เคยเป็นไหม… เว็บที่อันดับดีขึ้นคือเว็บที่ไม่ได้ทำอะไร

Google Ranking

ฟังดูแล้วงงไหม… หลายคนเคยเจอปัญหาแบบนี้บ้างหรือเปล่า ตัวผู้เขียนนี้เจอปัญหาในรูปแบบข้างต้นมาอยู่บ่อยครั้ง เว็บไหนเป็นเว็บไซต์เป้าหมายของเรา ต้องการทำให้ติดหน้าแรกของ Google เวลาเราทุ่มเททั้งกายและใจรวมถึงเงินทุนที่มีการลงทุนเพื่อปรับแต่งต่างๆให้กับเว็บไซต์ สุดท้ายแล้วมันกลับไม่มีอันดับที่ดีขึ้นพอสมควร แต่อันดับเว็บไซต์ของเราอีกอันหนึ่งที่ยังไม่ได้แต่งอะไรมันเลย แค่สร้างหน้าตาเว็บรอทำในลำดับต่อไปไว้เฉยเฉย กลับมีอันดับที่ดีกว่าอย่างต่อเนื่องมันขึ้นมาได้ยังไง เคยงงกันไหมล่ะ

ปัจจัยที่นัก SEO ใช้กัน ไม่ได้เป็นทั้งหมดของ Search Engine

แน่นอนว่าสิ่งที่เหล่า SEO ทุกยุคทุกสมัยลงมือทำโดยอ้างถึงปัจจัยต่างๆมาเป็นตัวประกอบนั้น มันไม่ใช่เป็นข้อมูลเท็จจริงจากทางผู้ให้บริการเสิร์ชเอนจิ้น เป็นเพียงแค่การทดสอบทดลองและหาค่าคะแนนที่มีความน่าจะเป็นมากที่สุดในการส่งเว็บไซต์ของเราพุ่งสู่อันดับหนึ่งของผลการค้นหาในคิวบาที่เกี่ยวข้องไปถึงแบบนั้นมันก็จึงเป็นเพียงแค่ความคิดของผู้ถามแต่ไม่ใช่ปัจจัยทั้งหมดของ Search Engine ที่ใช้ในการจัดอันดับ

การทำอันดับเว็บ

จึงแนะนำว่าเวลาที่เราทำเว็บไซต์แต่ละเว็บ หากยังไม่เคยเจอปัจจัยเด่นที่สามารถทำให้เราครองอันดับหนึ่งของผลการค้นหาได้ เราควรที่จะทำเว็บไซต์เพิ่มขึ้นมาสำรองแล้วทดสอบในวิธีต่างๆที่แตกต่างกันออกไป ถึงแม้โดยรวมจะมีวิธีเหมือนกันอยู่บ้าง เช่นการปรับแต่งเว็บก่อนการหาลิ้งค์แต่รูปแบบของลิ้งค์ หรือตำแหน่งต่างๆที่ใช้ในการปรับคอนเทนท์นั้นก็สามารถทำให้แตกต่างกันได้ พวกคีย์คาสิโนยากๆ จะเห็นทั้งเว็บยิงลิงค์ฟรีเยอะ เช่นของ 928beth หรือจะเป็นการไม่ทำลิงค์เลยแต่ส่งคนเข้าเว็บเฉยๆก็มี

การทำแบบนี้อาจใช้เวลาและแรงมากสักหน่อยแต่มันจะทำให้เราสามารถวิเคราะห์ด้วยเหตุและผลได้มากขึ้นว่าการจัดโครงสร้างแบบไหนที่ Google ให้ความสำคัญมากกว่ากัน ดีกว่ามาตอบว่าต้อง H1 ต้องมี H2 ต้องมีคอนเทนท์ แต่ไม่รู้ว่าทำยังไงดีถึงจะเหมาะที่สุด การที่เราจะรู้ได้ก็คือการทดลองทำอย่าไปคาดหวังเพียงแบบใดแบบหนึ่งแต่ ควรลองทำหลายเว็บแล้วหาข้อสรุปด้วยเหตุและผลจากผลการทดลองของเรา

ยอดขายกับ SEO เกี่ยวข้องกันอย่างไร ?

SALE

เรื่องของ SEO หรือ การทำ SEO หากจะให้พูดหรือแนะนำคงมีไม่จบไม่สิ้นเพราะมันสามารถปรับไปตามยุคสมัย แต่หลายๆคนก็ยังสงสัยว่า ยอดขายกับ SEO เกี่ยวข้องกันอย่างไร ยอดขายในที่นี่เราจะพูดถึงการขายสินค้า หรือบริการ ซึ่งปัจจุบันเน้นหนักทางออนไลน์ ต้องมีการโปรโมทผ่านออนไลน์ หรือ ทำเว็บไซด์ต่างๆ เพื่อให้คนรู้จักและเข้ามาซื้อสินค้าหรือเลือกใช้บริการต่างๆ ดังนั้นหากมองภาพรวม SEO เกี่ยวข้องกับยอดขายแน่นอนคือ

1.หากมีคนรู้จักสินค้าหรือเข้าถึงเว็บไซด์ได้มากขึ้นแน่นอนว่ายอดขายสามารถพุ่งขึ้นได้จากการซื้อ และไว้วางใจในบริการ แต่มันจะมาได้อย่างไร คำตอบคือ การทำ SEO จะเป็นการกระตุ้นให้เว็บไซด์เผยแพร่ได้มากขึ้นด้วยกระบวนการของ SEO เช่นการโปรโมท การค้นหา เป็นต้น

2.ผลักดันยอดขายแบบทางอ้อม แน่นอนว่า SEO ไม่ใช่ตัวหลักที่จะทำให้สินค้าขายดี แต่มันเป็นตัวเสริมให้คนรู้จักสินค้ายกตัวอย่างเช่น หากขายสินค้าเข่น เสื้อผ้าแฟชั่น แน่นอนว่าในการทำ SEO ต้องใช้คำว่า เสื้อผ้าแฟชั่น เป็นคีย์เวิร์ดสำคัญใส่ในเว็บไซด์ ไม่ว่าจะใส่ในคำอธิบาย คอนเทนต์ สินค้า หรือแม้แต่โดเมน มันจะช่วยให้เว็บนั้นๆถูกค้นหาได้ง่ายขึ้นและมีคนสนใจสินค้าหากเว็บติดอันดับต้นๆ

3.สร้างความน่าเชื่อถือให้กับสินค้าหรือบริการ เพราะเมื่อมีการค้นหายกตัวอย่างเช่น เสื้อผ้าแฟชั่น เมื่อเราค้นหาด้วยคำนี้ เมื่อมีการแสดงผลแน่นอนว่าเราทุกคนเลือกดูผลลัพธ์ที่อยู่ในอันดับที่ 1 เสมอและจะค้นหาต่อก็ไม่เกินหน้าที่สองหรืออันดับที่ 10 ดังนั้นหากเว็บไหนๆก็ตามติดหน้าแรกของ google หรือเครื่องมือค้นหาใดๆก็ตามในหน้าแรก นั่นคือได้รับการยอมรับโดยธรรมชาติว่ามันน่าเชื่อถือและน่าสนใจ

เป้าหมายยอดขาย

จากสามข้อที่อธิบายคร่าวๆคงพอเห็นภาพใช่ไหมว่าทำไหม SEO มีผลกับยอดขายหรือมีความสัมพันธ์กับยอดขาย แม้ว่าทุกวันนี้หลายๆคนจะมองว่าบทบาทของ SEO ในการขายจะลดลงเพราะมีช่องทางอื่นๆที่ไม่จำเป็นต้องค้นหาผ่าน google หรือเว็บบราวเซอร์ที่เป็นเสริชเอนจิ้นต่างๆ แต่เราก็ต้องยอมรับว่าอะไรก็ตามที่มีเว็บไซด์และติดหน้าแรกๆในการค้นหามันน่าเชื่อถือมากว่า ดังนั้น การทำ SEO ในยุคนี้ จึงปรับเปลี่ยนแนวทางให้เข้ากับยุคสมัยของโลกออนไลน์ หรือ หากเป็นการทำเว็บไซด์หารายได้แบบอื่นๆ การทำ SEO ก็ยังคงมีความสำคัญเพื่อให้มียอดทราฟฟิคกลับเข้ามาที่เว็บและใช้แหล่งโซเชี่ยลต่างๆเป็นการโปรโมทเพิ่มเติม แต่ไม่ว่าอย่างไรในแวดวง SEO ก็มักมีการปรับตัวปรับแนวทางกันอยู่เสมอๆ และมันมีความยากและท้าทายมากขึ้นด้วย

การทำ SEO บน Facebook ให้ได้ผลจริง

ทำอันดับ Facebook

หลายๆคนมองข้ามการทำ SEO ในเฟสบุ๊ค มุ่งแต่ไปทำกันในเว็บ แต่สำหรับมือใหม่ที่หัดทำ SEO หรือ คนที่ค้าขายออนไลน์เราอยากบอกว่าคุณสามารถใช้ Facebook ในการทำ SEO ได้ โดยไม่จำเป็นต้องมีเว็บไซด์สำหรับขายของหรือไว้เป็นช่องทางติดต่อสำหรับคนที่มีทุนน้อยๆหรือเพิ่งเริ่มหัดค้าขายหัดทำ SEO

การทำ SEO ใน Facebook นั้นก็ไม่ยากเท่าไหร่ใครๆก็สามารถทำได้หรือเริ่มหัดทำได้ก่อนอื่นก็เริ่มจากการสมัครเฟสบุ๊คก่อนซึ่งตรงนี้คงไม่ต้องบอกนะว่าทำแบบไหน ต่อมาเราก็เริ่มทำเพจ โดยการตั้งชื่อเพจให้สอดคล้องกับสินค้าหรือบริการที่เราต้องการหรือใช้ชื่อที่สอดคล้องกับคีย์เวิร์ด หรือ นำคีย์เวิร์ดมาตั้งชื่อเพจเลยก็ได้ และจะให้ดีควรสร้างยูสเซอร์ใหม่ในการสมัครและชื่อที่ใช้สร้างยูสเซอร์แนะนำเลยว่าให้สอดคล้องกับเพจด้วยจะดีมากๆ ต่อมาคือเลือกหมวดหมู่ของเพจให้ถูกต้องหรือสอดคล้องกับเพจของเราเช่นหากเราทำเพจฟุตบอล ก็ควรเลือก เป็นแนวฟุตบอล เป็นต้นเพราะแต่ละหมวดในเฟสบุ๊คมันมีเงื่อนไขไม่เหมือนกัน เมื่อเรากำหนดค่าต่างๆได้แล้วก็เป็นอันเสร็จและเมื่อเพจเราถูกสร้างขึ้นมาแล้วทีนี้เราก็มาดูกันว่าจะทำ SEO กับมันอย่างไร

เริ่มทำอันดับให้แฟนเพจกันได้แล้ว

แชร์มันออกไปให้คนกลับมาติดตามหรือมากด like ให้เพจเราแน่นอนว่าก่อนจะแชร์ไปนั้นเราควรมีข้อมูลในเพจเสียก่อน ไม่ต้องรีบ สร้างเพจเสร็จก็เช็คการตั้งค่าต่างๆให้ละเอียดเช่น แทคต่างๆที่จะเป็นคีย์เวิร์ด ปรับแต่งข้อมูลให้เพจมีจำนวนเพียงพอสักหน่อยก่อนจะแชร์ มองหากลุ่มเป้าหมายก่อนเริ่มแชร์ ดูแนวทางเพจในลักษณะเดียวกันเพื่อนำมาต่อยอดให้กับเพจเรา คอนเทนต์ในเพจควรสดใหม่และมีคีย์เวิร์ด และ แทคตามที่เรากำหนดไว้ในการตั้งค่า เพื่อให้เมื่อมีการค้นหาใน Google มันจะวิ่งมาพบที่เพจเราด้วย และคอนเทนต์สำหรับการทำ SEO ในเฟสบุ๊คนั้นควรมีปริมาณที่พอดีเช่น 5-7 บรรทัด เพราะคนในเฟสบุ๊คนั้นไม่นิยมอ่านอะไรยาวๆ ไม่นิยมการคลิ๊กคำว่า อ่านต่อ ควรจัดคอนเทนต์ให้กระชับมีคีย์เวิร์ด มีแทค และอ่านแล้วรู้เรื่องมีสรุปในตัวมันเอง และเนื้อหาควรสอดคล้องกับชื่อเพจ และควรมีรูปเพื่อดึงดูดความสนใจ หรืออาจมีคลิปประกอบคอนเทนต์นั้นๆ

ที่สำคัญคือต้องสร้างความสัมพันธ์กับคนในเพจ หรือ ตอนแรกๆเพจอาจจะยังไม่มีคนเข้ามาพูดคุย เราก็สร้างยูสเซอร์อื่นๆเข้ามาคอนเม้นท์ตอบโต้ เพื่อให้มีการเคลื่อนไหว แต่ไม่แนะนำให้ซื้อไลค์หรือปั๊มไลค์เพราะมันไม่ตรงเป้าหมายไม่มีการสัมพันธ์แบบธรรมชาติ และมันจะดูเป็นเพจไม่มีคุณภาพ การทำแบบธรรมชาติ ค่อยเป็นค่อยไปจะทำให้ SEO สำหรับ Facebook ประสบผลสำเร็จ และต่อยอดไปถึงการทำเว็บไซด์ได้สำหรับคนที่เริ่มต้นทำ SEO จากเฟสบุ๊คหรือขายของในเฟสบุ๊คก่อนมีเว็บไซด์เป็นของตัวเอง และที่สำคัญคือมันไม่ยากเราสามารถหัดทำจากตรงนี้ได้และค่อยๆทำความเข้าใจกับมันจนต่อยอดไปสู่สิ่งที่ยากกว่าได้นั่นเอง

การจะหาพนักงาน SEO ที่ดี ไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลยนะในเวลานี้

จ้างาน SEO

ความรู้เข้าถึงกลุ่มคนมากขึ้นด้วยอินเตอร์เน็ต เดี๋ยวนี้การจะหาความรู้เกี่ยวกับ SEO มันง่ายนิดเดียวทั้งเว็บไซต์ในประเทศไทยและเว็บไซต์ต่างประเทศ มือใหม่ที่เข้ามาทำไม่นานไม่จำเป็นต้องถึงปีก็สามารถ ทำอันดับเว็บไซต์ใน Google ได้เองแล้วขอเพียงมีความตั้งใจ มุ่งมั่นและทดลองวิธีการทำงานอยู่ตลอดเวลา ในทางกลับกัน สำหรับบริษัทใหญ่ที่ต้องการพนักงานเกี่ยวกับด้าน การทำ SEO สมัยนี้ก็ยากที่จะหาพนักงานที่ดีและตั้งใจทำงานให้เรา ส่วนใหญ่เมื่อผ่านไปสักปีสองปี พนักงาน SEO คนนั้นเค้าเริ่มเก่ง ก็จะมีโอกาสหนีออกไปทำเว็บส่วนตัวเพราะคุ้มกว่าเงินเดือน เป็นแบบนี้เยอะมากในปัจจุบัน

นี่คือเรื่องสำคัญที่บริษัทจะต้องใส่ใจเรื่องนี้ เพราะการหาพนักงานเอสอีโอคนใหม่เข้ามาทำแทนที่คนเก่ามันไม่ใช่ว่าจะทำต่อเนื่องกันได้แบบง่ายดาย การทำ seo นั้นจะต้องมานั่งแกะข้อมูลว่าคนเก่าเขาได้ทำอะไรไปแล้วบ้าง ถ้าคนเก่าทำ Offpage ไว้เยอะเหมือนของเว็บไซต์ 928BET ก็คงปวดหัวไม่น้อยในการแก้ เรื่องนี้บางทีก็จะมีทั้งบอกข้อมูลทั้งหมด และไม่บอกข้อมูลให้พนักงานใหม่ก็มีเหมือนกัน ต้องค่อยๆแกะข้อมูลเอาเอง กลุ่มหลังนี่แหละที่จะทำให้เว็บไซต์บริษัทใหญ่มีปัญหาในการเติบโตเพราะต้องมานั่งดูพื้นฐานว่าอดีตเคยทำอะไรมาบ้าง

ทางที่ดีหากจ้างมาดูแลเว็บไซต์ หากเป็นเนื้อหาเยอะ เว็บขนาดใหญ่ ก็ควรจัดสรรปันส่วนเรื่องของรายได้พนักงานให้เหมาะสม อาจจะเป็นการขึ้นเงินเดือน การแบ่งสัดส่วนเปอร์เซ็นต์ยอดขายก็แล้วแต่ เพราะการทำ SEO เปรียบเหมือนนักการตลาดที่เขาสามารถหาลูกค้าให้กับเราได้ เมื่อเขารู้สึกว่าเขาทำเองแล้วคุ้มกว่า เขาก็จำเป็นต้องออกไปทำส่วนตัวนั่นแหละ การจะหาคนเก่วมาร่วมงานนั้นยาก แต่การรักษาคนเก่งนั้นยากกว่า ก่อนจะตัดสินใจจ้างงานส่วนนี้อย่าลืมวางแผนให้ดี ไม่งั้นอาจต้องเสียคนเก่งๆหลุดมือไปในที่สุด

ทำ SEO สมัยนี้ต้องวัดที่ผลงานไม่ใช่คำพูด

พนักงาน SEO ที่ดี

นับวันรูปแบบพฤติกรรมผู้ใช้ย่อมเปลี่ยนไปเรื่อย จากเมื่อก่อนนี้ นิยมค้นหาผ่าน Google มากขึ้นปัจจุบันเริ่มหนีไปมีการค้นหาผ่านแอพบนมือถือกันเยอะแล้ว แน่นอนว่าตั้งแต่ซีอีโอคนใหม่ของ Google ได้เข้ามา รูปแบบของการคำนวนอันดับก็จะเปลี่ยนแปลงไป คนไหนที่เคยมีฝีมือเลยในอดีตในเรื่องของการทำอันดับ ปัจจุบันอาจจะทำไม่เป็นแล้วก็ได้ หากว่าผู้อ่านเป็นเจ้าของกิจการหรือเจ้าของบริษัทใด มีความสำคัญอย่างมากที่จะต้องรู้จักคัดสรรพนักงานในฝ่ายของ SEO ให้ดีไม่เช่นนั้นเว็บไซต์บริษัทของเราอาจจะเสียชื่อเสียงได้ทั้งในเรื่องของอันดับที่หายหรือการเอาเว็บไซต์ของบริษัทไปสแปมตามเว็บบอร์ดต่างๆเพื่อทำเป็นแหล่งแบคลิ้งค์ ซึ่งวิธีนี้เป็นวิธีที่ไม่ควรทำอย่างยิ่ง นัก seo บางคนยังคงใช้วิธีนี้อยู่

หาบริษัทใหม่มีพนักงาน seo ที่ดี มีความเข้าใจในหลักการของอัลกอริทึมแต่ละช่วงแต่ละปี บริษัทนั้นย่อมมีเคสเสียบในเรื่องของการตลาด marketing search engine อย่างแน่นอน การจะหาใครสักคนที่มีฝีมือและอยู่กับเราทำงานด้วยใจไม่ใช่เห็นแก่ตัว เราจำเป็นที่จะต้องให้อิสระในระดับหนึ่งที่ควรจะเป็นกับเขา หลายบริษัทพยายามกดดันพนักงานเอสอีโอให้รีบทำอันดับเพื่อจะหวังยอดเร็ว การกระทำอันดับได้อย่างรวดเร็ว นั้นมีเพียงสิ่งเดียวก็คือการทำแบบ Black Hat หรือก็คือเป็นการทำอันดับสายดำจะมีผลเสียตามมาเยอะแน่นอน พนักงานที่ดีมักจะพยายามอธิบายให้เจ้านายเข้าใจเรื่องของการทำอันดับว่ามันจะมีการใช้เวลามันมีกลไกของมันอยู่แต่ก็ไม่ใช่ว่าเสียเวลาทำสองปีแล้วยังไม่เห็นผล อันนั้นก็เกินไป มันจะมีจุดสมดุลย์ของการทำอันดับอยู่

หากว่าเราเป็นเจ้านายที่ดีก็ควรจะรับฟังพนักงานในส่วนนี้หรือให้เวลาและอิสระในการทำแก่เขา อาจตั้งเป้าการวัดผลซักสามถึงหกเดือนเป็นอย่างเร็ว หากว่าเค้าทำเป็น เค้าทำได้ ธรรมดาจะต้องมีผลงานให้เจ้านายเห็นบางอย่างแน่นอน หากผ่านไปหกเดือนแล้วยังไม่มีผลอะไรเลย นั่นแปลว่าเขาไม่เข้าใจ SEO จำเป็นได้จะต้องเปลี่ยนพนักงาน นี่คือข้อสำคัญในการเลือกพนักงาน SEO ที่ดีให้เข้ามาร่วมงานกับเราเพื่อต่อยอดให้ธุรกิจของเราได้เติบโตก้าวหน้าอย่างมั่นคง เจอคนดีธุรกิจดีตามไปด้วยเจอคนไม่ดีธุรกิจก็อาจจะแย่ไปด้วย เราเป็นผู้จ้างต้องรู้จักเลือกรู้จักมองเพื่อไม่เกิดผลเสียต่อกิจการของเรา

วงการ SEO หน้าเก่าเลิกไป หน้าใหม่เข้ามาแทน

SEO รูปแบบใหม่

เป็นเรื่องธรรมดาในการทำธุรกิจทุกรูปแบบ หากเราไม่สามารถที่จะสร้างกำไรจากสิ่งเหล่านั้นได้ หรือเคยสร้างได้ในอดีต แต่ปัจจุบันขาดทุนย่อยยับอยู่ตลอด ท้ายที่สุดก็ต้องเลิกกิจการเหล่านั้นทิ้งไปเพื่อประคองตัวเองไม่ให้บาดเจ็บในธุรกิจที่ขาดทุนไปมากกว่าเดิม สำหรับวงการ SEO เราย่อมรู้ดีกว่าเราไม่สามารถควบคุมปัจจัยการคำนวนอันดับได้เลย ทุกอย่างขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการ Search Engine ทั้งหมด เราซึ่งเป็นผู้เล่นในสนาม ย่อมทำได้แต่การทดลองผิดลองถูก เพื่อเสาะหาว่าวิธีไหนจะทำอันดับได้ เพื่อทำกำไรในตลาดนี้ คนที่เคยประสบความสำเร็จในอดีตไม่ได้แปลว่าจะประสบความสำเร็จต่อไปในปัจจุบัน เราเห็นอยู่ประจำที่เซียน SEO หลายคน เมื่อถึงจุดนึง ส่วนใหญ่ก็มักจะอำลาวงการนี้ไปทำธุรกิจอื่นแทน เพราะเขาไม่สามารถทำให้เว็บติดหน้าแรกได้เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว Search Engine มีการปรับเปลี่ยนตัวแปรที่ใช้คำนวนอันดับ หากอยากจะอยู่ในวงการนี้ต่อไปก็ต้องมาศึกษาทดลองกันใหม่ ซึ่งส่วนใหญ่คนที่เป็นเซียนหรือเริ่มมีอายุแล้วมักจะขี้เกียจหาความรู้ใหม่และเชื่อในฝีมือตัวเองจนเกินไป ท้ายที่สุด กว่าจะรู้ตัวกว่าวิธีที่ทำใช้ไม่ได้ผลก็เสียเวลาไปมากมายจนท้อใจและอำลาจากวงการ SEO ไป

แต่ไม่ใช่ว่าทุกคนจะเป็นแบบนี้ ยังคงมีเซียนหลายคนที่พัฒนาตัวเองอยู่เสมอ วิธีเดิมใช้ไม่ได้ผล ก็นั่งทดลองเสาะหาวิธีใหม่ๆให้เว็บไซต์กลับไปติดอันดับได้ คนกลุ่มนี้จะมีไม่เยอะ เขาจะมีความต้องการกลับมาเก่งเรื่อง SEO อีกครั้ง เพราะรู้ดีว่า หากเราพลาดไป 10 ครั้ง หรือเสียเวลาทำไป 1 ปี จนพบวิธีการทำอันดับ หากเว็บกลับมาติดอันดับหน้าแรกสัก Top 1-3 ในคีย์เวิร์ดทำเงินที่เรากรองมาอย่างดี มันย่อมชดเชยเวลาที่ทดลองมาเป็นปีได้ทั้งหมด แต่ก็อย่างที่รู้กัน ไม่มีอะไรมาการันตีว่าการทดลองนานๆจะเจอหนทางทำอันดับรูปแบบใหม่อีกครั้ง เราจึงต้องมีความเชื่อมั่นในตัวเองเพื่อใช้เป็นแรงผลักให้ตัวเราไม่ล้มเลิกไปกลางคันเสียก่อน

นอกจากคนเก่าๆในวงการ SEO จะมีเลิกไปเยอะ และมีทำต่อเนื่อง ยังมีกลุ่มคนหน้าใหม่ที่อยากจะประสบความสำเร็จในการทำอันดับเข้ามาอยู่เรื่อยๆ บางคนอาจไปซื้อหนังสือ SEO มาอ่านแล้วรู้สึกว่ามันง่าย เลยกะว่าจะยึด SEO นี่แหละเป็นอาชีพเลี้ยงครอบครัว บางคนก็อาจต้องการให้กิจการเติบโตในด้านตลาดออนไลน์ อยากจะบอกว่า หนังสือสอน SEO ทั้งหลายในร้านหนังสือบ้านเรา เท่าที่อ่านมามักจะสอนเรื่องพื้นฐานเกินไป ยังมีอีกหลายข้อมูลสำคัญที่หนังสือเหล่านั้นไม่ได้สอนไว้ พอคนใหม่ที่คิดว่ามันง่ายได้ลองเข้ามาทำเอง ก็จะพบว่าสิ่งที่เขาคิดมันไม่ใช่ การทำ SEO มันไม่ได้ง่ายดายอะไรขนาดนั้น แถมยังต้องปรับตัวให้ตามอัลกอริทึ่มที่อัพเดทอยู่เป็นประจำอีกด้วย สุดท้ายคนที่ใจฝ่อง่ายก็จะล้มเลิกออกจากวงการนี้ไป เหลือไว้แต่ คนที่มีความฝันและแรงผลักดัน

ที่ปรึกษา SEO ไม่จำเป็นเท่าพลังใจของตนเอง

เราอาจไม่จำเป็นต้องมีเพื่อนคู่คิดในเรื่องของการทำ SEO ก็ได้ เราไม่จำเป็นต้องไปอบรบประชุมคอร์สสอน SEO ที่ไหน เดี๋ยวนี้ข้อมูลฟรีที่เราสามารถศึกษาได้ก็เยอะเต็มอินเตอร์เน็ตไปหมดแล้ว อยู่ที่ว่าเราเลือกที่จะศึกษาความรู้ใหม่ๆหรือจะยืดติดกับวิธีการทำ SEO แบบเดิมๆ แน่นอนว่าถ้าไม่หาความรู้ใหม่เข้าหัว เราก็จะต้องพบความล้มเหลวในที่สุด เปรียบเหมือนกลุ่มเซียนที่โกยเงินได้เยอะในตลาดนี้ แต่ไม่รู้จักปรับตัว สุดท้ายก็ต้องเลิกไป หากอยากประสบความสำเร็จจริงๆ ต้องหมั่นฝึกให้จิตใจเรามีความแน่วแน่ มีความอดทนและหมั่นเรียนรู้พัฒนาตนเองอยู่ตลอด หากจิตใจเรามีความอดทนต่อความล้มเหลวได้สูง มีแรงผลักดันให้ขยันเรียนรู้สิ่งใหม่ๆมากขึ้น มันย่อมเป็นตัวนำพาให้เราประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน ไม่ใช่แค่เฉพาะเรื่อง SEO เท่านั้น แต่เราจะมีโอกาสประสบความสำเร็จมากกว่าคนใจฝ่อง่ายในทุกธุรกิจเลย ส่วนถ้ามีพลังใจดีแล้ว การหาที่ปรึกษาไว้แลกเปลี่ยนความรู้กันก็ถือเป็นสิ่งที่ดี ที่ปรึกษาที่ดีจะช่วยให้เราถึงฝันได้ไวยิ่งขึ้น

คิดจะหาที่ปรึกษา SEO สักคน ต้องเลือกให้ดี

มองหาที่ปรึกษา SEO

ในการหาที่ปรึกษาสักคนเป็นเพื่อนคู่คิด ไม่ว่าธุรกิจอะไรก็ตามก็จำเป็นต้องรู้ก่อนว่าที่ปรึกษาคนนั้นมีความเข้าใจในเรื่องนั้นๆมากน้อยแค่ไหน หากเราทำบริษัทเกี่ยวกับรับเหมาก่อสร้าง หากมีที่ปรึกษาเป็นคนที่ถนัดด้านการคำนวนต้นทุนวัสดุที่ใช้ก่อสร้าง มีความรู้และประเมินราคารับเหมาเบื้องต้นได้ มันก็ย่อมเป็นเรื่องที่ดีกว่ามีที่ปรึกษาเป็นครูสอนภาษาอังกฤษ เพราะไม่ได้เกี่ยวข้องกับธุรกิจของเราเลย มีแต่จะคุยกันไม่รู้เรื่อง เสียเงินค่าที่ปรึกษาปล่าวๆ หรือหากเขายินดีให้คำปรึกษาฟรี แม้จะมีความหวังดีเป็นที่ตั้ง แต่ก็อาจพาธุรกิจของเราเจ๊งไม่เป็นท่าได้

ในเรื่องของกระบวนการทำ Search Engine Optimization ก็เช่นเดียวกัน หากเราไม่ดูพื้นฐานของคนที่จะเข้าไปขอคำปรึกษาให้ดีเสียก่อน บางทีเขาอาจขี้โม้ให้เราฟัง ฟังแล้วเราไปทำตาม พอทำเสร็จเว็บหายจากระบบค้นหา แล้วแบบนี้จะไปโทษใคร จะโทษคนที่เราไปขอคำปรึกษาก็ไม่ถูก เพราะเราเลือกไปถามเขาเอง หากไม่ต้องการให้สภาวะแบบนั้นเกิดขึ้นกับเว็บไซต์กิจการของเรา ก่อนจะหาบัดดี้คู่คิดไว้คอยแลกเปลี่ยนมุมมองการทำ SEO ไว้สักคน เราก็ควรจะดูพื้นฐานความสามารถของเขาคนนั้นเสียก่อน เขาเคยทำเว็บไซต์ติดหน้าแรกของผลการค้นหามาเยอะแค่ไหน เว็บที่ทำแล้วหายมีหรือไม่ เป็นคนขี้โม้ไปวันๆหรือมีความสามารถจริง และข้อสำคัญเลยก็คือ เขาพร้อมแบ่งปันข้อมูลที่ถูกต้องให้กับเราหรือปล่าว ข้อนี้จะสำคัญมากเพราะต่อให้เก่งแค่ไหนถ้าเขาไม่อยากบอกเรามันก็เท่านั้น ยิ่งไปกวนใจเขาบ่อยๆ ดีไม่ดีอาจจะเจอสวนกลับมา ไม่ก็หลอกให้ไปทำวิธีที่ไม่ได้ผลแทนเพราะเราไปกวนใจมากจนเขาเกิดความรำคาญอะไรแบบนี้

มรรยาทในการขอคำปรึกษา SEO

ข้อมูลที่เราจะรู้ได้ว่าใครเข้าใจจริงหรือไม่เข้าใจในเรื่อง SEO เราไม่ควรจะไปถามเขาว่า “ไงพี่.. ได้ข่าวว่าพี่เก่ง SEO หรอ.. ขอดูผลงานหน่อยสิ.. ถ้าพี่มีผลงานผมจะขอคำปรึกษานะ..” แม้แต่ตัวผมเองถ้าเจอถามมาแบบนี้ผมก็จะเงียบไม่ตอบ หากยังทักแนวๆนี้มาไม่เลิกก็อาจจะบล็อกเฟสบุ๊คคนนั้นไปเลย เราจะขอข้อมูลจากใครก็ควรทำในระดับที่มีมรรยาท หากเราติดตามผลงานของนัก SEO คนไหนมาสักระยะ เราก็จะพอทราบเองว่าใครที่พอจะให้คำปรึกษากับเราได้ คนใจดีในวงการ SEO นั้นมีมาก แต่ต้องรู้จักถามโดยใช้ประโยคที่เหมาะสม พื้นฐานมนุษย์ย่อมอยากที่จะแบ่งปันอยู่แล้ว หากตนเองไม่ได้เสียผลประโยชน์มากมายนัก หากเราเจอคนรู้ใจไว้แลกเปลี่ยนมุมมอง ก็ควรแบ่งปันความรู้ที่ตนเองมีอยู่ให้กับผู้อื่นตอบแทนด้วย หรืออย่างน้อยที่สุดก็ควรจะขอบคุณผู้ที่ให้คำปรึกษาเราเพื่อเป็นการรักษามรรยาทที่ดี

ไม่ว่าเราจะถามมหาเทพเซียน SEO ของไทยหรือของต่างประเทศ เราจะไม่มีทางรู้จริงได้เลยหากขาดการนำไปทดลอง ผมเคยเจอกลุ่มคนที่อารมณ์แบบว่า มาขอความรู้ แล้วพอได้ก็เอาไปเขียน E-Book ขายซะงั้น คือมันก็เป็นสิทธิของเขาเพราะเราให้ข้อมูลด้วยใจเอง แต่มันผิดหลักความเหมาะสม ที่สำคัญคือ ความรู้ที่ได้ไปยังไม่ได้ลองใช้เองจริง แต่เอามาเขียนขายหาเงินเข้ากระเป๋าเลย แล้วแบบนี้เวลามีคนซื้อติดปัญหาบางจุดจะตอบเขาได้หรอ สุดท้ายก็ย้อนมาถามผมอีกอยู่ดีนี่นา กลายเป็นทำคุณแต่ได้บาป บาปเพราะคนที่เราแนะนำข้อมูลไป เขาเสือกไปหลอกแดกเงินคนอื่นโดยที่ตนเองก็มีแค่ความรู้ แต่ไม่ได้รู้จริง รู้จริงจะเกิดได้ก็ต่อเมื่อทดลองทำเองเท่านั้น หลังๆผมก็ไม่ค่อยได้ตอบข้อมูลมากนักหากเป็นคนที่เคยมีประวัติเสียเรื่องแบบนี้มา เพราะไม่รู้ว่าจะมาดีหรือร้าย เพื่อที่จะสร้างสังคมที่ดีในวงการ SEO เราก็ต้องทำตัวเป็นแบบอย่างที่ดีด้วย มอบสิ่งดีๆให้กับคนรอบตัว ถึงแม้จะไม่ได้ผลลัพธ์กลับมาเป็นตัวเงิน แต่ก็ได้กลับมาเป็นสภาวะจิตใจที่สูงขึ้นกว่าแต่ก่อนแน่นอน ทำดีหวังผลใครๆก็ทำได้ แต่ทำดีไม่หวังอะไรใครเล่าจะทำได้สม่ำเสมอ หากเราทำได้ก็แปลว่าเรามีจิตใจที่ยกสูงกว่าเพื่อนๆคนอื่น มาเริ่มฝึกนิสัยให้รู้จักแบ่งปันกันเถอะ

จุดเริ่มต้นของการสร้างเว็บรับปรึกษา SEO

จุดเริ่มต้นของ SEO

หากมองย้อนไปสักช่วงปี พ.ศ. 2552 ตัวผู้เขียนเองได้เริ่มต้นเข้าสู่วงการหารายได้ทางอินเตอร์เน็ต ฝึกหัดหาเงินออนไลน์มาตั้งแต่พวกเว็บคลิกได้เงิน นั่งคลิกทั้งวันได้มา $0.5 ตกเป็นเงินไทยประมาณ 20 บาทจากการนั่งคลิกทั้งวัน แต่แล้วก็พบว่า เอ๊ะ.. วิธีนี้มันคงไม่เหมาะเท่าไหร่ เหมือนชีวิตขาดทุนหนักลงทุกวันๆเพราะเราต้องมานั่งคลิก น่าเบื่อและเงินน้อยอีก บางทีก็เจอเว็บไซต์โกงเงินไม่จ่าย ต่อมาก็เริ่มหัดทำเว็บและงานออนไลน์อีกหลายรูปแบบมากจนมาพบกับเรื่องราวของ SEO ซึ่งการทำ SEO มันเป็นคำตอบที่แท้จริงในการหารายได้ออนไลน์ หากเราได้ทำการบ้านวิเคราะห์คีย์เวิร์ดมาอย่างดีแล้วว่าคีย์เวิร์นี้แหละที่จะทำเงินให้เรา หากเว็บไซต์ของเราขึ้นไปติดอยู่หน้าแรกของผลการค้นหา อาจจะอยู่ช่วง 1-3 อันดับแรก เป็นไปได้ยากมากที่เราจะไม่มีลูกค้าเข้ามาอย่างสม่ำเสมอ

เรื่องของเรื่องคือ ตอนแรกผู้เขียนเองก็ยังงูๆปลาๆอยู่เหมือนกัน ไม่รู้หรอกว่าการที่เว็บของเราไปติดอันดับแรกๆของการค้นหาจะทำให้มีลูกค้าเข้ามามากขึ้น แต่มันมีอยู่ช่วงนึงที่การโพสเว็บบอร์ดนอกจากจะโพสหาลูกค้าได้ ยังช่วยทำอันดับบน Google ได้ไปในตัวด้วย ตอนนั้นเองผู้เขียนไม่ได้ใส่ใจเรื่องของอันดับบนเว็บค้นหา แค่หวังหาลูกค้าจากเว็บบอร์ดซื้อขายต่างๆไปวันๆ แต่อยู่ๆก็มีลูกค้าเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตอนแรกคิดว่ามาจากเว็บบอร์ด ลองสุ่มสอบถามลูกค้าที่ติดต่อเข้ามาว่าหาข้อมูลมาจากไหน ส่วนใหญ่จะตอบว่า “เจอใน Google” ทำให้อึ้งอยู่นิดหน่อยแล้วไปหาคีย์เวิร์ดที่ลูกค้าบอกมาว่าพิมพ์คำนี้แล้วเจอ หลังจากนั้นก็เริ่มทำหลายๆคีย์เวิร์ดมากขึ้นในวิธีเดิมจนหน้าเว็บติดหลายคีย์เวิร์ดมาก เรียกว่าเป็นช่วงขาขึ้นก็ว่าได้เลย ทำให้รู้ว่า SEO นี่แหละเป็นคำตอบที่ดีที่สุดในการหาเงินออนไลน์

เมื่อ Google อัพเดทอัลกอริทึ่ม ชีวิตก็เปลี่ยน

หลังจากได้เงินรายวันแน่นๆมาไม่กี่เดือน Google ก็ได้มีการอัพเดทอัลกอริทึ่ม ซึ่งรวมตั้งแต่บอทที่มาเก็บข้อมูลและปัจจัยการคำนวนอันดับ ทำให้เว็บไซต์ตกอันดับจาก Google ร่วงหายไปในพริบตา และไม่มีวี่แววจะกลับมาอีกด้วย วันๆได้แต่หวังว่าเว็บจะกลับมา คิดว่าทาง Google เองคงจะอัพเดทอะไรผิดพลาด แต่การรออยู่เฉยๆไม่ใช่คำตอบ เลยเลือกเข้าร้านหนังสือเพื่อค้นหาหนังสือสอน SEO พอศึกษาได้ที่ก็พบว่า อ้อ ! มันเป็นอย่างนี้นี่เอง Google ไม่ได้อัพเดทอะไรผิดพลาด แต่เป็นเพราะตัวแปรที่ใช้คำนวนเรื่องอันดับได้ให้ความสำคัญของ Backlinks พวกเว็บบอร์ดลดลง และด้วยความที่เราทำเยอะมาก โพสเป็นพันเว็บทุกๆวันซ้ำๆ ยิ่งเข้าข่ายสแปมมากขึ้นไปเรื่อยๆ หลังจากที่เริ่มพอจะเข้าใจก็เกิดอารมณ์กระหายความรู้ ลงเรียนคอร์ส SEO หลายแห่ง ซื้อ E-Book จากกูรูทั้งหลายมาอ่านจนเงินค่าเรียนหมดเกือบแสน แต่ผลสุดท้ายลองกลับมาทำดูมันไม่ได้อันดับดีอย่างที่ควร ที่น่าผิดหวังไปกว่านั้นคือ แต่ละแห่งสอนเหมือนๆกัน แต่เอามาใช้งานจริงในปัจจุบันช่วงนั้นไม่ได้ ผู้สอนเขาคงลืมไปว่า Google มันมีการอัพเดทอยู่ตลอดล่ะมั้ง เลยคิดว่าวิธีเดิมๆจะใช้ได้ผลอยู่

จากเงินที่สูญเสียไปมากและทดลองอย่างหนักแต่ผลลัพธ์ไม่ได้เป็นดังหวัง จึงขอเริ่มนับ 1 ใหม่แบบถอดความรู้ทั้งหลายออกจากหัว แล้วคิดในมุมมองมิติเดียวว่า ถ้าเราเป็นเว็บ Search Engine เราอยากได้เว็บแบบไหนมาติดหน้าแรกล่ะ หากคำตอบคือเว็บที่ถูกใจผู้ใช้งานส่วนมาก เราก็แค่เริ่มต้นทำเว็บที่ถูกใจผู้ใช้งานเท่านั้นเอง ผลลัพธ์ออกมาตามคาด คืออันดับเว็บดีขึ้นเรื่อยๆ แต่ไม่ไวเหมือนช่วงแรกสมัยโพสเว็บบอร์ด จึงได้ใช้วิชาที่เรียนมาผสมผสานเข้าไป ในเรื่องของการปรับ On Page การรู้ว่าลิงค์แบบไหนควรจะใส่ดี ลิงค์แบบไหนควรเลี่ยงให้ไกล หลังจากพยายามทำและปรับเปลี่ยนไปเรื่อยๆ เว็บส่วนใหญ่ก็ขยับอันดับดีขึ้นถึงแม้จะไม่ทั้งหมดก็ตาม ทำให้ได้เรียนรู้บทเรียนใหม่ว่า เราจะเซียน SEO ได้ต้องทดลองด้วยตัวเองเท่านั้น และแต่ละช่วง ปัจจัยการทำอันดับย่อยๆก็จะมีการลดค่าความสำคัญไปบางส่วน และบางส่วนก็จะเพิ่มความสำคัญเข้ามาแทนที่ ซึ่งก็แล้วแต่ผู้ให้บริการ Search Engine เจ้านั้นๆว่าจะเอาอะไรมาเป็นปัจจัยคำนวนอันดับบ้าง

ไม่อยากให้พี่น้องวงการ SEO เมืองไทยต้องหมดเงินอย่างศูนย์ปล่าว

หลังจากเสียเงินไปเกือบแสนซึ่งบทเรียนราคาแพง ทำให้รู้ว่าแท้จริงแล้วการทำ SEO ไม่ได้ยากหรือง่ายจนเกินไป เพียงแต่เราต้องเข้าใจกลไกโดยรวมของมันและหมั่นทดลอง เมื่อเห็นแบบนี้ก็กลัวว่าเพื่อนๆหน้าใหม่ที่พึ่งเข้าวงการ SEO จะถูกคนที่ไม่ได้มีความรู้ SEO แต่เลือกมาเปิดรับสอน SEO โดยกะฟันค่าเรียนจนเพื่อนๆอาจหมดตัวถอดใจไปเสียก่อนจากวงการนี้ก็ได้ อะไรที่ผู้เขียนทดลองมาแล้วทำอันดับได้ หากมีเวลาว่างก็ยินดีที่จะช่วยเหลือให้คำแนะนำแก่เพื่อนๆที่สนใจ ไม่ต้องมาหมกเม็ด ไม่ต้องไปเสียเงินเรียนแพงๆ เรียนแค่เรื่องที่เราอยากรู้โดยเฉพาะก็พอ เช่น อยากรู้ว่าปลั๊กอินเวิร์ดเพลสตัวนี้ตั้งค่ายังไง หากมีผู้รับสอนก็เรียนแค่เรื่องนั้นๆพอ ไม่ต้องไปเสียเงินเรียนซะทุกเรื่อง เพราะเดี๋ยวนี้อินเตอร์เน็ตเราเข้าถึงได้ง่าย แหล่งความรู้มีอยู่เต็มไปหมด สิ่งสำคัญคือศึกษาแล้วต้องทดลองทำถึงจะพบคำตอบว่าวิธีนี้ใช้ได้จริงไหม แม้แต่คำแนะนำจากผู้เขียนที่แบ่งปันให้ก็ต้องเอาไปทดลองเองด้วย เพราะวิธีทำ SEO แบบเดียวกัน ผู้เขียนอาจเคยทำมาในช่วง 3 เดือนก่อนแล้วมันได้ผลดี แต่ปัจจุบันอาจไม่ดีอย่างที่ควร หรือไม่ก็หากเวลาผ่านไปอาจจะใช้วิธีเดิมนี้ไม่ได้แล้ว แบบนี้เป็นต้น ทุกๆงานที่เราอยากประสบความสำเร็จ นอกจากจะมีที่ปรึกษาแล้ว เรายังต้องล้มลุกคลุกคลานกับมันเองด้วย