เว็บไซต์จำหน่ายผลิตภัณฑ์ด้านผิวพรรณ ต้องใช้ keyword SEO อย่างไรดี

เว็บไซต์จำหน่ายผลิตภัณฑ์ด้านผิวพรรณ ต้องใช้ keyword SEO อย่างไร

การทำธุรกิจเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ด้านผิวพรรณ จำเป็นจะต้องเลือก keyword SEO ที่เหมาะสม เพราะเป็นประเภทธุรกิจที่มีการแข่งขันกันสูง หากใช้ keyword ที่ไม่ตรงกับการสืบค้นใน Google search ก็จะทำให้เสียโอกาสในการเข้าถึงลูกค้าเป้าหมาย และทำให้ธุรกิจเติบโตช้ากว่าที่ควร การเลือก keyword ตามหลัก SEO หรือ search engine optimization สำหรับธุรกิจจำหน่ายผลิตภัณฑ์ผิวพรรณชายหญิง ควรมีองค์ประกอบต่อไปนี้ในบทความและหัวข้อเสมอ

องค์ประกอบ การเลือก keyword ตามหลัก SEO

1. สีและลักษณะของผิว

สีผิวที่นำมาใช้แบ่งเป็น 2 อย่าง คือ สีผิวที่ไม่สวยงามที่เป็นปัญหาของลูกค้ากลุ่มเป้าหมายของผลิตภัณฑ์ และสีผิวหลังการแก้ไขปัญหา หรือสีผิวที่ลูกค้าต้องการถูกปรับเปลี่ยนให้เป็น ตัวอย่างสีผิวที่เป็นปัญหา ได้แก่ ผิวหมองคล้ำ ฝ้ากระบนใบหน้า สีผิวไม่เนียน สีไม่สม่ำเสมอ และสีผิวแบบที่คนต้องการก็คือ ผิวขาว ผิวสวย แลดูกระจ่างใส ผิวใสแบบวัยรุ่น ผิวเรียบเนียน เป็นต้น

2. คำกิริยาที่เกี่ยวกับการดูแลผิวพรรณ

สิ่งที่เราทุกคนทำกับผิวมีกิริยาหลากหลาย ตั้งแต่ การล้างหน้า นวดหน้า ทาครีมที่ใต้ดวงตา ทาครีมกันแดด การสครับ การขัดหน้า ฯลฯ สิ่งเหล่านี้มีรายละเอียดในทางปฏิบัติที่คนต้องการศึกษาว่าวิธีใดที่ถูกต้อง หากนำคำเหล่านี้มาเป็น keyword SEO ในบทความ ที่มีการแนะนำผลิตภัณฑ์สินค้าของคุณ ว่าตอบโจทย์ด้านใด ก็มั่นใจได้เลยว่าจะสามารถเพิ่มยอดขายให้กับสินค้าได้มากขึ้น

3. ลักษณะของเนื้อสินค้า

ผลิตภัณฑ์ที่ใช้กับผิว มีลักษณะเนื้อหลายแบบ เช่น เนื้อครีม โฟม เจลเซรั่ม น้ำตบ มาร์ค สครับพอกหน้า แป้งฝุ่น แป้งพัฟ คุชชั่น ฟลูอิดเจล ฯลฯ ลักษณะของผลิตภัณฑ์เหล่านี้ สามารถนำมาใช้เป็น keyword SEO เพื่อขยายความผลิตภัณฑ์ของคุณ ทั้งสามารถให้ความรู้ถึงความแตกต่างของแต่ละสูตร และใส่เรื่องรายละเอียดของส่วนประกอบส่วนผสมสำคัญในผลิตภัณฑ์แบรนด์ของคุณลงไป จะจูงใจผู้อ่านให้กลายมาเป็นลูกค้าของแบรนด์คุณได้มากขึ้น

4. เคล็ดลับหรือเทคนิคพิเศษต่าง ๆ

การใช้คำว่าเคล็ดลับหรือเทคนิค เป็นสิ่งที่กระตุ้นให้ผู้อ่านคลิกเข้ามาชมข้อมูลในเว็บไซต์ได้ง่ายที่สุด เพราะทุกคนต้องการรู้ข้อมูลใหม่ ๆ ที่เป็นเคล็ดลับเฉพาะ เพื่อนำไปทดลองปฏิบัติตามอย่างรวดเร็ว ขอเพียงมีข้อมูลที่อัปเดต ใช้ภาษาที่เข้าใจง่ายเป็นกันเองกับคนอ่าน แจกแจงวิธีทำเป็นข้อ ๆ หรือทำเป็นตารางสรุป ก็จะถูกใจลูกค้าที่เป็นคนรุ่นใหม่ ให้เข้ามาอ่านข้อมูลบ่อย ๆ ทำให้อันดับ SEO สูงขึ้นและมีโอกาสจำหน่ายสินค้าได้เพิ่มขึ้นตามไปด้วย

เราหวังว่า เทคนิคการเลือก keyword SEO ที่กล่าวมา จะช่วยให้ทุกท่านที่ทำผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับผิวพรรณจำหน่ายบนช่องทางออนไลน์ ได้แนวทางในการเขียนบทความและหัวข้อที่ดึงดูดใจลูกค้ากลุ่มเป้าหมายมากขึ้น

การเลือก keyword ตามหลัก SEO

SEO มีข้อดีข้อเสียอย่างไร..รู้แล้วต้องบอกต่อ

SEO มีข้อดีข้อเสียอย่างไร รู้แล้วต้องบอกต่อ

ปฏิเสธไม่ได้ว่าการทำ SEO เป็นที่กล่าวถึงอย่างมากในวงการธุรกิจออนไลน์ เพราะสามารถช่วยส่งเสริมการขายจากการถูกสืบค้นได้เป็นอันดับต้น ๆ ในหน้าเพจของ search engine ต่าง ๆ แต่กระนั้นก็ยังมีหลายคนที่ข้องใจและลังเลใจในการปรับเว็บไซต์ให้เป็นระบบ SEO เราจึงได้รวบรวมข้อดีข้อเสียของการปรับปรุงเว็บไซต์ให้เป็นระบบ SEO มาฝากกัน

SEO มีข้อดีข้อเสียอย่างไร

ข้อดีของการทำ SEO

– ช่วยให้ธุรกิจคุณประหยัดต้นทุนทางการโฆษณาได้มากขึ้น เนื่องจากไม่ต้องจ่ายสตางค์ตามจำนวนการคลิกอ่านหรือ pay per click (PPC) อย่างการโปรโมตด้วยวิธีอื่น ๆ

– มั่นใจว่าไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมแฝงจาก search engine ในการทำให้อันดับถูกปรับเป็นระดับท็อปต้น ๆ ของการสืบค้น

– สบายใจได้เลยว่าไม่มีบริษัทใดครองตำแหน่งอันดับหนึ่ง สอง สาม ของการสืบค้นด้วย search engine ได้ เพราะระบบอัลกอริทึ่มมีความอัจฉริยะและมีตรรกะที่เป็นอัตลักษณ์เฉพาะตัว ไม่สามารถผูกขาดหรือซื้อตำแหน่งได้

– บริษัทที่มุ่งมั่นพัฒนาเว็บไซต์ให้เป็นระบบ SEO ย่อมได้รางวัลแห่งการพยายามเป็นอันดับที่ดีในการค้นหาเพจ ซึ่งเท่ากับว่าจะเป็นการเพิ่มยอดขายให้แก่บริษัททั้งจากลูกค้าเก่าและลูกค้าใหม่ด้วย

– คุณจะได้รับการโปรโมตเว็บไซต์แบบออนไลน์ 24 ชั่วโมง (โดยไม่ต้องจ่ายสตางค์เพิ่ม) เพราะลูกค้ากลุ่มเป้าหมายจากทั่วโลกที่มีช่วงกลางวันกลางคืนไม่เท่ากัน ล้วนสามารถสืบค้นเจอเว็บไซต์ของคุณได้พบตลอดเวลา หากมีอันดับที่ดีในเพจการค้นหาด้วย search engine ต่าง ๆ ไม่ว่า yahoo , กูเกิ้ล , Bing เป็นต้น

– ช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับองค์กรของคุณ แลดูทันสมัยและเป็นที่น่าเชื่อถือของลูกค้า ว่าจะได้รับสินค้าและบริการที่มีความใหม่ทางเทคโนโลยี หรือบริการที่มีการปรับปรุงในจุดอ่อนแบบเดิม ๆ

SEO มีข้อดีข้อเสีย รู้แล้วต้องบอกต่อ

ข้อเสียของการทำ SEO

– คุณต้องเสียค่าใช้จ่ายแบบรายหกเดือนหรือรายหนึ่งปี เพื่อที่จะจ้างบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญมาทำ SEO อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดการสะสมดาต้าทางเทคนิคที่มากพอสำหรับการถูกประมวลด้วย algorithms ของ search engine อย่าง ระบบ PANDA

– คุณจะไม่ได้เห็นผลลัพธ์ในระยะเวลาแค่ภายในไม่กี่วันอย่างการโปรโมตอื่น ๆ ฉะนั้นหากต้องการเร่งการโปรโมต หรือนำเสนอโปรโมชั่นเพื่อสนับสนุนการขายอย่างมากในช่วงเทศกาล เช่น ปีใหม่ , วาเลนไทน์ , วันคนโสดทั่วโลก (วันที่ 11 เดือน 11 ของทุกปี) ก็ต้องใช้วิธีโหมกระแสโฆษณาอื่น ๆ ช่วย

– ไม่สามารถหยุดนิ่งการพัฒนาเว็บไซต์หรือการอัพเดตได้เลย เพราะคุณจะถูกคู่แข่งเจ้าอื่น มาแย่งพื้นที่บนหน้าสืบค้นอันดับต้น ๆ ไป

จะเห็นได้ว่าข้อดีข้อเสียของการทำ SEO ที่กล่าวมา เป็นสิ่งที่เจ้าของธุรกิจออนไลน์ต้องประเมินพิจารณาให้รอบด้านก่อนการจ้างงาน SEO เพื่อให้เกิดความคุ้มค่าในการลงทุนอย่างที่สุด

4 คำจำเป็น สำหรับผู้เริ่มทำความเข้าใจ SEO

4 คำจำเป็น สำหรับผู้เริ่มทำความเข้าใจ SEO

ยุคสมัยนี้ (2018) จำเป็นที่นักธุรกิจต้องเรียนรู้การทำการตลาดออนไลน์ด้วย SEO เพื่อเป็น หน้าบ้าน หรือ ช่องทาง ที่มีประสิทธิภาพดี เชิญชวนให้ลูกค้าเข้ามาเยี่ยมชมสินค้าเลือกซื้อสินค้า-บริการภายในเวบเพจ ซึ่งกว่าจะถึงจุดที่ลูกค้า ตัดสินใจ ว่าจะเลือกซื้อสินค้าต่าง ๆ หรือเลือกใช้บริการ เช่น จองทัวร์ จองโรงแรม จองสนามกอล์ฟ ของทางเว็บไซด์ ต้องขึ้นกับอะไรบ้าง?

เราได้รวบรวมสิ่งที่เป็นพื้นฐานที่ต้องรู้ ก่อนการเริ่มทำ SEO สำหรับนักธุรกิจออนไลน์ มือใหม่ มาฝากกันไว้ที่นี่แล้ว

1. SEO

คำว่า SEO คุณอาจเคยผ่านตา แต่หากไม่รู้ว่าคืออะไร ก็เป็นอันว่า จบ อย่างแน่นอน SEO หรือ Search Engine Optimization เป็นวิธีการที่ทำให้เว็บเพจขึ้นอันดับต้น ๆ จากการ search หาของผู้คนทั่วโลก บน search engine ต่าง ๆ เช่น กูเกิ้ล ยาฮู และบิง เป็นต้น การทำให้เว็บไซต์ของคุณขึ้นอันดับต้น ๆ ก็ต้องมีการช่วงชิงทำเลออนไลน์ ไม่ต่างจากการจับจองพื้นที่ขายที่ดีที่สุดในชีวิตจริงของแม่ค้านั่นเอง

2. คีย์เวิร์ด

Keywords เป็นคำที่กลุ่มเป้าหมายใช้ค้นหาสินค้าและบริการ ซึ่งคุณควรศึกษาวิจัยมาก่อน ว่าลูกค้าของคุณมองหาอะไรบ้าง ทั้งนี้มีโปรแกรมช่วยหลายชนิดในการตอบโจทย์นี้ เพราะการเลือกคีย์ฯ ที่เหมาะสมจะทำให้เกิดการเชื่อมโยงกับเนื้อหาภายในเว็บไซต์ได้ 100 เปอร์เซ็นต์ เปรียบได้กับแม่ค้าขายหมูปิ้ง ก็ต้องติดป้ายหรือร้องเรียกลูกค้า ด้วยคำพูด หรือ คีย์เวิร์ดว่า หมูปิ้ง อร่อย ไม่แพง สะอาด เป็นต้น

3. SERPs

เป็นผลลัพธ์จากการค้นหาด้วยคีย์เวิร์ดนั้น ๆ SERPs มาจาก Search Engine Result Pages จึงเป็นสิ่งที่คุณใช้เช็คได้ง่าย ๆ ว่า คีย์ในคอนเท้นต์ของคุณ work หรือไม่ ด้วยการพิมพ์ใน search engine ต่าง ๆ เช่น หมูปิ้ง แล้วดูผล SERPs ว่ามี เพจขายหมูปิ้ง ของร้านคุณขึ้นมาหรือไม่ หากมีก็แสดงว่าเนื้อหาในเว็บไซต์ของคุณย่อมปรากฎแก่สายตาลูกค้ามหาชนเช่นเดียวกัน พูดง่าย ๆ ว่าลูกค้าย่อมเห็นหน้าร้านคุณเช่นเดียวกับที่คุณเห็น และมีโอกาสสูงที่คุณจะได้ ขายของ นั่นเอง

4. URL

ยูอาร์แอล ย่อมาจาก Uniform Resource Locator เป็นเหมือนคำวลีสั้น ๆ ที่คุณสามารถเลือกคำใส่ลงไปได้ เพื่อให้แสดงในการค้นหาเว็บฯ ซึ่งนิยมให้มีคำในคีย์เวิร์ดอยู่ในนั้น และควรเลี่ยงการใช้ตัวอักษรไทยและใช้เครื่องหมายขีดกลางแทนการเว้นวรรค จะช่วยให้ลดปัญหา ERROR ในการสืบค้นได้

เป็นอย่างไรบ้าง กับ 4 คำเริ่มต้นของผู้เริ่มทำความเข้าใจกับ SEO ซึ่งยังมีความรู้อีกมากที่รอให้คุณเรียนรู้ เพื่อการทำให้ธุรกิจของคุณรุดหน้าและแข่งขันกับ เจ้าอื่น ได้ ในช่วงเวลาที่โลกหมุนเร็ว ทวีคูณแบบคูณสาม คูณสี่ อย่างในปัจจุบัน

ก่อนการเริ่มทำ SEO สำหรับนักธุรกิจออนไลน์

5 เคล็ดลับทำ SEO เพิ่มยอดผู้ชมเว็บไซต์ง่ายและรวดเร็ว

เพิ่มยอดขาย โดยใช้ SEO เป็นตัวช่วย

ทุกวันนี้การตลาดดิจิทัลกำลังพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ใครไม่ตามกระแสมีโอกาสหลุดจากเครื่องมือค้นหาอย่างกูเกิล เวลาผู้ใช้ใส่คีย์เวิร์ดหาสิ่งที่ต้องการ เว็บอื่นที่แสดงผลอยู่หน้าแรกของการค้นหาแซงหน้าแย่งยอดขายไปหมดกว่าจะตกมาถึงเว็บของเรา แนะนำเคล็ดลับการทำ SEO ที่ง่ายและรวดเร็ว แม้แต่มือใหม่สามารถเริ่มต้นใช้งานได้ทันทีเพื่อปรับปรุงจำนวนผู้เข้าชมในเว็บไซต์ให้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เพิ่มโอกาสปิดการขายได้มากขึ้น ดังต่อไปนี้

1.การทำ SEO ด้วยการใส่คีย์เวิร์ดในบทความนั้นสำคัญมากกว่าที่คุณนึกถึง มีน้ำหนักในเรื่องความน่าเชื่อถืออีกด้วย การอัปเดตบทความต่อเนื่องมีผลโดยตรงต่อการจัดอันดับการค้นหาของ Google แต่การจัดอันดับไม่ได้มองว่าจะต้องใหม่ถอดด้ามเสมอไป คุณสามารถอัปเดตเนื้อหาที่ปรับแต่งเพิ่มเล็กน้อย เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในการจัดอันดับก็ได้ จุดเริ่มต้นที่ดีคือการใช้ Google Analytics เพื่อระบุเนื้อหาอันดับดีที่สุด 10 อันดับ ดูว่าคุณสามารถเปลี่ยนแปลงเนื้อหาให้ได้รับความนิยมแบบนั้นได้อย่างไร แต่ต้องระวังอย่าปรับเปลี่ยนมากเกินไปจนสูญเสียเอกลักษณ์ของตัวเอง เพราะบทความที่ดีต้องทั้งใหม่และไม่ซ้ำใคร นั่นเป็นข้อดีที่ทำให้บทความได้รับความนิยมจากผู้อ่าน

2.โครงสร้างเว็บที่ต้องมีการออกแบบการเชื่อมโยงภายในเพื่อให้ผู้ชมเข้าไปดูหน้าอื่น ๆ ในเว็บไซต์ ไม่ใช่เข้ามาดูหน้าเดียวแล้วออกไป ควรเพิ่มการเชื่อมโยงซึ่งกันและกันระหว่างเนื้อหาใหม่และเนื้อหาเก่าด้วย ยิ่งดึงดูดผู้ใช้อยู่ในเว็บไซต์ของคุณนานเท่าใด จะเป็นดัชนีสำคัญทำให้ Google จัดอันดับหน้าเว็บของคุณให้สูงขึ้นในผลการค้นหา

3.พาดหัวข่าวและหัวข้อย่อยให้โดดเด่นน่าสนใจ มีความชัดเจนและกระตุ้นให้อยากรู้แล้วคลิกเข้าอ่าน เนื้อหาควรมีความยาวระหว่าง 500-700 คำ Google มองเห็นพาดหัวและหัวข้อย่อยได้ง่ายกว่าเนื้อหาหลักของบทความ โดยตรวจสอบให้แน่ใจว่าคำหลักบนชื่อบทความและหัวข้อย่อยมีทำที่ตรงกับคีย์เวิร์ดหลัก

4.เพิ่มประสิทธิภาพการแสดงผลเว็บไซต์บนมือถือ เรื่องนี้มีความจำเป็นในการทำการตลาด อ่านง่ายและโหลดเร็วทั้งแพลตฟอร์มเดสก์ท็อปและโทรศัพท์มือถือ ในอนาคตคำค้นหาทั้งหมดจะได้รับการจัดอันดับตามฐานข้อมูลมือถือ วิเคราะห์ว่าเว็บไซต์ของคุณทำงานได้ดีแค่ไหนบนมือถือและปรับปรุงให้ดีขึ้น โดยทั่วไปมักประสบปัญหาในการใช้งานที่ช้าเนื่องจากมักเกิดจากการใช้ Javascript และ HTML

5.การจัดอันดับเริ่มเข้มงวด หลังจาก Google เริ่มใช้โครงสร้างอัลกอริทึ่ม Panda และ Penguin โดย Panda จะคัดกรองเนื้อหาที่มีเนื้อหาคุณภาพต่ำ เนื่องจากคัดลอกข้อมูลมาจากเว็บอื่น ทำให้มีบทความเต็มไปหมด แต่ไม่ได้เขียนเองเลย จะถูกตัดออกไปจากหน้าการค้นหาของกูเกิล ส่วน Penguin จะตรวจจับเว็บไซต์ที่สปินบทความ ใส่คีย์เวิร์ดมากจนอ่านไม่รู้เรื่อง หรือฝากลิงก์ เข้าข่ายว่าเป็นสแปมและถูกตัดจากการค้นหาเช่นกัน

เมื่อรู้อย่างนี้แล้ว เจ้าของธุรกิจจะต้องทำ SEO อย่างระมัดระวังยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการเขียนบทความที่มีเอกลักษณ์ ซึ่งส่งผลต่อการจัดอันดับที่ดีและเป็นประโยชน์ต่อผู้ค้นหาอย่างแท้จริง

การทำ SEO ใช้ลิงก์ให้ดีมีคุณภาพ ผลตอบรับดีแน่น

SEO-รู้ก่อนจ้าง

หากคุณเป็นมือใหม่ มีประสบการณ์น้อยในเรื่องของการทำ SEO อ่านหลักการแล้วยิ่งสับสนเพราะเห็นว่ามีแนวคิดและเทคนิคหลายแบบ ยังไม่มั่นใจว่าแบบใดที่นำมาใช้ได้กับธุรกิจของตนเอง ตัวอย่างเช่น การสร้างลิงค์ (Backlink) บางแนวคิดแนะนำว่าควรหลีกเลี่ยง บ้างก็ว่ายังคงใช้ได้ผลดีในการทำ SEO ให้ติดอันดับในการค้นหาของเว็บกูเกิ้ล อย่างนั้นเราควรจะทำอย่างไรดี

ทำความรู้จักกับเสิร์จเอนจิ้น

ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจว่าเสิร์จเอนจิ้นไม่ได้มีเฉพาะ Google อย่างเดียว ยังมีตัวอื่นที่หาข้อมูลแทนได้ เช่น Yahoo, Bing ถ้าค้นอะไรเกี่ยวกับจีนให้ใช้ Baidu ไปเลย จะได้ผลลัพธ์ดีกว่าด้วย อย่างไรก็ตาม คนส่วนใหญ่ยังคงพึ่งพากูเกิ้ล ซึ่งแน่นอนว่า การใช้ Backlinks หรือความเกี่ยวข้องของลิงก์กับเนื้อหาในเว็บยังคงมีผลต่อการจัดอันดับด้วย

หากต้องการใช้ลิงก์ให้เกิดการเชื่อมโยงโดยไม่ถูกหาว่าเป็นสแปม จำเป็นต้องรู้ว่าลิงก์แบบไหนไม่ให้ผลดี ซึ่งเราจำเป็นต้องหลีกเลี่ยง เช่น เพิ่มลิงก์จำนวนมากโดยไม่พิจารณาว่าเว็บนั้นมีคุณภาพดีหรือไม่ ทำให้เกิดผลลบต่อการอันดับได้ การใช้โปรแกรมอัตโนมัติสร้างลิงก์หรือการแลกลิงก์ที่ไม่ถูกวิธีจะทำให้กูเกิ้ลตัดสินว่าเป็นสแปมและส่งผลเสียต่อการจัดอันดับเหมือนกัน ทั้งลิงก์จากเว็บคุณภาพต่ำ ลิงก์ที่มากผิดปกติ ลิงก์จากข้อความโฆษณา ซึ่งไม่เกี่ยวกับเนื้อหาในเว็บของเราเลย ถือว่าเป็นการทำ SEO ที่ไม่มีประสิทธิภาพ ซึ่งกูเกิ้ลจะตรวจสอบในเรื่องนี้ด้วย เพื่อให้รู้ว่าเว็บไซต์ของเราเกี่ยวข้องกับอะไร ถ้าลิงก์เข้ามาจำนวนมาก อาจถูกจับได้ว่าเป็นลิงก์แบบสแปม ซึ่งจะถูกทางกูเกิ้ลลงโทษ

การสร้างลิงก์ต้องเลือกทั้งความสอดคล้องกันและมีความหลากหลายเพื่อความแนบเนียนเป็นธรรมชาติที่สุด หากเราเชื่อมโยงกับเว็บดีมีคุณภาพจะมีส่วนทำให้อันดับเว็บไซต์ของเราขึ้นไปติดอันดับต้นๆ ได้อย่างง่ายดาย หากระดมสร้างลิงก์โยงเข้ามาหาเว็บไซต์ของเราทั้งที่ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องอะไรกันเลย แน่นอนว่าคนที่ตามลิงก์เข้ามาในเว็บก็จะไม่ใช่ลูกค้าเป้าหมายโดยตรง ไม่เกิดประโยชน์ต่อยอดขายสินค้าและบริการ เท่ากับว่าทำไปเสียเปล่า ถ้าไม่อยาก โดน Google ทำโทษต้องหลีกเลี่ยงวิธีการผิดๆ เหล่านี้

ลิงก์ SEO

อย่างนั้นเราควรทำลิงก์แบบไหน? ก่อนอื่นต้องเลือกลิงก์มาจากเว็บที่มีคุณภาพ เว็บดังยิ่งดี ควรทำลิงก์กับเนื้อหาให้มีความหลากหลายเพื่อเลี่ยงการถูกจับว่าเป็นสแปม ลิงก์จากหลายที่มาจะส่งผลตอบรับแตกต่างกันไป ลิงก์เป็นทางเข้าก็เหมือนประตูเปิดรับผู้เข้าชมซึ่งจะกลายมาเป็นลูกค้า เราควรคัดเฟ้นลูกค้าคุณภาพดีตั้งแต่ตอนต้น พยายามใช้ประโยชน์จากการลิงก์กับโซเชียลมีเดีย ไม่ว่าจะเป็น Facebook , Twitter , Youtube เพราะพื้นที่โซเชียลมีบทความจำนวนมาก สามารถเลือกบทความดีๆ นำมาเชื่อมโยงกับเว็บของเราได้เลย การทำ SEO ไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่จะช่วยให้ปิดยอดขายได้สำเร็จ แต่จะต้องมีตัวช่วยหลายด้าน เช่น เนื้อหาคอนเทนต์ที่มีประโยชน์ อ่านสนุก น่าสนใจ คำนึงเรื่องการออกแบบเนื้อหาอยู่ในกรอบของหน้าจอมือถือขนาดเล็กด้วย ทำให้อ่านง่ายและโหลดเร็ว ลูกค้าเข้ามาพอใจจะกลับมาซ้ำอีกแน่นอน

“Content is King” คำนี้ยังคงใช้ได้เสมอมา

ใช้ได้อยู่เสมอ

ประโยคสุดฮิตของการทำเว็บไซต์ที่นักทำมืออาชีพต่างยกย่องประโยคเด็ดว่าโดนใจมากที่สุดนั่นคือ “Content is King” เนื้อหาจะตอบทุกสิ่งทุกอย่าง เนื้อหาจะเป็นทุกสิ่งทุกอย่างของเว็บไซต์เรา มันคงใช้ได้จริงอยู่เสมอ แม้ว่านับวันนิสัยคนมักจะอ่านน้อยลงขึ้นเรื่อยเรื่อย อย่างโดยเฉลี่ยคนไทยเรามักจะนิยมอ่านตัวหนังสือไม่เกิน 8 บรรทัดเท่านั้น แต่ในหลักของการทำเว็บไซต์ ข้อมูลยิ่งยาวเท่าไหร่ มันก็คงจะดีกว่าบ่อยครั้งไป เพราะการที่คนเสิร์จค้นหามา เขาต้องการศึกษาข้อมูลอยู่แล้ว

ถ้าเข้ามาแล้วเจอหน้าเว็บโล่งๆ มีแต่รูปภาพ ไม่มีอะไรให้อ่านเลย บางครั้งอาจจะไม่สามารถตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ได้อย่างแท้จริง ทำให้เว็บไซต์เราขาดเรื่องของคุณภาพไปในที่สุด รวมไปถึงอัลกอริทึ่มของผู้ให้บริการเสิร์ชเอนจิ้นก็อาจจะจับทางไม่ถูกได้ ว่าเว็บไซต์ของเรานั้นเกี่ยวข้องกับอะไรกันแน่ ปัจจุบันนั้น อัลกอริทึ่มสามารถอ่านรูปภาพและทำความเข้าใจได้เพียงระดับหนึ่ง ยังห่างไกลกับการอ่านตัวเนื้อหาโดยตรง ว่ามีความหมายสื่อไปในทิศทางใด เราจึงจะต้องรู้จักใช้ประโยค Content is King มาประยุกต์ในการทำ Website ให้ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ให้ได้มากที่สุด

ไม่ใช่แค่เขียนเยอะ แต่ต้องเขียนให้ตอบสนองผู้ใช้

เขียนตอบสนอง

ในบางเรื่องราว บางเนื้อหา อาจไม่จำเป็นจะต้องมีความยาวของบทความเป็นจำนวนมาก เพราะสิ่งที่ผู้ใช้ทำการค้นหาข้อมูลเข้ามา อาจจะต้องการประโยคสั้นเพียงคำตอบเดียวว่า ใช่หรือไม่ ได้ผลหรือไม่ได้ผล มันขึ้นอยู่กับสิ่งที่ผู้ใช้จะทำการค้นหาข้อมูลเข้ามาอีกทีนึง ดังนั้นการจะใช้ Content is King ด้วยความเข้าใจอย่างถูกต้อง มันไม่ได้จำกัดที่ความยาวของเนื้อหาอย่างเดียวเป็นหลัก แต่มันจะต้องสามารถตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ที่เข้ามาอย่างเว็บไซต์ของเราได้ด้วย หากเว็บมีเนื้อหายาวเป็นหนังสือนิยาย แต่ไม่สามารถตอบสนองผู้ใช้ได้อย่างแท้จริง มันก็คงจะไม่ดีสักเท่าไหร่

ของเหล่านี้จำเป็นจะต้องขึ้นอยู่ที่เรื่องความสำคัญของเรื่องนั้นนั้น ว่าเราควรจะออกแบบการเขียนว่าอย่างไร โลกนี้เต็มไปด้วยเนื้อหา การที่จะมานั่งอธิบายว่าสินค้าชนิดนี้ควรเขียนสั้นหรือเขียนเนื้อหายาวคงจะลำบาก วิธีที่ง่ายที่สุดคือแทนตัวเองเป็นผู้บริโภค แล้วดูว่าถ้าเป็นเราค้นหาข้อมูลเข้ามาอ่านในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง การเขียนแบบไหนที่จะตอบโจทย์เรามากที่สุด จงใช้วิธีนี้มาเป็นตัวช่วยในการสร้างคอนเท้นต์ที่ดีให้กับเว็บของเรา

เวลาสำคัญมาก ในการลุยตลาดกระแส

seo เวลา

สิ่งที่โหดร้ายมากกว่าการทำ SEO ให้กับเว็บไซต์ให้มั่นคงยั่งยืนในระยะยาวนั้น มันคือการทำอันดับในกลุ่มคีย์เวิร์ดกระแส เกี่ยวกับเรื่องที่มาแรงเป็นช่วงๆ ตลาดกลุ่มนี้มันดูเหมือนจะทำง่ายเพราะเรื่องที่เป็นกระแสจะไม่มีคู่แข่งเยอะสักเท่าไหร่ มันจะมีเพียงช่วงเดียวแล้วหมดไป แต่ในทางกลับกัน คนที่ทำเอสซีโอกระแส ก็จะต้องแข่งกับเวลาเช่นเดียวกัน หากเป็นข่าวเกี่ยวกับการเมือง มีการพาดหัวข่าวถึงบุคคลใดบุคคลหนึ่งที่มีอิทธิพลแล้วมีปริมาณค้นหาเกี่ยวกับประวัติข้อมูลของคนเหล่านั้นเยอะเยอะ โดยเราสามารถอ้างอิงจากสถิติใน Google Trend ได้ว่ามีกระแสการค้นหาเพิ่มขึ้นมากแค่ไหน หาว่ากราฟที่ขึ้นอย่างสุดโต่งแปลว่ากระแสกำลังมาแรงได้ที่

เห็นคำค้นหามาแรง เหมือนเห็นทองกองตรงหน้า

seo

เราสามารถทำเงินโดยการทำเว็บไซต์ที่เกี่ยวกับข่าวของบุคคลเหล่านั้นให้ติดอันดับให้ไว ถ้าเราทำได้ เราก็จะได้กำไรเม็ดเงินมหาศาลมาในชั่วพริบตา เพราะปริมาณทราฟฟิคมันจะไหลเข้ามาง่าย อารมณ์ประมาณเหมือนมีคลิปหลุดดาราชื่อดังออกข่าว ก็จะมีคนนิยมค้นหาคลิปหลุดดาราคนนั้นเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ต้องดูเรื่องของความสมเหตุสมผลและข้อมูลทางกฏหมายว่าเราไปละเมิดลิขสิทธิ์ เราไปละเมิดสิทธิของบุคคลใดบุคคลหนึ่งหรือเปล่า

หากว่าเป็นการสุ่มเสี่ยงผิดกฎหมาย แนะนำให้เลี่ยง แต่หากเป็นกระแสคิดว่าที่กำลังมาแรงและมีโอกาสทำเงินได้เราต้องมองว่ากำลังที่เรามี ทรัพยากรที่เรา มีสามารถใช้ในการทำอันดับกลุ่มตลาดกระแสได้หรือไม่ ถ้าคิดว่ามีโอกาสทำได้แนะนำให้รีบทำ เงินอาจได้มาไวกว่าที่คิด ไม่ต้องเหนื่อยออกแรงเยอะเหมือนกับการทำตลาดคีย์เวิร์ดระยะยาวด้วย ข้อดีข้อเสียมันต่างกัน ตลาดกระแสระยะสั้น ทำเงินไวและจบไว ถ้าทำไม่ทันก็เสียเวลาเปล่า แต่คีย์เวิร์ดตลาดระยะยาว อาจเห็นผลช้า แต่หากให้เวลากับมัน ส่วนมากมักจะเห็นผลอยู่เสมอถ้าเราไม่ทิ้งแผนงานเราไปเสียก่อน

สร้างจุดเด่นเหนือคู่แข่ง เพิ่มยอดขายได้อย่างไร

สร้างความเหนือชั้นธุรกิจด้วยเอสอีโอ

ทุกวันนี้ใครก็อยากจะลงทุนทำธุรกิจของตนเองทั้งนั้น เพราะเป็นลูกจ้างแล้วถูกเอารัดเอาเปรียบสารพัด ทั้งทำงานหามรุ่งหามค่ำแต่เงินเดือนเท่าเดิม หรือทำงานมากขึ้นแทนคนที่ถูกลอยแพ แลกกับค่าแรงที่เพิ่มให้ไม่คุ้มเหนื่อย รู้สึกว่าถูกเอาเปรียบมาก คิดว่าการค้าขายเป็นนายตัวเองจะเป็นเรื่องง่าย แต่ความเป็นจริงการหาเงินไม่ได้สบายอย่างนั้น เพราะคู่แข่งนับร้อยพันทั้งที่เป็นเจ้าตลาดอยู่ก่อนและคู่แข่งหน้าใหม่ที่ทยอยเปิดตัวตามมา ต่างคาดหวังจะทำกำไรจากธุรกิจ เมื่อมีคนได้ ก็ต้องมีคนเสีย จึงต้องทำทุกทางช่วงชิงอันดับให้อยู่ในตำแหน่งได้เปรียบที่สุด การทำ SEO ให้ติดอันดับกูเกิลหน้าแรกนับเป็นหนึ่งทางเลือกด้านการตลาดที่ส่งเสริมการค้าออนไลน์ให้ขยายตัวรวดเร็วอย่างนักการค้ามืออาชีพ ผู้ประกอบการมือใหม่อาจยังไม่เข้าใจว่าการทำ SEO จะสร้างจุดเด่นเหนือคู่แข่งได้อย่างไร ลองอ่านคำอธิบายคร่าวๆ ดังต่อไปนี้

  • สำหรับผู้ประกอบการรายใหม่ สิ่งที่ต้องรู้คือการทำ SEO สำคัญกับการทำธุรกิจอย่างไร ประโยชน์ของโซเชียลมีเดียในเรื่องขยายฐานลูกค้าเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม เพราะใช่แต่ร้านค้าออนไลน์เท่านั้น การทำธุรกิจทั่วไปก็ยังต้องอาศัยการตลาดออนไลน์ช่วยขยายฐานลูกค้าให้กว้างขึ้น
  • ไม่จำเป็นจะต้องเสียเงินค่าโฆษณามากเลย ผู้ประกอบการหน้าใหม่ส่วนใหญ่กังวลกับค่าโฆษณาผ่านสื่อต่างๆ ซึ่งจ่ายสิ้นเปลืองมาก อาจได้ไม่คุ้มเสีย โดยเฉพาะธุรกิจ SME ที่ต้องการประหยัดค่าใช้จ่าย หากสามารถทำตลาดผ่านอินเทอร์เน็ตได้จะลดต้นทุนที่ต้องจ่ายในการขายสินค้าให้น้อยลงไปอีก
  • เว็บไซต์เผยแพร่ข้อมูลสินค้าและบริการเข้าถึงลูกค้ารวดเร็ว สามารถเข้าดูเมื่อไรก็ได้ หากใช้วิธีการทำ SEO ยิ่งเกิดผลดีช่วยให้เว็บเข้าอยู่อันดับแรกๆ ในการค้นหาผ่านเสิร์ชเอนจิน หากเว็บไซต์ของคุณอยู่ในสายตาของลูกค้าเป้าหมายง่ายขึ้น คุณคงไม่อยู่ในกลุ่มล้มเหลวทางธุรกิจแน่นอน เพราะมีโอกาสขายได้มากกว่าคู่แข่ง น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับนักธุรกิจมือใหม่

การลงทุนธุรกิจก้าวแรกจะมีแต่ต้นทุนเป็นส่วนใหญ่ กว่าจะขายได้และหักต้นทุนออกไปจนได้กำไร อยากให้ธุรกิจถอนทุนคืนได้เร็วก็ต้องเร่งส่งเสริมยอดขายโดยการขยายฐานะลูกค้า แน่นอนว่าการทำ SEO ให้เว็บไซต์เป็นที่รู้จักมากขึ้น สร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่ง ส่งผลดีทำให้ธุรกิจของคุณโดดเด่นเจาะเข้าถึงลูกค้าได้มากกว่าแบรนด์คู่แข่ง จำเป็นต้องสร้างเนื้อหาที่เข้าใจง่ายและตรงกับความต้องการลูกค้า จัดเว็บไซต์ให้เป็นระเบียบ อ่านง่าย การนำเสนอข้อมูลที่น่าเชื่อถือ กำหนดคีย์เวิร์ดในการค้นหาแทรกเข้าในบทความอย่างแนบเนียนน่าอ่าน ประโยชน์ข้อสำคัญคือช่วยให้ทำตลาดตรงกลุ่มเป้าหมายด้วย ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในกรณีธุรกิจมีคู่แข่งจำนวนมาก

การวางตำแหน่งเว็บไซต์ให้อยู่เหนือคู่แข่งในโซเชียล มีเดียเป็นวิธีดีที่สุดในการเข้าถึงลูกค้าอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าคู่แข่งจะเป็นใคร คร่ำหวอดในวงการมานานขนาดไหน หากเตรียมความพร้อมในการใช้กลยุทธ์ การทำ SEO ให้ถูกวิธีและมีประสิทธิภาพจะสร้างโอกาสเหนือกว่าและและแซงหน้าคู่แข่ง สามารถกระตุ้นให้ตัดสินใจซื้อง่ายขึ้น ถือเป็นกลยุทธ์เพิ่มยอดขายออนไลน์ที่คุณต้องไม่อยากพลาดแน่นอน

ความล้มเหลวของ SEO ที่อาจทำลาย การจัดอันดับการค้นหาของคุณ

ความล้มเหลว ของการทำ SEO

SEO หรือ Search Engine Optimization มีความสำคัญสำหรับเว็บไซต์ของคุณเป็นอย่างมาก หากคุณหวังจะให้ธุรกิจของคุณเจริญเติบโตได้มากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ เพราะนี่เป็นยุคที่แทบทุกคน(ซึ่งหมายถึงลูกค้า) ต่างก็พึ่งพาการใช้ Search Engine เพื่อ ค้นหาสิ่งที่พวกเข้าต้องการ และ Google ก็คือเครื่องมือที่ถูกใช้มากที่สุด เอาล่ะ ถึงแม้ว่าคุณจะรู้ว่ามันสำคัญและต้องการจะทำให้มันดีที่สุด แต่การขาดความรู้เรื่อง SEO ที่ถูกต้องนั้น จะไม่ใช่แค่เพียงทำให้เว็บไซต์ยังคงไม่มีอันดับที่ดี ในบางกรณีเว็บไซต์อาจจะหายไปจากสารบบเลยก็ได้ โดยเฉพาะกับข้อผิดพลาดต่อไปนี้

ข้อผิดพลาดร้ายแรง ส่งผลให้อันดับเว็บหาย

เนื้อหาที่ซ้ำกัน (Duplicate Content) : คุณรู้หรือไม่ว่าเพื่อให้ได้ตำแหน่งสูงสุดในเครื่องมือค้นหาที่คุณต้องการเพื่อให้ Google มีความสุขและพอใจ? ถ้าคุณรู้เรื่องนี้ก็คงจะตระหนักดีว่า Google มีความชอบอย่างลึกซึ้งกับเนื้อหาที่เป็นเอกลักษณ์ ไม่ซ้ำใคร และถ้าคุณทำหน้า(บทความ)ที่เนื้อหาที่ซ้ำกันกับที่มีอยู่ในเว็บไซต์อื่นๆ มันเท่ากับการทำลายตัวเองและจะส่งผลต่อการจัดอันดับการค้นหาของคุณอย่างมาก ดังนั้น มุ่งเน้นการเติบโตของเว็บไซต์ด้วยเนื้อหาหรือ Content ที่เป็นของตัวเองเอาไว้เสมอจะดีที่สุด

ไม่มี Title Tag และ Description : หัวเรื่อง(ชื่อเรื่อง) และคำอธิบาย ก่อนอื่นต้องรู้ว่า Google เป็นหุ่นยนต์ (Bot) ซึ่งคุณต้องทำให้เขาเข้าใจว่าเว็บไซต์หรือเนื้อหาที่คุณต้องการนำเสนอนั้นคืออะไร Title Tag และ Description คือสิ่งจำเป็นที่ควรต้องทำหากอยากที่จะให้มีอันดับในผลการค้นหาที่ดีที่สุด

ลิงก์เสีย (Broken URLs) : ลิงก์ หรือ URL ที่เสีย อาจเป็นปัญหาสำหรับผู้เข้าชมเว็บไซต์ทำให้ไม่สามารถเข้าถึงทรัพยากรหรือข้อมูลที่ต้องการได้ ผู้ใช้อาจตัดสินใจใช้เว็บไซต์อื่นเพื่อค้นหาข้อมูลที่จำเป็นอื่นๆ เพราะเว็บไซต์ที่ไม่ได้รับการอัปเดตหรือตรวจสอบเป็นเวลานานอาจได้รับผลกระทบจากการมีลิงก์เสีย หากคุณต้องการดึงดูด Google มายังเว็บไซต์ของคุณเพื่อยกระดับการจัดอันดับของคุณคุณควรให้ความใส่ใจในเรื่องนี้ให้มากเช่นเดียวกัน

ความเร็วในการโหลด (Loading Speed) : หากเว็บไซต์ของคุณใช้เวลานานในการโหลดหน้าเว็บนานมากเกินไปจะทำให้ลูกค้าห่างจากบริษัทออกไป ดังนั้น จึงจำเป็นสำหรับคุณในการเพิ่มความเร็วให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เป็นตัวแปรสำคัญที่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษ มิเช่นนั้นจะทำให้ภาพลักษณ์ของคุณตกต่ำในตลาดเพราะไม่มีลูกค้าคนไหนชอบที่จะรอนานๆกว่าที่จะสามารถเข้าสู่เว็บไซต์ได้ การเลือกโฮสติ้ง การเลือกดีไซน์ของเว็บ และการปรับแต่งอื่นๆ ควรทำให้ดีที่สุด หากทำเองไม่ได้ก็ควรจ้างผู้เชี่ยวชาญทำการปรับแต่งให้โดยเร็ว

หลักในการทำ SEO Off Page อีกหนึ่งหลักสำคัญผ่านการทำ SEO

หลักในการทำ SEO Off Page อีกหนึ่งหลักสำคัญผ่านการทำ SEO

หลักในการทำ SEO ให้ดีอย่างมีคุณภาพ จำเป็นจะต้องเลือกใช้หลักในการทำ SEO แบบสากล หรือยึดหลักตามทฤษฎีเบื้องต้นที่มีมา ซึ่งประกอบไปด้วยกระบวนการในการทำ SEO ถึง 2 ช่องทางด้วยกัน ได้แก่ การทำ SEO On page และ การทำ SEO Off page นั่นเอง ซึ่งในส่วนของการทำ SEO On page นั้น เปรียบเสมือนว่าคุณได้ทำการปรับแต่งคุณภาพภายในเว็บไซต์ให้ดูดียิ่งขึ้น แต่การทำ SEO Off page นั้น เป็นการเลือกใช้ปัจจัยภายนนอกเพื่อที่จะช่วยเหลือในการโปรโมทเว็บไซต์ให้กับคุณ เพราะฉะนั้น การทำ SEO Off page จึงกลายเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ดูไม่ใช่เรื่องง่าย และผู้ทำจะต้องใส่ใจในเรื่องของคุณภาพเป็นหลักให้ได้อย่างแท้จริงด้วย ด้วยหลักในการทำ SEO Off page มีดังนี้

หลักในการทำ SEO Off Page อีกหนึ่งหลักสำคัญผ่านการทำ SEO

จริง ๆ แล้วการทำ SEO Off Page เปรียบเสมือนว่าเราได้สนับสนุนและผลักดันในมีคนมารู้จักเว็บไซต์ของเราได้อย่างเป็นธรรมชาติมากที่สุด โดยที่เราจะต้องอาศัยปัจจัยภายนอกของเว็บไซต์ เพื่อที่จะเข้ามาช่วยเหลือในการโปรโมท และอีกทางหนึ่งก็คือการสร้าง Traffic ซึ่งจะต้องดีและมีคุณภาพเท่านั้น เมื่อมาถึงจุดนี้คุณจำเป็นจะต้องรู้จักกับคำ ๆ หนึ่งที่เกี่ยวข้องเป็นอย่างมาก นั่นก็คือ Backlink นั่นเอง

และเมื่อพูดถึง Backlink หลายคนก็อาจจะกำลังสงสัยว่าคำ ๆ นี้มันคืออะไร และหมายถึงอะไรกันแน่ ก่อนอื่นต้องขออธิบายก่อนว่า Backlink คือ การที่เราได้ทำลิงค์ขึ้นมาเพื่อที่จะเชื่อมโยงไปยังเว็บไซต์อื่น ๆ ปกติแล้วคนส่วนใหญ่จะทำลิงค์เพื่อเชื่อมไปยังเว็บไซต์อื่น ๆ โดยยึดหลักในการอ้างอิง หรือถือได้ว่าเป็นการแชร์ลิงค์ออกไปเพื่อที่จะแนะนำให้เพื่อน ๆ ได้รู้จักและเข้ามาอ่านบทความเหมือนกับเรา ส่งผลทำให้ทางด้าน google นั้นได้มองเห็นว่า Backlink กลายเป็นเครื่องมือที่ทำให้เกิดการโหวต หากเว็บไซต์ไหนมี Backlink เป็นจำนวนมาก เว็บไซต์นั้น ๆ ย่อมมีคุณภาพและผู้คนพูดถึงมากที่สุด

และด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้คนทำ SEO ส่วน พยายามที่จะทำ Backlink ขึ้นมาเป็นจำนวนมาก เพราะคิดว่าจะส่งผลดีต่ออันดับได้ในที่สุด แต่ในทางกลับกันหากคุณทำออกมาไม่ดี ไม่มีคุณภาพ เราขอบอกเลยว่าคุณอาจจะถูกทาง google ลงโทษอย่างหนักหน่วงเอาได้

หลัก ๆ ของการทำ SEO Off page เปรียบเสมือนเป็นการหา Backlink ที่จะส่งผลดีต่อการทำ Traffic ได้ ซึ่งคุณภาพผ่านการทำ Backlink นับได้ว่ามีความสำคัญอย่างมาก การที่มีคนจำนวนมากเข้ามาสู่เว็บไซต์ของเรา ส่งผลทำให้เว็บไซต์ของเรามี Traffic เยอะ ทาง google ก็จะมองว่าเว็บไซต์ของเรามีคุณภาพพร้อมทั้งให้การยอมรับ สุดท้ายก็มีอันดับดี ๆ ตามมา