะอยู่รอดได้อย่างไร การทำ SEO ถือเป็นหนึ่งในรากฐานของการโฆษณาในยุคปัจจุบัน เพราะสามารถทำได้ตั้งแต่ผู้เริ่มทำธุรกิจไม่มีเงินทุน ไปจนถึงธุรกิจใหญ่โตทุกระดับ แต่ที่สำคัญคือเราจะทำ SEO อย่างไรให้ประสบความสำเร็จเพื่อให้ผู้บริโภคได้รู้จักสินค้าหรือบริการของเรา การทำ SEO จะมีขั้นตอนง่าย ๆ ดังนี้

ขั้นตอนการทำ SEO ที่ทุกธุรกิจต้องรู้

กำหนด Keyword อันดับแรกต้องรู้ก่อนว่าสินค้าของเราคืออะไร แล้วในหมวดสินค้าดังกล่าวมีการค้นหาคำ Keyword ใน Google ว่าอะไรบ้าง ให้เรานำคำเหล่านั้นมาทำ SEO

มีเนื้อหาที่น่าสนใจ ไม่เพียงแต่แนะนำเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการของตัวเองเท่านั้น แต่ในสิ่งที่นำเสนอควรเป็นเนื้อหาอื่นที่มีประโยชน์และมีความน่าสนใจและน่าติดตามบ้าง เพื่อไม่ให้ผู้บริโภคเกิดความเบื่อหน่าย

ควรมี Keyword กระจายทั่วบทความ คำ Keyword ไม่ควรมากหรือน้อยจนเกิดไป และกระจายไปให้ทั่ว ๆ บทความ โดยเน้นถึงความเป็นธรรมชาติอ่านแล้วไหลลื่นเป็นหลัก ตรงส่วนไหนที่เห็นว่าสำคัญกับธุรกิจก็ให้เน้นหน่อยเพื่อให้ผู้อ่านได้จดจำผ่านจิตใต้สำนึก

จำนวนคำไม่ควรน้อยหรือมากไป ธรรมชาติของคนไทย ถ้าเรายังไม่สามารถดึงดูดความสนใจได้ภายใน 3 บรรทัดแรก ก็มีโอกาสที่ลูกค้าคนนั้นจะหลุดลอยไป ดังนั้นการทำ SEO ที่ดีไม่ควรมีจำนวนคำเยอะมากนัก ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับแต่ละธุรกิจด้วยว่าต้องการจะนำเสนอใคร

รูปและวิดีโอก็มีความสำคัญ รูปหรือวิดีโอเกี่ยวกับสินค้า การขายสินค้า การส่งสินค้า การรีวิวจากลูกค้า สำคัญมากในการทำตลอดออนไลน์ เพราะเว็บไซต์ของเราก็เปรียบเสมือนหน้าร้าน ดังนั้นการมีรูปและวิดีโอก็ช่วยให้การตัดสินใจซื้อทำได้ง่ายมากขึ้นทำ SEO อย่างไรให้สำเร็จ ตอบโจทย์ทุกธุรกิจในปัจจุบัน

อย่างที่กล่าวไปแล้วว่าการทำ SEO สามารถทำได้ในทุกธุรกิจ ถือเป็นรากฐานของการโฆษณาที่มีประสิทธิภาพมาก ลองนึกดูว่าการทำโฆษณาแบบนี้ไม่มีค่าใช้จ่าย เพียงแค่อาศัยหลักการทำ SEO อย่างถูกต้องก็สามารถดันเว็บไซต์ของเราให้ขึ้นไปอยู่ในอันดับแรก ๆ บน Google ได้ เพียงแค่ผู้บริโภคพิมพ์คำ Keyword ที่เกี่ยวกับธุรกิจของเราเข้าไปก็จะเห็นเว็บไซต์ของเราเป็นอันดับแรก ๆ ส่งผลให้เกิดการซื้อขายได้ง่าย เมื่อรู้อย่างนี้แล้วธุรกิจไหนที่ยังไม่รู้จักการทำ SEO ขอให้เร่งศึกษาและรีบทำโดยด่วน เริ่มต้นเร็วกว่าย่อมได้เปรียบมากกว่า แต่ถ้ารู้ตัวว่าตามหลังคู่แข่ง ก็ยิ่งควรเริ่มทำ SEO ให้เร็วที่สุด

รู้หรือไม่? ทำไมทำ SEO แต่อันดับไม่ขึ้น

เหตุผลที่ทำ SEO แต่อันดับไม่ขึ้น

Keyword เป็นเครื่องมือสำคัญและเป็นหลักพื้นฐานในการทำ SEO ทำให้การเลือก Keyword ที่ดี มีจำนวนผู้ค้นหาเยอะและการแข่งขันน้อยจะทำให้เว็บไซต์ติดอันดับได้ง่าย ซึ่งวิธีการหาไอเดีย Keyword ที่มือโปรใช้จะดูจาก Google Suggest และนำไปเช็คใน Keyword Research ซึ่งมีทั้งแบบไม่เสียค่าใช้จ่ายและเสียค่าใช้จ่าย เพื่อให้ได้ Keyword ที่ดีที่สุด

เว็บไซต์กับ Search Engine Optimization หรือ SEO เป็นของคู่กัน ทำให้ทั้งนักการตลาดมือใหม่และมือเก่าจำเป็นที่ต้องเรียนรู้พื้นฐานของ SEO เพื่อนำมาปรับใช้กับเว็บไซต์ของตนเอง ซึ่งข้อดีหลักที่นักการตลาดทราบกันดี คือ จะทำให้เว็บไซต์ติดอันดับการค้นหาบนหน้าแรกของ Search Engine แต่ก็มีหลายคนที่ทำ SEO ให้กับเว็บไซต์ แต่กลับไม่สามารถทำให้เพิ่มอันดับการค้นหาบน Search Engine ได้เนื่องจากสาเหตุดังต่อไปนี้

เหตุผลที่ทำ SEO แต่อันดับไม่ขึ้น

การทำคอนเทนต์ไม่มีคุณภาพ จริงอยู่ที่การเขียน บทความ SEO จะช่วยให้เว็บไซต์ติดอันดับได้ แต่หากคอนเทนต์เหล่านั้นไม่มีคุณภาพตามที่ Search Engine และกลุ่มเป้าหมายต้องการ ก็ไม่สามารถทำให้เว็บไซต์ติดอันดับได้เช่นกัน ซึ่งองค์ประกอบหลักของการทำคอนเทนต์ให้มีคุณภาพ คือ มีจำนวนคำที่เหมาะสม โดยค่าเฉลี่ยของคำที่เหมาะสมจะอยู่ที่ประมาณ 300 – 500 คำต่อหนึ่งบทความ มีภาพประกอบที่เกี่ยวข้องและเหมาะสมกับเนื้อหาและใช้ Keyword ในปริมาณที่พอเหมาะ ไม่มากหรือน้อยจนเกินไป โดยส่วนใหญ่แล้วการใช้ Keyword ควรอยู่ที่ประมาณ 1% ของจำนวนคำทั้งหมดในหนึ่งบทความ

เว็บไซต์โหลดหน้าช้าเกินไป คนสมัยใหม่รออะไรไม่ได้นาน การที่เว็บไซต์ไม่สามารถตอบสนองได้ทันท่วงที อาจทำให้กลุ่มเป้าใหม่เลิกให้ความสนใจในที่สุด โดยเฉพาะเว็บไซต์ที่ไม่เอื้อต่อการใช้งานบนมือถือยิ่งทำให้เว็บไซต์ด้อยคุณภาพ เนื่องจากในยุคปัจจุบันคนส่วนใหญ่ใช้งานเว็บไซต์บนมือถือมากกว่าอุปกรณ์อื่น ๆ

จัดเรียงเนื้อหาไม่น่าสนใจหรืออ่านยาก การเขียนบทความยาวตามคุณภาพที่ Search Engine ตั้งเป้าไว้เป็นเรื่องดี แต่หากไม่จัดเนื้อหาให้อ่านง่ายและมีความง่ายต่อการทำความเข้าใจ จะทำให้เว็บไซต์กลายเป็นเว็บที่ไม่มีคุณภาพ เนื่องจากมีจำนวนผู้ที่ใช้เวลาในเว็บไซต์น้อย

ใช้บทความซ้ำ การอัปโหลดบทความเป็นประจำทุกวันจะทำให้เว็บไซต์ติดอันดับได้ แต่การใช้บทความซ้ำบ่อย ๆ ไม่อาจทำให้เว็บไซต์ติดอันดับได้ เนื่องจากบทความหรือคอนเทนต์ที่ Search Engine ต้องการนั้น ต้องเป็นบทความที่มีความสดใหม่ ดังนั้นหากต้องการนำบทความเดิมมาใช้อาจต้องรีไรท์ให้เกิดความแตกต่างจากบทความเดิมให้มากที่สุด ซึ่ง https://smallseotools.com/plagiarism-checker/ เป็นเครื่องมือที่จะช่วยตรวจสอบข้อความซ้ำได้ดีระดับหนึ่ง สามารถนำผลการตรวจไปปรับปรุงการเขียนได้

การทำ SEO ให้กับเว็บไซต์ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของการทำคอนเทนต์หรือบทความเท่านั้น แต่การทำ SEO ครอบคลุมไปถึงการตั้งค่าและการจัดระเบียบภายในเว็บไซต์ด้วย ดังนั้น หากต้องการให้เว็บไซต์ติดอันดับ การหลีกเลี่ยงข้อควรระวังข้างต้น จะทำให้เว็บไซต์มีคุณภาพมากขึ้น

รู้หรือไม่ ทำไมทำ SEO แต่อันดับไม่ขึ้น

หลักพื้นฐานในการทำ SEO มีอะไรบ้าง

หลักพื้นฐานในการทำ SEO มีอะไรบ้าง

ในอดีตการทำเว็บไซต์เป็นเรื่องยาก เพราะต้องมีความรู้เกี่ยวกับภาษาคอมพิวเตอร์ เช่น HTML, ASP, PHP, JAVA ฯลฯ ต่าง ๆ ทำให้น้อยคนนักที่จะสามารถมีเว็บไซต์ของตัวเองได้ ซึ่งแตกต่างจากปัจจุบันที่การทำเว็บไซต์กลายเป็นเรื่องง่ายที่ใครก็สามารถมีได้ เพราะมีผู้ให้บริการเว็บไซต์ฟรีมากมาย เช่น WordPress, Wix, lnwshop, MakeWebEasy ฯลฯ จากนั้นก็ซื้อชื่อโดเมนเนมที่ต้องการและเช่าพื้นที่เว็บโฮสติ้ง ก็ทำให้มีเว็บไซต์ตามต้องการได้แล้ว โดยสามารถศึกษาวิธีการทำได้จากอินเทอร์เน็ต

แม้ว่าการสร้างเว็บไซต์จะเป็นเรื่องง่าย แต่การทำให้เว็บไซต์ได้รับความสนใจจากกลุ่มเป้าหมายเป็นเรื่องที่จะต้องใช้เทคนิค SEO (Search Engine Optimization) เข้าช่วย โดยพื้นฐานในการทำ SEO มี 2 ส่วนดังนี้

พื้นฐานในการทำ SEO

On-page เป็นการทำให้หน้าเว็บไซต์มีความสนใจ ประกอบไปด้วย

– Keyword แน่นอนว่าการทำเว็บไซต์อะไรสักอย่างจะต้องมีกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน โดยกลุ่มเป้าหมายนั้นจะเห็นเว็บไซต์ได้ต่อเมื่อมีการแสดงขึ้นมาบนแหล่งที่เห็นได้ชัด ดังนั้นการเลือก Keyword ที่ดี คือ มีกลุ่มเป้าหมายชัดเจน อัตราการแข่งขันน้อยย่อมทำให้เว็บไซต์มีอัตราการถูกมองเห็นบน Search Engine มากขึ้น โดย Keyword ที่ดีสามารถเช็คได้จากเว็บไซต์ Keyword Suggestion ต่าง ๆ ที่มีทั้งแบบฟรีและเสียค่าบริการ

– คุณภาพของ Content เป็นการนำ Keyword ดีมาทำให้เกิดเป็นข้อมูลที่มีประโยชน์ หรือ Content ดี ๆ ให้กับผู้ใช้งาน ทำให้เว็บไซต์มีความน่าสนใจและได้รับความเชื่อใจจากกลุ่มเป้าหมาย โดยวิธีการที่ง่ายที่สุด คือ การเขียนบทความ SEO เพื่อให้ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์หรือบริการบนเว็บไซต์

– ความสม่ำเสมอของการทำ Content แม้ว่า Content หรือ บทความ SEO จะมีคุณภาพแต่หากไม่ได้อัปโหลดเป็นประจำสม่ำเสมอก็อาจทำให้เว็บไซต์ไม่น่าสนใจเท่าที่ควร

Off-page เป็นการแนะนำเว็บไซต์ของคุณผ่านเว็บไซต์อื่น (Backlink) เช่น การให้ความรู้ เทคนิค หรือวิธีการต่าง ๆ บนเว็บบล็อกต่าง ๆ และแนบ URL ของเว็บไซต์คุณเอาไว้ เป็นต้น ทั้งนี้การทำ Backlink ที่ดี ไม่ควรกระทำการดังต่อไปนี้

Spam บทความซ้ำ ๆ โดยแนบ Backlink เว็บไซต์เอาไว้ แม้บทความนั้นจะเป็นบทความคุณภาพแต่การโพสต์บทความซ้ำ ๆ อาจทำให้ Search Engine จะมองว่าเว็บไซต์ของคุณไม่มีคุณภาพและจงใจก่อกวนบนอินเทอร์เน็ต ทำให้เว็บไซต์ตกอันดับได้

การโพสต์บทความโดยใส่ Backlink เอาไว้ในเว็บไซต์ที่ไม่เกี่ยวข้องกัน เช่น บทความสุขภาพแต่โพสต์ลงเว็บไซต์เกี่ยวกับ IT เป็นต้น

การแลกลิงก์กับเว็บไซต์อื่นที่มากเกินไปทำให้เว็บไซต์กลายเป็นเว็บที่ไม่มีคุณภาพและ Search Engine ลดอันดับของเว็บไซต์ลง

การทำบทความไม่มีคุณภาพ คือ การทำบทความที่มนุษย์อ่านไม่เข้าใจ เช่น การพิมพ์ตัวอักษรหรือตัวเลขไปเรื่อย โดยที่ข้อความนั้นไม่ได้เป็นสูตรคณิตศาสตร์, วิทยาศาสตร์ ก็ทำให้เว็บไซต์โดนแบนจาก Search Engine ได้เช่นกัน

โดยสรุปแล้วพื้นฐานในการทำเว็บไซต์ควรเริ่มที่การทำ Content หรือบทความที่มีคุณภาพ และสามารถสร้างประโยชน์ให้กับผู้ใช้งานหรือผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ได้นั่นเอง

พื้นฐานในการทำ SEO