สร้างจุดเด่นเหนือคู่แข่ง เพิ่มยอดขายได้อย่างไร

สร้างความเหนือชั้นธุรกิจด้วยเอสอีโอ

ทุกวันนี้ใครก็อยากจะลงทุนทำธุรกิจของตนเองทั้งนั้น เพราะเป็นลูกจ้างแล้วถูกเอารัดเอาเปรียบสารพัด ทั้งทำงานหามรุ่งหามค่ำแต่เงินเดือนเท่าเดิม หรือทำงานมากขึ้นแทนคนที่ถูกลอยแพ แลกกับค่าแรงที่เพิ่มให้ไม่คุ้มเหนื่อย รู้สึกว่าถูกเอาเปรียบมาก คิดว่าการค้าขายเป็นนายตัวเองจะเป็นเรื่องง่าย แต่ความเป็นจริงการหาเงินไม่ได้สบายอย่างนั้น เพราะคู่แข่งนับร้อยพันทั้งที่เป็นเจ้าตลาดอยู่ก่อนและคู่แข่งหน้าใหม่ที่ทยอยเปิดตัวตามมา ต่างคาดหวังจะทำกำไรจากธุรกิจ เมื่อมีคนได้ ก็ต้องมีคนเสีย จึงต้องทำทุกทางช่วงชิงอันดับให้อยู่ในตำแหน่งได้เปรียบที่สุด การทำ SEO ให้ติดอันดับกูเกิลหน้าแรกนับเป็นหนึ่งทางเลือกด้านการตลาดที่ส่งเสริมการค้าออนไลน์ให้ขยายตัวรวดเร็วอย่างนักการค้ามืออาชีพ ผู้ประกอบการมือใหม่อาจยังไม่เข้าใจว่าการทำ SEO จะสร้างจุดเด่นเหนือคู่แข่งได้อย่างไร ลองอ่านคำอธิบายคร่าวๆ ดังต่อไปนี้

  • สำหรับผู้ประกอบการรายใหม่ สิ่งที่ต้องรู้คือการทำ SEO สำคัญกับการทำธุรกิจอย่างไร ประโยชน์ของโซเชียลมีเดียในเรื่องขยายฐานลูกค้าเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม เพราะใช่แต่ร้านค้าออนไลน์เท่านั้น การทำธุรกิจทั่วไปก็ยังต้องอาศัยการตลาดออนไลน์ช่วยขยายฐานลูกค้าให้กว้างขึ้น
  • ไม่จำเป็นจะต้องเสียเงินค่าโฆษณามากเลย ผู้ประกอบการหน้าใหม่ส่วนใหญ่กังวลกับค่าโฆษณาผ่านสื่อต่างๆ ซึ่งจ่ายสิ้นเปลืองมาก อาจได้ไม่คุ้มเสีย โดยเฉพาะธุรกิจ SME ที่ต้องการประหยัดค่าใช้จ่าย หากสามารถทำตลาดผ่านอินเทอร์เน็ตได้จะลดต้นทุนที่ต้องจ่ายในการขายสินค้าให้น้อยลงไปอีก
  • เว็บไซต์เผยแพร่ข้อมูลสินค้าและบริการเข้าถึงลูกค้ารวดเร็ว สามารถเข้าดูเมื่อไรก็ได้ หากใช้วิธีการทำ SEO ยิ่งเกิดผลดีช่วยให้เว็บเข้าอยู่อันดับแรกๆ ในการค้นหาผ่านเสิร์ชเอนจิน หากเว็บไซต์ของคุณอยู่ในสายตาของลูกค้าเป้าหมายง่ายขึ้น คุณคงไม่อยู่ในกลุ่มล้มเหลวทางธุรกิจแน่นอน เพราะมีโอกาสขายได้มากกว่าคู่แข่ง น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับนักธุรกิจมือใหม่

การลงทุนธุรกิจก้าวแรกจะมีแต่ต้นทุนเป็นส่วนใหญ่ กว่าจะขายได้และหักต้นทุนออกไปจนได้กำไร อยากให้ธุรกิจถอนทุนคืนได้เร็วก็ต้องเร่งส่งเสริมยอดขายโดยการขยายฐานะลูกค้า แน่นอนว่าการทำ SEO ให้เว็บไซต์เป็นที่รู้จักมากขึ้น สร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่ง ส่งผลดีทำให้ธุรกิจของคุณโดดเด่นเจาะเข้าถึงลูกค้าได้มากกว่าแบรนด์คู่แข่ง จำเป็นต้องสร้างเนื้อหาที่เข้าใจง่ายและตรงกับความต้องการลูกค้า จัดเว็บไซต์ให้เป็นระเบียบ อ่านง่าย การนำเสนอข้อมูลที่น่าเชื่อถือ กำหนดคีย์เวิร์ดในการค้นหาแทรกเข้าในบทความอย่างแนบเนียนน่าอ่าน ประโยชน์ข้อสำคัญคือช่วยให้ทำตลาดตรงกลุ่มเป้าหมายด้วย ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในกรณีธุรกิจมีคู่แข่งจำนวนมาก

การวางตำแหน่งเว็บไซต์ให้อยู่เหนือคู่แข่งในโซเชียล มีเดียเป็นวิธีดีที่สุดในการเข้าถึงลูกค้าอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าคู่แข่งจะเป็นใคร คร่ำหวอดในวงการมานานขนาดไหน หากเตรียมความพร้อมในการใช้กลยุทธ์ การทำ SEO ให้ถูกวิธีและมีประสิทธิภาพจะสร้างโอกาสเหนือกว่าและและแซงหน้าคู่แข่ง สามารถกระตุ้นให้ตัดสินใจซื้อง่ายขึ้น ถือเป็นกลยุทธ์เพิ่มยอดขายออนไลน์ที่คุณต้องไม่อยากพลาดแน่นอน

ความล้มเหลวของ SEO ที่อาจทำลาย การจัดอันดับการค้นหาของคุณ

ความล้มเหลว ของการทำ SEO

SEO หรือ Search Engine Optimization มีความสำคัญสำหรับเว็บไซต์ของคุณเป็นอย่างมาก หากคุณหวังจะให้ธุรกิจของคุณเจริญเติบโตได้มากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ เพราะนี่เป็นยุคที่แทบทุกคน(ซึ่งหมายถึงลูกค้า) ต่างก็พึ่งพาการใช้ Search Engine เพื่อ ค้นหาสิ่งที่พวกเข้าต้องการ และ Google ก็คือเครื่องมือที่ถูกใช้มากที่สุด เอาล่ะ ถึงแม้ว่าคุณจะรู้ว่ามันสำคัญและต้องการจะทำให้มันดีที่สุด แต่การขาดความรู้เรื่อง SEO ที่ถูกต้องนั้น จะไม่ใช่แค่เพียงทำให้เว็บไซต์ยังคงไม่มีอันดับที่ดี ในบางกรณีเว็บไซต์อาจจะหายไปจากสารบบเลยก็ได้ โดยเฉพาะกับข้อผิดพลาดต่อไปนี้

ข้อผิดพลาดร้ายแรง ส่งผลให้อันดับเว็บหาย

เนื้อหาที่ซ้ำกัน (Duplicate Content) : คุณรู้หรือไม่ว่าเพื่อให้ได้ตำแหน่งสูงสุดในเครื่องมือค้นหาที่คุณต้องการเพื่อให้ Google มีความสุขและพอใจ? ถ้าคุณรู้เรื่องนี้ก็คงจะตระหนักดีว่า Google มีความชอบอย่างลึกซึ้งกับเนื้อหาที่เป็นเอกลักษณ์ ไม่ซ้ำใคร และถ้าคุณทำหน้า(บทความ)ที่เนื้อหาที่ซ้ำกันกับที่มีอยู่ในเว็บไซต์อื่นๆ มันเท่ากับการทำลายตัวเองและจะส่งผลต่อการจัดอันดับการค้นหาของคุณอย่างมาก ดังนั้น มุ่งเน้นการเติบโตของเว็บไซต์ด้วยเนื้อหาหรือ Content ที่เป็นของตัวเองเอาไว้เสมอจะดีที่สุด

ไม่มี Title Tag และ Description : หัวเรื่อง(ชื่อเรื่อง) และคำอธิบาย ก่อนอื่นต้องรู้ว่า Google เป็นหุ่นยนต์ (Bot) ซึ่งคุณต้องทำให้เขาเข้าใจว่าเว็บไซต์หรือเนื้อหาที่คุณต้องการนำเสนอนั้นคืออะไร Title Tag และ Description คือสิ่งจำเป็นที่ควรต้องทำหากอยากที่จะให้มีอันดับในผลการค้นหาที่ดีที่สุด

ลิงก์เสีย (Broken URLs) : ลิงก์ หรือ URL ที่เสีย อาจเป็นปัญหาสำหรับผู้เข้าชมเว็บไซต์ทำให้ไม่สามารถเข้าถึงทรัพยากรหรือข้อมูลที่ต้องการได้ ผู้ใช้อาจตัดสินใจใช้เว็บไซต์อื่นเพื่อค้นหาข้อมูลที่จำเป็นอื่นๆ เพราะเว็บไซต์ที่ไม่ได้รับการอัปเดตหรือตรวจสอบเป็นเวลานานอาจได้รับผลกระทบจากการมีลิงก์เสีย หากคุณต้องการดึงดูด Google มายังเว็บไซต์ของคุณเพื่อยกระดับการจัดอันดับของคุณคุณควรให้ความใส่ใจในเรื่องนี้ให้มากเช่นเดียวกัน

ความเร็วในการโหลด (Loading Speed) : หากเว็บไซต์ของคุณใช้เวลานานในการโหลดหน้าเว็บนานมากเกินไปจะทำให้ลูกค้าห่างจากบริษัทออกไป ดังนั้น จึงจำเป็นสำหรับคุณในการเพิ่มความเร็วให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เป็นตัวแปรสำคัญที่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษ มิเช่นนั้นจะทำให้ภาพลักษณ์ของคุณตกต่ำในตลาดเพราะไม่มีลูกค้าคนไหนชอบที่จะรอนานๆกว่าที่จะสามารถเข้าสู่เว็บไซต์ได้ การเลือกโฮสติ้ง การเลือกดีไซน์ของเว็บ และการปรับแต่งอื่นๆ ควรทำให้ดีที่สุด หากทำเองไม่ได้ก็ควรจ้างผู้เชี่ยวชาญทำการปรับแต่งให้โดยเร็ว

หลักในการทำ SEO Off Page อีกหนึ่งหลักสำคัญผ่านการทำ SEO

หลักในการทำ SEO Off Page อีกหนึ่งหลักสำคัญผ่านการทำ SEO

หลักในการทำ SEO ให้ดีอย่างมีคุณภาพ จำเป็นจะต้องเลือกใช้หลักในการทำ SEO แบบสากล หรือยึดหลักตามทฤษฎีเบื้องต้นที่มีมา ซึ่งประกอบไปด้วยกระบวนการในการทำ SEO ถึง 2 ช่องทางด้วยกัน ได้แก่ การทำ SEO On page และ การทำ SEO Off page นั่นเอง ซึ่งในส่วนของการทำ SEO On page นั้น เปรียบเสมือนว่าคุณได้ทำการปรับแต่งคุณภาพภายในเว็บไซต์ให้ดูดียิ่งขึ้น แต่การทำ SEO Off page นั้น เป็นการเลือกใช้ปัจจัยภายนนอกเพื่อที่จะช่วยเหลือในการโปรโมทเว็บไซต์ให้กับคุณ เพราะฉะนั้น การทำ SEO Off page จึงกลายเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ดูไม่ใช่เรื่องง่าย และผู้ทำจะต้องใส่ใจในเรื่องของคุณภาพเป็นหลักให้ได้อย่างแท้จริงด้วย ด้วยหลักในการทำ SEO Off page มีดังนี้

หลักในการทำ SEO Off Page อีกหนึ่งหลักสำคัญผ่านการทำ SEO

จริง ๆ แล้วการทำ SEO Off Page เปรียบเสมือนว่าเราได้สนับสนุนและผลักดันในมีคนมารู้จักเว็บไซต์ของเราได้อย่างเป็นธรรมชาติมากที่สุด โดยที่เราจะต้องอาศัยปัจจัยภายนอกของเว็บไซต์ เพื่อที่จะเข้ามาช่วยเหลือในการโปรโมท และอีกทางหนึ่งก็คือการสร้าง Traffic ซึ่งจะต้องดีและมีคุณภาพเท่านั้น เมื่อมาถึงจุดนี้คุณจำเป็นจะต้องรู้จักกับคำ ๆ หนึ่งที่เกี่ยวข้องเป็นอย่างมาก นั่นก็คือ Backlink นั่นเอง

และเมื่อพูดถึง Backlink หลายคนก็อาจจะกำลังสงสัยว่าคำ ๆ นี้มันคืออะไร และหมายถึงอะไรกันแน่ ก่อนอื่นต้องขออธิบายก่อนว่า Backlink คือ การที่เราได้ทำลิงค์ขึ้นมาเพื่อที่จะเชื่อมโยงไปยังเว็บไซต์อื่น ๆ ปกติแล้วคนส่วนใหญ่จะทำลิงค์เพื่อเชื่อมไปยังเว็บไซต์อื่น ๆ โดยยึดหลักในการอ้างอิง หรือถือได้ว่าเป็นการแชร์ลิงค์ออกไปเพื่อที่จะแนะนำให้เพื่อน ๆ ได้รู้จักและเข้ามาอ่านบทความเหมือนกับเรา ส่งผลทำให้ทางด้าน google นั้นได้มองเห็นว่า Backlink กลายเป็นเครื่องมือที่ทำให้เกิดการโหวต หากเว็บไซต์ไหนมี Backlink เป็นจำนวนมาก เว็บไซต์นั้น ๆ ย่อมมีคุณภาพและผู้คนพูดถึงมากที่สุด

และด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้คนทำ SEO ส่วน พยายามที่จะทำ Backlink ขึ้นมาเป็นจำนวนมาก เพราะคิดว่าจะส่งผลดีต่ออันดับได้ในที่สุด แต่ในทางกลับกันหากคุณทำออกมาไม่ดี ไม่มีคุณภาพ เราขอบอกเลยว่าคุณอาจจะถูกทาง google ลงโทษอย่างหนักหน่วงเอาได้

หลัก ๆ ของการทำ SEO Off page เปรียบเสมือนเป็นการหา Backlink ที่จะส่งผลดีต่อการทำ Traffic ได้ ซึ่งคุณภาพผ่านการทำ Backlink นับได้ว่ามีความสำคัญอย่างมาก การที่มีคนจำนวนมากเข้ามาสู่เว็บไซต์ของเรา ส่งผลทำให้เว็บไซต์ของเรามี Traffic เยอะ ทาง google ก็จะมองว่าเว็บไซต์ของเรามีคุณภาพพร้อมทั้งให้การยอมรับ สุดท้ายก็มีอันดับดี ๆ ตามมา

เรื่องของ Keyword กับการทำ SEO

Keyword กับการทำ SEO

ใคร ๆ ก็รู้ว่าการทำ SEO ไม่ใช่เรื่องง่าย และจำเป็นจะต้องอาศัยหลากหลายปัจจัยเข้ามาช่วยเหลือ ซึ่งส่งผลทำให้เจ้าของเว็บไซต์ส่วนใหญ่ พยายามลงทุนที่จะจ้างนักทำ SEO ด้วยเงินหลายแสนบาทก็มี แต่จริง ๆ แล้วการทำ SEO ก็ยังคงเปรียบเสมือนเป็นการแต่งเพลง ไม่ใช่แค่เราจะทำให้เพลงมีความไพเราะได้เพียงอย่างเดียว เราจะต้องแทรกความต้องการที่จะทำให้คนอื่น ๆ ต้องการฟังเพลงของเราลงไปด้วย เช่นเดียวกันกับการค้นหา Keyword ดี ๆ มีความแม่นยำ ซึ่งจะส่งผลทำให้มีความสามารถในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ดียิ่งขึ้น และยังคงทำให้กลุ่มเป้าหมายเหล่านี้ ได้เข้ามาเยี่ยมชมผลงานภายในเว็บไซต์ของเราได้เป็นจำนวนมากอีกด้วย

Keyword คืออะไรกันนะ ?

Keyword เปรียบเสมือนเป็นคำ ๆ หนึ่งที่ผู้ค้นหาส่วนใหญ่ต้องการที่จะรู้คำตอบ หรือนับได้ว่าเป็นคำที่สามารถสะท้อนถึงปัญหาต่าง ๆ ซึ่งจะสื่อถึงความต้องการของคนแต่ละคน โดยคำเหล่านี้จะนำไปสู่การค้นหาคำตอบภายใน google โดยตรงนั่นเอง

การค้นหา keyword มีความสำคัญอย่างไร ?

การค้นหา keyword ดี ๆ มาไว้ครอบครอง หรือนับได้ว่าเป็น keyword ที่มีความแม่นยำ จะส่งผลทำให้เราสามารถเจาะกลุ่มเป้าหมายได้มากยิ่งขึ้น โอกาสที่จะมีค้นเข้ามาเชยชมเว็บไซต์ของเรา หรือแวะเข้ามาเยี่ยมเยียนเว็บไซต์ของเรานั้นก็จะมีมากยิ่งขึ้น เมื่อเป็นเช่นนี้โอกาสที่เราจะประสบความสำเร็จก็มีมากขึ้นตามไปด้วย

Keyword ที่ดี มักจะมีลักษณะอย่างไร ?

Keyword ก็คือ คำที่กลุ่มเป้าหมายอยากจะรู้และทำการค้นหา ซึ่งพวกเขาอยากจะได้ข้อมูลเพิ่มเติมจากคำเหล่านี้ เพื่อที่จะสามารถแก้ไขปัญหาที่พวกเขากำลังพบเจอโดยตรง เพราะฉะนั้น เนื้อหาภายในเว็บไซต์ของเรานั้น หากเป็นเนื้อหาที่เรานำเสนอแบบตามใจ และไม่สนใจว่าจะมีคนอยากรู้เรื่องราวจากเนื้อหาของเราหรือไม่ ย่อมเป็นการเสียเวลาเปล่าและมักจะไม่มีผลในการติดอันดับอย่างแน่นอน

ประเภทของ keyword

การค้นหา keyword เพื่อที่จะมีผลต่อการทำ SEO เราจะต้องแบ่งประเภทของ keyword เพื่อที่จะทำให้เราสามารถวางแผนได้ดียิ่งขึ้นในขั้นตอนต่อไป โดยที่เราสามารถแบ่งคีย์เวิร์ดออกได้ดังนี้ หนึ่ง แบ่งตามปริมาณในการค้นหา สอง แบ่งคีย์เวิร์ดตามลักษณะของคำโดยตรง

จริง ๆ แล้วการทำ SEO หากจะเน้นทำแบบจริงจัง บางเว็บไซต์อาจจะเน้นทำแบบทุกคำเลยก็ว่าได้ แต่สำหรับคำที่ถือได้ว่าเป็น Commercial keyword ซึ่งถือได้ว่าเป็นคำที่สามารถทำเงินได้ และมีคู่แข่งเยอะ ส่งผลทำให้ต้องเลือกซื้อ google adwords เข้าช่วย ก็นับได้ว่าเป็นเรื่องหนึ่งที่มีความจำเป็นอย่างมาก เพราะฉะนั้นความรู้เกี่ยวกับ google adwords จึงเป็นอีกหนึ่งความรู้ที่มีความสำคัญอีกเช่นเดียวกัน

ทำอันดับเว็บ สายสว่างกับสายมืด แบบไหนที่เหมาะสมกับคุณ

White Hat

หลากหลายมุมมองเกี่ยวกับการทำ SEO เพื่อดันเว็บไซต์ของเราให้ติดหน้าแรกของกูเกิล นับได้ว่ามีหลากหลายเทคนิค หลากหลายวิธีการ และด้วยเหตุนี้เองจึงส่งผลทำให้ผู้คนส่วนใหญ่ เลือกที่จะมองข้ามและไม่อยากจะที่เลือกทำ SEO เพราะไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร การค้นหาผู้รู้ทางด้านนี้บางทีอาจจะมีความเสี่ยงเช่นเดียวกัน หากได้ผู้รู้ที่เก่งจริงเข้ามาช่วยย่อมสร้างผลลัพธ์ที่ดีแน่ แต่ถ้าหากได้ผู้รู้ที่ไม่ได้รู้จริง ๆ เข้ามาช่วย อาจจะทำให้ได้ผลบ้างไม่ได้ผลบ้างปะปนกันไป เพราะฉะนั้น การศึกษาความรู้ SEO พื้นฐานจึงมีความสำคัญมาก และวันนี้เราก็มีความรู้ดี ๆ เกี่ยวกับการทำ SEO แบบสายสว่างและสายมืด ซึ่งถือได้ว่าเป็นข้อมูลในเบื้องต้นมาให้เพื่อน ๆ ได้ลองศึกษากันดูค่ะ

SEO สายมืด คือยังไง ?

หากจะให้อธิบายแบบที่ทำให้คุณสามารถเข้าใจได้ง่ายภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว เราต้องขออธิบายว่า การทำ SEO สายมืด ก็เหมือนกับว่าคุณได้ไปคัดลอกหรือทำการก็อปปี้เนื้อหาของคนอื่นเขามา และพยายามใส่แท็กลงไปเยอะ ๆ แต่คุณก็ยังคงซ่อนเอาไว้ พร้อมทั้งใส่คีย์เวิร์ดสุดฮิตในขณะนั้น ซึ่งเป็นคีย์ที่ไม่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์ของคุณเองเอาไว้เยอะ ๆ เช่นกัน หากจะให้เรียกอีกอย่างหนึ่งก็คือ การทำเว็บไซต์สายปั่น นั่นเอง ซึ่งการทำเว็บไซต์ในลักษณะนี้ ยังคงมีข้อเสียที่คุณไม่ควรคิดที่จะทดลองทำ เพราะการทำเว็บไซต์ในลักษณะนี้ นับได้ว่าไม่ใช่การสร้างผลลัพธ์ที่ดีและยั่งยืน แถมยังไม่น่าเชื่อถืออีกด้วย และนี่ก็คืออีกหนึ่งความรู้ SEO พื้นฐาน ที่คุณจำเป็นจะต้องรู้ในวันนี้

SEO สายสว่าง คือยังไง ?

การทำ SEO แบบสายสว่าง ส่วนใหญ่มักจะอาศัย Content is king เป็นหลัก หากคุณมี Content ที่ลูกค้ากำลังตามหาอยู่ และยังคงเป็น Content ที่ตอบโจทย์ได้อย่างแม่น ๆ เพียงเท่านี้คุณก็จะมีชัยชนะไปมากกว่าครึ่งแล้ว ที่เหลือก็คงจะต้องอาศัยเทคนิคและวิธีการอื่น ๆ เข้ามาช่วย โดยเฉพาะการปรับแต่งเว็บไซต์ที่ดีและมีคุณภาพ ย่อมส่งผลดีในระยะยาวอย่างแน่นอน

นอกจากนี้ความรู้ SEO พื้นฐาน ยังคงมีให้คุณต้องทำการศึกษาอีกมากมาย ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นความรู้ดี ๆ ที่คุณไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่ง หากคุณต้องการที่จะเป็นคนหนึ่งที่อยากจะมีเว็บไซต์ดี ๆ มีคุณภาพติดอยู่บนหน้าแรกของกูเกิลแล้วละก็ การหาข้อมูลพร้อมทั้งศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับ SEO ย่อมเป็นเส้นทางที่ส่องแสงสว่างให้กับตัวคุณได้อย่างแน่นอน การมีความรู้มากย่อมทำให้คุณมีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จมาก โดยมีความเสี่ยงที่น้อยลงอีกเช่นกัน

เคยเป็นไหม… เว็บที่อันดับดีขึ้นคือเว็บที่ไม่ได้ทำอะไร

Google Ranking

ฟังดูแล้วงงไหม… หลายคนเคยเจอปัญหาแบบนี้บ้างหรือเปล่า ตัวผู้เขียนนี้เจอปัญหาในรูปแบบข้างต้นมาอยู่บ่อยครั้ง เว็บไหนเป็นเว็บไซต์เป้าหมายของเรา ต้องการทำให้ติดหน้าแรกของ Google เวลาเราทุ่มเททั้งกายและใจรวมถึงเงินทุนที่มีการลงทุนเพื่อปรับแต่งต่างๆให้กับเว็บไซต์ สุดท้ายแล้วมันกลับไม่มีอันดับที่ดีขึ้นพอสมควร แต่อันดับเว็บไซต์ของเราอีกอันหนึ่งที่ยังไม่ได้แต่งอะไรมันเลย แค่สร้างหน้าตาเว็บรอทำในลำดับต่อไปไว้เฉยเฉย กลับมีอันดับที่ดีกว่าอย่างต่อเนื่องมันขึ้นมาได้ยังไง เคยงงกันไหมล่ะ

ปัจจัยที่นัก SEO ใช้กัน ไม่ได้เป็นทั้งหมดของ Search Engine

แน่นอนว่าสิ่งที่เหล่า SEO ทุกยุคทุกสมัยลงมือทำโดยอ้างถึงปัจจัยต่างๆมาเป็นตัวประกอบนั้น มันไม่ใช่เป็นข้อมูลเท็จจริงจากทางผู้ให้บริการเสิร์ชเอนจิ้น เป็นเพียงแค่การทดสอบทดลองและหาค่าคะแนนที่มีความน่าจะเป็นมากที่สุดในการส่งเว็บไซต์ของเราพุ่งสู่อันดับหนึ่งของผลการค้นหาในคิวบาที่เกี่ยวข้องไปถึงแบบนั้นมันก็จึงเป็นเพียงแค่ความคิดของผู้ถามแต่ไม่ใช่ปัจจัยทั้งหมดของ Search Engine ที่ใช้ในการจัดอันดับ

การทำอันดับเว็บ

จึงแนะนำว่าเวลาที่เราทำเว็บไซต์แต่ละเว็บ หากยังไม่เคยเจอปัจจัยเด่นที่สามารถทำให้เราครองอันดับหนึ่งของผลการค้นหาได้ เราควรที่จะทำเว็บไซต์เพิ่มขึ้นมาสำรองแล้วทดสอบในวิธีต่างๆที่แตกต่างกันออกไป ถึงแม้โดยรวมจะมีวิธีเหมือนกันอยู่บ้าง เช่นการปรับแต่งเว็บก่อนการหาลิ้งค์แต่รูปแบบของลิ้งค์ หรือตำแหน่งต่างๆที่ใช้ในการปรับคอนเทนท์นั้นก็สามารถทำให้แตกต่างกันได้ พวกคีย์คาสิโนยากๆ จะเห็นทั้งเว็บยิงลิงค์ฟรีเยอะ เช่นของ 928beth หรือจะเป็นการไม่ทำลิงค์เลยแต่ส่งคนเข้าเว็บเฉยๆก็มี

การทำแบบนี้อาจใช้เวลาและแรงมากสักหน่อยแต่มันจะทำให้เราสามารถวิเคราะห์ด้วยเหตุและผลได้มากขึ้นว่าการจัดโครงสร้างแบบไหนที่ Google ให้ความสำคัญมากกว่ากัน ดีกว่ามาตอบว่าต้อง H1 ต้องมี H2 ต้องมีคอนเทนท์ แต่ไม่รู้ว่าทำยังไงดีถึงจะเหมาะที่สุด การที่เราจะรู้ได้ก็คือการทดลองทำอย่าไปคาดหวังเพียงแบบใดแบบหนึ่งแต่ ควรลองทำหลายเว็บแล้วหาข้อสรุปด้วยเหตุและผลจากผลการทดลองของเรา

ยอดขายกับ SEO เกี่ยวข้องกันอย่างไร ?

SALE

เรื่องของ SEO หรือ การทำ SEO หากจะให้พูดหรือแนะนำคงมีไม่จบไม่สิ้นเพราะมันสามารถปรับไปตามยุคสมัย แต่หลายๆคนก็ยังสงสัยว่า ยอดขายกับ SEO เกี่ยวข้องกันอย่างไร ยอดขายในที่นี่เราจะพูดถึงการขายสินค้า หรือบริการ ซึ่งปัจจุบันเน้นหนักทางออนไลน์ ต้องมีการโปรโมทผ่านออนไลน์ หรือ ทำเว็บไซด์ต่างๆ เพื่อให้คนรู้จักและเข้ามาซื้อสินค้าหรือเลือกใช้บริการต่างๆ ดังนั้นหากมองภาพรวม SEO เกี่ยวข้องกับยอดขายแน่นอนคือ

1.หากมีคนรู้จักสินค้าหรือเข้าถึงเว็บไซด์ได้มากขึ้นแน่นอนว่ายอดขายสามารถพุ่งขึ้นได้จากการซื้อ และไว้วางใจในบริการ แต่มันจะมาได้อย่างไร คำตอบคือ การทำ SEO จะเป็นการกระตุ้นให้เว็บไซด์เผยแพร่ได้มากขึ้นด้วยกระบวนการของ SEO เช่นการโปรโมท การค้นหา เป็นต้น

2.ผลักดันยอดขายแบบทางอ้อม แน่นอนว่า SEO ไม่ใช่ตัวหลักที่จะทำให้สินค้าขายดี แต่มันเป็นตัวเสริมให้คนรู้จักสินค้ายกตัวอย่างเช่น หากขายสินค้าเข่น เสื้อผ้าแฟชั่น แน่นอนว่าในการทำ SEO ต้องใช้คำว่า เสื้อผ้าแฟชั่น เป็นคีย์เวิร์ดสำคัญใส่ในเว็บไซด์ ไม่ว่าจะใส่ในคำอธิบาย คอนเทนต์ สินค้า หรือแม้แต่โดเมน มันจะช่วยให้เว็บนั้นๆถูกค้นหาได้ง่ายขึ้นและมีคนสนใจสินค้าหากเว็บติดอันดับต้นๆ

3.สร้างความน่าเชื่อถือให้กับสินค้าหรือบริการ เพราะเมื่อมีการค้นหายกตัวอย่างเช่น เสื้อผ้าแฟชั่น เมื่อเราค้นหาด้วยคำนี้ เมื่อมีการแสดงผลแน่นอนว่าเราทุกคนเลือกดูผลลัพธ์ที่อยู่ในอันดับที่ 1 เสมอและจะค้นหาต่อก็ไม่เกินหน้าที่สองหรืออันดับที่ 10 ดังนั้นหากเว็บไหนๆก็ตามติดหน้าแรกของ google หรือเครื่องมือค้นหาใดๆก็ตามในหน้าแรก นั่นคือได้รับการยอมรับโดยธรรมชาติว่ามันน่าเชื่อถือและน่าสนใจ

เป้าหมายยอดขาย

จากสามข้อที่อธิบายคร่าวๆคงพอเห็นภาพใช่ไหมว่าทำไหม SEO มีผลกับยอดขายหรือมีความสัมพันธ์กับยอดขาย แม้ว่าทุกวันนี้หลายๆคนจะมองว่าบทบาทของ SEO ในการขายจะลดลงเพราะมีช่องทางอื่นๆที่ไม่จำเป็นต้องค้นหาผ่าน google หรือเว็บบราวเซอร์ที่เป็นเสริชเอนจิ้นต่างๆ แต่เราก็ต้องยอมรับว่าอะไรก็ตามที่มีเว็บไซด์และติดหน้าแรกๆในการค้นหามันน่าเชื่อถือมากว่า ดังนั้น การทำ SEO ในยุคนี้ จึงปรับเปลี่ยนแนวทางให้เข้ากับยุคสมัยของโลกออนไลน์ หรือ หากเป็นการทำเว็บไซด์หารายได้แบบอื่นๆ การทำ SEO ก็ยังคงมีความสำคัญเพื่อให้มียอดทราฟฟิคกลับเข้ามาที่เว็บและใช้แหล่งโซเชี่ยลต่างๆเป็นการโปรโมทเพิ่มเติม แต่ไม่ว่าอย่างไรในแวดวง SEO ก็มักมีการปรับตัวปรับแนวทางกันอยู่เสมอๆ และมันมีความยากและท้าทายมากขึ้นด้วย

การทำ SEO บน Facebook ให้ได้ผลจริง

ทำอันดับ Facebook

หลายๆคนมองข้ามการทำ SEO ในเฟสบุ๊ค มุ่งแต่ไปทำกันในเว็บ แต่สำหรับมือใหม่ที่หัดทำ SEO หรือ คนที่ค้าขายออนไลน์เราอยากบอกว่าคุณสามารถใช้ Facebook ในการทำ SEO ได้ โดยไม่จำเป็นต้องมีเว็บไซด์สำหรับขายของหรือไว้เป็นช่องทางติดต่อสำหรับคนที่มีทุนน้อยๆหรือเพิ่งเริ่มหัดค้าขายหัดทำ SEO

การทำ SEO ใน Facebook นั้นก็ไม่ยากเท่าไหร่ใครๆก็สามารถทำได้หรือเริ่มหัดทำได้ก่อนอื่นก็เริ่มจากการสมัครเฟสบุ๊คก่อนซึ่งตรงนี้คงไม่ต้องบอกนะว่าทำแบบไหน ต่อมาเราก็เริ่มทำเพจ โดยการตั้งชื่อเพจให้สอดคล้องกับสินค้าหรือบริการที่เราต้องการหรือใช้ชื่อที่สอดคล้องกับคีย์เวิร์ด หรือ นำคีย์เวิร์ดมาตั้งชื่อเพจเลยก็ได้ และจะให้ดีควรสร้างยูสเซอร์ใหม่ในการสมัครและชื่อที่ใช้สร้างยูสเซอร์แนะนำเลยว่าให้สอดคล้องกับเพจด้วยจะดีมากๆ ต่อมาคือเลือกหมวดหมู่ของเพจให้ถูกต้องหรือสอดคล้องกับเพจของเราเช่นหากเราทำเพจฟุตบอล ก็ควรเลือก เป็นแนวฟุตบอล เป็นต้นเพราะแต่ละหมวดในเฟสบุ๊คมันมีเงื่อนไขไม่เหมือนกัน เมื่อเรากำหนดค่าต่างๆได้แล้วก็เป็นอันเสร็จและเมื่อเพจเราถูกสร้างขึ้นมาแล้วทีนี้เราก็มาดูกันว่าจะทำ SEO กับมันอย่างไร

เริ่มทำอันดับให้แฟนเพจกันได้แล้ว

แชร์มันออกไปให้คนกลับมาติดตามหรือมากด like ให้เพจเราแน่นอนว่าก่อนจะแชร์ไปนั้นเราควรมีข้อมูลในเพจเสียก่อน ไม่ต้องรีบ สร้างเพจเสร็จก็เช็คการตั้งค่าต่างๆให้ละเอียดเช่น แทคต่างๆที่จะเป็นคีย์เวิร์ด ปรับแต่งข้อมูลให้เพจมีจำนวนเพียงพอสักหน่อยก่อนจะแชร์ มองหากลุ่มเป้าหมายก่อนเริ่มแชร์ ดูแนวทางเพจในลักษณะเดียวกันเพื่อนำมาต่อยอดให้กับเพจเรา คอนเทนต์ในเพจควรสดใหม่และมีคีย์เวิร์ด และ แทคตามที่เรากำหนดไว้ในการตั้งค่า เพื่อให้เมื่อมีการค้นหาใน Google มันจะวิ่งมาพบที่เพจเราด้วย และคอนเทนต์สำหรับการทำ SEO ในเฟสบุ๊คนั้นควรมีปริมาณที่พอดีเช่น 5-7 บรรทัด เพราะคนในเฟสบุ๊คนั้นไม่นิยมอ่านอะไรยาวๆ ไม่นิยมการคลิ๊กคำว่า อ่านต่อ ควรจัดคอนเทนต์ให้กระชับมีคีย์เวิร์ด มีแทค และอ่านแล้วรู้เรื่องมีสรุปในตัวมันเอง และเนื้อหาควรสอดคล้องกับชื่อเพจ และควรมีรูปเพื่อดึงดูดความสนใจ หรืออาจมีคลิปประกอบคอนเทนต์นั้นๆ

ที่สำคัญคือต้องสร้างความสัมพันธ์กับคนในเพจ หรือ ตอนแรกๆเพจอาจจะยังไม่มีคนเข้ามาพูดคุย เราก็สร้างยูสเซอร์อื่นๆเข้ามาคอนเม้นท์ตอบโต้ เพื่อให้มีการเคลื่อนไหว แต่ไม่แนะนำให้ซื้อไลค์หรือปั๊มไลค์เพราะมันไม่ตรงเป้าหมายไม่มีการสัมพันธ์แบบธรรมชาติ และมันจะดูเป็นเพจไม่มีคุณภาพ การทำแบบธรรมชาติ ค่อยเป็นค่อยไปจะทำให้ SEO สำหรับ Facebook ประสบผลสำเร็จ และต่อยอดไปถึงการทำเว็บไซด์ได้สำหรับคนที่เริ่มต้นทำ SEO จากเฟสบุ๊คหรือขายของในเฟสบุ๊คก่อนมีเว็บไซด์เป็นของตัวเอง และที่สำคัญคือมันไม่ยากเราสามารถหัดทำจากตรงนี้ได้และค่อยๆทำความเข้าใจกับมันจนต่อยอดไปสู่สิ่งที่ยากกว่าได้นั่นเอง

การจะหาพนักงาน SEO ที่ดี ไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลยนะในเวลานี้

จ้างาน SEO

ความรู้เข้าถึงกลุ่มคนมากขึ้นด้วยอินเตอร์เน็ต เดี๋ยวนี้การจะหาความรู้เกี่ยวกับ SEO มันง่ายนิดเดียวทั้งเว็บไซต์ในประเทศไทยและเว็บไซต์ต่างประเทศ มือใหม่ที่เข้ามาทำไม่นานไม่จำเป็นต้องถึงปีก็สามารถ ทำอันดับเว็บไซต์ใน Google ได้เองแล้วขอเพียงมีความตั้งใจ มุ่งมั่นและทดลองวิธีการทำงานอยู่ตลอดเวลา ในทางกลับกัน สำหรับบริษัทใหญ่ที่ต้องการพนักงานเกี่ยวกับด้าน การทำ SEO สมัยนี้ก็ยากที่จะหาพนักงานที่ดีและตั้งใจทำงานให้เรา ส่วนใหญ่เมื่อผ่านไปสักปีสองปี พนักงาน SEO คนนั้นเค้าเริ่มเก่ง ก็จะมีโอกาสหนีออกไปทำเว็บส่วนตัวเพราะคุ้มกว่าเงินเดือน เป็นแบบนี้เยอะมากในปัจจุบัน

นี่คือเรื่องสำคัญที่บริษัทจะต้องใส่ใจเรื่องนี้ เพราะการหาพนักงานเอสอีโอคนใหม่เข้ามาทำแทนที่คนเก่ามันไม่ใช่ว่าจะทำต่อเนื่องกันได้แบบง่ายดาย การทำ seo นั้นจะต้องมานั่งแกะข้อมูลว่าคนเก่าเขาได้ทำอะไรไปแล้วบ้าง ถ้าคนเก่าทำ Offpage ไว้เยอะเหมือนของเว็บไซต์ 928BET ก็คงปวดหัวไม่น้อยในการแก้ เรื่องนี้บางทีก็จะมีทั้งบอกข้อมูลทั้งหมด และไม่บอกข้อมูลให้พนักงานใหม่ก็มีเหมือนกัน ต้องค่อยๆแกะข้อมูลเอาเอง กลุ่มหลังนี่แหละที่จะทำให้เว็บไซต์บริษัทใหญ่มีปัญหาในการเติบโตเพราะต้องมานั่งดูพื้นฐานว่าอดีตเคยทำอะไรมาบ้าง

ทางที่ดีหากจ้างมาดูแลเว็บไซต์ หากเป็นเนื้อหาเยอะ เว็บขนาดใหญ่ ก็ควรจัดสรรปันส่วนเรื่องของรายได้พนักงานให้เหมาะสม อาจจะเป็นการขึ้นเงินเดือน การแบ่งสัดส่วนเปอร์เซ็นต์ยอดขายก็แล้วแต่ เพราะการทำ SEO เปรียบเหมือนนักการตลาดที่เขาสามารถหาลูกค้าให้กับเราได้ เมื่อเขารู้สึกว่าเขาทำเองแล้วคุ้มกว่า เขาก็จำเป็นต้องออกไปทำส่วนตัวนั่นแหละ การจะหาคนเก่วมาร่วมงานนั้นยาก แต่การรักษาคนเก่งนั้นยากกว่า ก่อนจะตัดสินใจจ้างงานส่วนนี้อย่าลืมวางแผนให้ดี ไม่งั้นอาจต้องเสียคนเก่งๆหลุดมือไปในที่สุด

ทำ SEO สมัยนี้ต้องวัดที่ผลงานไม่ใช่คำพูด

พนักงาน SEO ที่ดี

นับวันรูปแบบพฤติกรรมผู้ใช้ย่อมเปลี่ยนไปเรื่อย จากเมื่อก่อนนี้ นิยมค้นหาผ่าน Google มากขึ้นปัจจุบันเริ่มหนีไปมีการค้นหาผ่านแอพบนมือถือกันเยอะแล้ว แน่นอนว่าตั้งแต่ซีอีโอคนใหม่ของ Google ได้เข้ามา รูปแบบของการคำนวนอันดับก็จะเปลี่ยนแปลงไป คนไหนที่เคยมีฝีมือเลยในอดีตในเรื่องของการทำอันดับ ปัจจุบันอาจจะทำไม่เป็นแล้วก็ได้ หากว่าผู้อ่านเป็นเจ้าของกิจการหรือเจ้าของบริษัทใด มีความสำคัญอย่างมากที่จะต้องรู้จักคัดสรรพนักงานในฝ่ายของ SEO ให้ดีไม่เช่นนั้นเว็บไซต์บริษัทของเราอาจจะเสียชื่อเสียงได้ทั้งในเรื่องของอันดับที่หายหรือการเอาเว็บไซต์ของบริษัทไปสแปมตามเว็บบอร์ดต่างๆเพื่อทำเป็นแหล่งแบคลิ้งค์ ซึ่งวิธีนี้เป็นวิธีที่ไม่ควรทำอย่างยิ่ง นัก seo บางคนยังคงใช้วิธีนี้อยู่

หาบริษัทใหม่มีพนักงาน seo ที่ดี มีความเข้าใจในหลักการของอัลกอริทึมแต่ละช่วงแต่ละปี บริษัทนั้นย่อมมีเคสเสียบในเรื่องของการตลาด marketing search engine อย่างแน่นอน การจะหาใครสักคนที่มีฝีมือและอยู่กับเราทำงานด้วยใจไม่ใช่เห็นแก่ตัว เราจำเป็นที่จะต้องให้อิสระในระดับหนึ่งที่ควรจะเป็นกับเขา หลายบริษัทพยายามกดดันพนักงานเอสอีโอให้รีบทำอันดับเพื่อจะหวังยอดเร็ว การกระทำอันดับได้อย่างรวดเร็ว นั้นมีเพียงสิ่งเดียวก็คือการทำแบบ Black Hat หรือก็คือเป็นการทำอันดับสายดำจะมีผลเสียตามมาเยอะแน่นอน พนักงานที่ดีมักจะพยายามอธิบายให้เจ้านายเข้าใจเรื่องของการทำอันดับว่ามันจะมีการใช้เวลามันมีกลไกของมันอยู่แต่ก็ไม่ใช่ว่าเสียเวลาทำสองปีแล้วยังไม่เห็นผล อันนั้นก็เกินไป มันจะมีจุดสมดุลย์ของการทำอันดับอยู่

หากว่าเราเป็นเจ้านายที่ดีก็ควรจะรับฟังพนักงานในส่วนนี้หรือให้เวลาและอิสระในการทำแก่เขา อาจตั้งเป้าการวัดผลซักสามถึงหกเดือนเป็นอย่างเร็ว หากว่าเค้าทำเป็น เค้าทำได้ ธรรมดาจะต้องมีผลงานให้เจ้านายเห็นบางอย่างแน่นอน หากผ่านไปหกเดือนแล้วยังไม่มีผลอะไรเลย นั่นแปลว่าเขาไม่เข้าใจ SEO จำเป็นได้จะต้องเปลี่ยนพนักงาน นี่คือข้อสำคัญในการเลือกพนักงาน SEO ที่ดีให้เข้ามาร่วมงานกับเราเพื่อต่อยอดให้ธุรกิจของเราได้เติบโตก้าวหน้าอย่างมั่นคง เจอคนดีธุรกิจดีตามไปด้วยเจอคนไม่ดีธุรกิจก็อาจจะแย่ไปด้วย เราเป็นผู้จ้างต้องรู้จักเลือกรู้จักมองเพื่อไม่เกิดผลเสียต่อกิจการของเรา